‘เดียร์น่า-ตูมตาม-ก้อง’ รวมตัวถ่ายทอดตำนาน “ผาแดงนางไอ่” เล่าเบื้องหลังโลเกชั่นสุดโหด
กำลังเข้มข้นเลยทีเดียว สำหรับ ละคร “ผาแดงนางไอ่” ทางช่องวัน31 ที่ดึงเอา 3 นักแสดงฮอต อย่าง เดียร์น่า ฟลีโป, ตูมตาม ยุทธนา เปื้องกลาง และ ก้อง วิทยา เทพทิพย์ มาประชันฝีมือกันอย่างดุเดือด พร้อมเปิดตำนานหนองหานล่มอันลือลั่น เรื่องยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน จากวรรณกรรมพื้นบ้านที่ถูกเล่าขานกันมานาน กับเรื่องราวความรักระหว่างหนึ่งหญิงสองชาย ซึ่งนำไปสู่สงครามครั้งใหญ่ ที่ทำให้ชาวเมืองนับแสนต้องถูกฝั่งอยู่ใต้หนองน้ำ โดยงานนี้ ทั้ง 3 คนได้มาบอกเล่าถึงการโคจรได้มาทำงานด้วยกัน รวมถึงเบื้องหลังที่บอกเลยว่าโหดสุดๆ
คาแร็กเตอร์ของแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง?
เดียร์น่า : เดียร์น่า รับบทเป็นเจ้าหญิงไอ่คำ หรือ ไอรดา จริงๆ เรามีตัวละครที่หลายยุคหลายสมัยมาก ถ้าของเดียร์เริ่มต้นยุคเลยจริงๆ ขอเปิดที่เจ้าหญิงไอ่คำก่อน เพราะว่าเป็นชื่อของเรื่องนี้ด้วย เจ้าหญิงไอ่คำจะเป็นผู้หญิงที่ต้องมีความสวย อ่อนหวาน เป็นที่เลื่องลือ ทำให้ทุกคนอยากมาเห็นกับตา คาแร็กเตอร์ของไอ่คำ มีความอ่อนหวาน เชื่อฟังคำสั่งพ่อแม่ แต่ก็มีความขัดขืนดื้อเล็กๆ กับสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ก็เป็นความรักที่แบบมีอุปสรรคตลอดเวลา ก็ต้องไปดูว่าจะก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนี้ยังไง จะเป็นยังไง จุดจบที่ทำให้เกิดเมืองล่ม ต้องไปดูว่าเพราะอะไร ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เมืองล่ม จริงๆน่าจะได้รู้ตั้งแต่แรกๆเลย เพราะมันเป็นตำนาน เราเปิดตั้งแต่วันแรกเลย แต่ถ้าย้อนมาในปัจจุบัน มาเกิดใหม่ เป็นไอรดา เป็นผู้หญิงเข้มแข็ง เป็นนักสารคดี มาทำสารคดีที่อุดร คือเรื่องมันเกิดที่อุดรส่วนใหญ่ มันจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีเหตุการณ์ที่ต้องไปที่นั่น แล้วก็ได้เจอกับกรวิชญ์ ลูกเจ้าของหนังสือพิมพ์ คาแร็กเตอร์ประมาณนี้คือไปเพื่อเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ดึงให้เราไปที่นั่น ไปพิสูจน์หาความจริงว่าเรามีความเชื่อมโยงกับตำนานนี้ไหม อยากจะแก้ปมแก้คำสาปที่เกิดขึ้นในชาติภพต่างๆ
ตูมตาม : ผมก็จะเป็นบุคคลที่รออยู่ตรงนั้น รับบทเป็นพังคี หรือ คำสิงห์ รอคอยให้คนเหล่านี้กลับมา มาเพื่อทำมิชชั่นที่เราตั้งใจเอาไว้ให้มันสำเร็จในสิ่งที่ตัวละครต้องการ เรามีหน้าที่รักนางไอ่
ก้อง : ผม ผาแดง เป็นเจ้าชายต่างเมืองที่ถูกให้หมั้นกับเจ้าหญิงไอ่คำ แล้วก็ กรวิชญ์ เป็นลูกเจ้าของหนังสือพิมพ์ แล้วมีอะไรทุกอย่างทำให้เราไปที่อุดรเหมือนกัน ไปเจอกันอีก
พาร์ทที่เพิ่มมาในแต่ละยุคเป็นตำนานอยู่แล้วหรือว่าเป็นส่วนที่เพิ่มเข้ามา?
ตูมตาม : มีทั้งตำนานและมีที่ตีความต่อเนื่องด้วย เพื่อความสมบูรณ์ในส่วนที่มันเว้าแหว่งไป
ทั้งสามคนนี้มารวมตัวกันได้ยังไง?
ตูมตาม :พรหมลิขิตจับมาเจอกัน
เดียร์น่า : จริงๆเดียร์เองยังไม่เคยเจอทั้งสองคนเลย ก็เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานกับก้องพี่ตามในละครผาแดงนางไอ่
ก้อง : ของผมกับพี่เดียร์ครั้งแรก กับพี่ตามครั้งที่ 2 แล้ว
เดียร์น่า : เรียกได้ว่าจริงๆทุกคนในกองรู้จักกันอยู่แล้ว แต่เดียร์เป็นเด็กใหม่ที่มาเข้าโรงเรียนในวันแรก เป็นเด็กใหม่ก็ไม่รู้จักใครเลย คือเรียกได้ว่าคือมาใหม่จริงๆเลย

โปรเจคนี้ร่วมงานกันมานานแค่ไหน?
เดียร์น่า : เดียร์ว่าจริงๆเริ่มโปรเจคคือเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว นี่ก็ใกล้จะครบปีแล้วที่เรารู้จักกันมา ก็ถึอว่าผูกผันกันมากเลยเพราะเราใช้เวลาในการถ่ายละครค่อนข้างนาน สักแปดเดือนได้ ต้องอยู่ด้วยกันแทบจะทุกคิวเจอสองคนนี้ตลอดอยู่แล้ว ยิ่งนานไปเรื่อยๆก็ยิ่งสนิทกันยิ่งแกล้งกันเยอะขึ้นยิ่งกล้าพูดมากขึ้นด้วย
ตูมตาม : เราเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปมากขึ้น ในจุดเริ่มต้นคือทุกคนก็สนิทกันในฐานะพี่น้องปกติ คือเราอาจจะเริ่มต้นด้วยถ้าเป็นแบบบางคนเจอกันร่วมงานกันมันอาจจะอยู่ที่ศุนย์แล้วค่อยนับหนึ่ง พวกเราก็จะสตาร์ทที่สี่ห้าแล้วก็จะมาขนาดนี้ แต่ว่านับวันยิ่งเหิมเกริมขึ้น คือน้องเดียร์เป็นแบบเรียบร้อย น่ารัก อ่อนโยนสำหรับทุกคนมาโดยตลอด และความรู้สึกนั้นยังมีอยู่ แต่พอรู้จักกันไปเยอะๆ เขาจะมีหลุดออกมาแบบว่า เห้ยเดียร์พูดคำนี้ด้วยหรอ เดียร์มีทัศนคติแบบอย่างงี้กับเวลาเราเล่นกันด้วยหรอ คือมันแบบเซอร์ไพรส์ แต่ว่าได้เห็นว่าแต่เราเข้าใจ มันไม่ต้องเข้าใจหรอก แต่มันคือดี
เดียร์น่า : เราไม่ได้มีกำแพงต่อกันเลย เราเปิดเผยมาก เดินมากองคือจะพูดอะไรก็ได้ จะแซวอะไรก็ได้ ไม่มีการคีพลุกส์หรืออะไรเลย แล้วก็เราไม่มีภาพลักษณ์อะไรต่อกันเลย ทุกคนเหมือนรู้เห็นกัน
ตูมตาม : เหมือนเราไปแตะจุดที่สนิทมาก ถึงทำแบบนี้กันได้
เดียร์น่า : คือวันแรกที่เข้ากองกันเลย เราก็จะไม่กล้า ทุกคนก็จะนิ่งๆแหมือนดูเชิงของแต่ละคน คนนี้ประมาณไหนเล่นได้ไหม หรือว่าเขาอยากจะมีความเป็นส่วนตัวหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าในกองทุกคนเข้าถึงง่ายมีความเป็นกันเองมาก มันเลยทำให้เวลาเราพักน้อยมากจะมีคนแยกไปนั่งคนเดียว ส่วนใหญ่จะนั่งเป็นกลุ่ม หรือคุยกันแลกเปลี่ยนอะไรกัน ตัวเดียร์เองก็เป็นคนที่ เดียร์ว่าเดียร์อยู่ง่ายนะ คิดว่ายินดีเปิดรับทุกคน เหมือนเป็นคนที่เรารู้สึกสนิทใจด้วย ทุกคนไม่มีอินเนอร์ที่แปลก เดียร์รู้สึกได้เลยว่าทุกคนมีใจที่ดีมากๆ ก็เป็นคนจริงใจ ก็เป็นคนที่น่ารักเฟรนด์ลีทุกคน ทำให้เราอยากรู้จักทุกคนมากขึ้น

เรื่องนี้โลเคชั่นโหดมาก?
เดียร์น่า : คือบอกเลยว่า ถ้าคนที่ไม่เคยลำบากหรือว่าแบบมันจะไม่สามารถติดหรูติดสบายได้เลยกับละครเรื่องนี้ คือมันจะไม่มีคำนั้นได้เลย คือมันต้องเป็นคนที่เข้าใจรักในการทำงานจริงๆ เพราะมันใช้แพชชั่นมากๆเลย
ตูมตาม : ผมจะบอกว่าคือเหมือนพี่เดียร์เขา คือละครเรื่องนี้แล้วกันมันมีหลายปัจจัยมากๆที่เอื้อต่อการที่เราจะเผลอบ่น ว่าแบบอีกแล้วหรือ ลำบากจัง ไปตรงนั้นอีกแล้วตรงนี้อีกแล้ว กลับกลายเป็นว่าไม่มีเลย แม้กระทั่งพวกเราเองก็รู้สึกว่า เรากลายพูดเป็นเรื่องตลก อยากไปกอง อยู่ไกลแค่ไหน ยิ่งไปกองที่ไปค้างคืนเหมือนได้ไปคละเข้าค่ายที่สนุก ถึงแม้บางวันไม่มีซีนเราก็ไปนั่งเล่นด้วยกัน มันสนุกมันได้บรรยากาศตรงนี้ ผมถือว่าซักเซสมากๆ ในการทำงานร่วมกันแล้วมันเกิดพลังงานแบบนี้ มันดี เอาเป็นว่าก็เกินคาดในสิ่งที่เกิดขึ้น มันก็คงถูกวางกำหนดอะไรบางอย่างให้เราต้องมาเจอกันแหละ มันถึงมาอยู่โปรเจคแบบนี้ด้วย
เดียร์น่า : อยู่ในป่า มียุงตลอด มีตัวแมลงตลอด เดียร์นี่คือจะมีตัวที่กัดขาเราเป็นจุดตลอด สักพักเป็นรอยดำแล้วค่อยหา เราเป็นคนแพ้แมลงอยู่แล้ว กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วรู้วิธีการรับมือ เตรียมยากันยุงสเปรย์เผื่อแผ่ทุกคน คือมันลำบากไหม มันลำบากแต่มันก็สนุก ด้วยบรรยากาศกองน่ารักเรียบร้อย มันมีผลมาก จริงๆมันทำให้เรารู้สึกว่าอยากสนุกด้วยกันต่อถึงแม้ว่ามันจะลำบาก แต่มันมีเพื่อนที่เหมือนเรารักกันแล้วลงเรือลำเดียวกัน มันรู้สึกว่าชิว เหมือนกับว่าสถานที่ไม่สำคัญเท่ากับคนที่อยู่ด้วยกัน
ตูมตามพูดว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างทำให้เราได้มาอยู่ด้วยกัน?
ตูมตาม : เรื่องนี้มันเป็นตำนานเป็นสิ่งที่ถูกเล่าขานกันมาชัดเจนมาก และมันชัดที่เอกลักษณ์ของตัวละครด้วย มันเลยไม่ใช่ใครก็ได้ มันเลยค่อนข้างซีเรียสว่าตัวละครแต่ละตัวมันไม่ใช่ใครก็ได้ ทุกตัวละครถูกวางอย่างเหมาะสมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้กระทั่ง ก้อง เองที่เล่นเป็นผาแดง ตอนแรกโปรเจ็กต์นี้ผมได้รับรู้ก่อนใคร ผมคุยกับผู้เขียนบท คุยกับผู้กำกับมาตั้งแต่ทำโปรเจ็กต์อื่นแล้วก็คุยถึงเรื่องนี้ว่า ผมสแตนด์บายเรื่องนี้มานาน ปรึกษากันว่าใครจะเป็นบทไหนยังไง โดยผมยืนกรานว่าผมจะเล่นบทพังคี ผู้ใหญ่ก็ถามว่า แล้วใครจะเป็นผาแดง ซึ่งผมนึกขึ้นมาได้อยู่คนเดียวว่า ก้อง ไง แต่ไม่ได้เกี่ยวกับผมนะว่าจะเป็นก้อง ถ้าถามความคิดเห็นในฐานะนักแสดงด้วยกัน ผมรู้สึกว่าก้องเหมือน ก้องใช่ แล้วมันยิ่งใช่ในวันที่ก้องมาทำงานใส่เสื้อผ้าเป็นตัวละคร ผมนี่แบบนี่แหละ ผาแดง เดียร์ก็เหมือนกัน นี่ก็หายากมากกว่าจะเจอ โอเคเห็นเขาในลุกส์ยุคปัจจุบันปกติ เขาสวยในแบบเขาอยู่แล้ว แต่ยิ่งในวันที่เขาแต่งตัวเป็นไอ่คำ วันฟิตติ้งนี่ทุกคนแบบ ยอมแล้ว เข้าใจเลยว่าทำไมต้องเป็นคนนี้ มันมีเหตุผลเหล่านี้ที่ซัพพอร์ตอยู่ ผมเลยเรียกว่ามันเป็นพรหมลิขิตบางอย่างที่ทำให้ทุกคนมาอยู่ตรงนี้

เดียร์น่า : ใช่ มันเป็นพรหมลิขิตที่ทำให้ทุกคนรับบทนี้และได้มาเจอกัน ตอนที่รับเราก็ยังไม่รู้นะว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่รู้สึกอยากเล่นบทนี้
เรามีสัมผัสอะไรบางอย่างมาก่อนไหม ว่าจะได้เล่นเป็นไอ่คำ?
เดียร์น่า : ตอนแรกยังไม่รู้ดีเทลว่าเขาหากันมานาน แค่รู้สึกว่าทำไมเขานึกถึงเรา มันดูไกลมากๆ ที่เขาจะนึกถึงเราได้ ตอนแรกผู้จัดการบอกว่า ต้องพูดอีสานนะ คือเขาคิดเเล้วว่าเดียร์จะไม่รับตอนที่มาบอก ก็ถามว่ามีใครเล่นบ้าง เราก็รู้ว่าทุกคนมีตัวละครกันหมดแล้ว เป็นเราที่จะต้องรับ คิดว่าทำไมเขาเชื่อในตัวเราจัง แล้วเขามั่นใจเหรอว่าเราจะเป็นเจ้าหญิงไอ่คำได้ เพราะทุกคนไม่น่ารู้ว่าเดียร์พูดอีสานได้ เดียร์ก็เลยรับเพราะเป็นบทที่ท้าทาย และคิดว่าคงไม่มีบทแบบนี้ที่ใกล้บ้านเกิดของเราที่เข้ามาหาเราได้บ่อยๆ วันที่มาเวิร์กช็อป ตื่นเต้นมาก คิดว่าทุกคนคงพูดอีสานกันได้อยู่แล้ว ได้ยินมาว่าก้องเองก็น่าจะพูดพอได้อยู่ ก็คิดว่าหรือเราจะเป็นเด็กใหม่ในทีม วันเวิร์กช็อปกดดันนะคะ แต่บรรยากาศผ่อนคลาย ทุกคนน่ารักให้กำลังใจ มันเป็นการเวิร์กช็อปภาษาอีสานหมดเลย เป็นครั้งแรกเป็นเรื่องแรกที่ได้ฝึกพูดภาษาอีสานอีกรอบ จากที่มันอยู่กับตัวเราอาจจะเป็นกลิ่นอายในตัวเองบ้าง แต่เราไม่ค่อยได้พูด เพราะฉะนั้นมันก็จะมีความเพี้ยนความแปร่งๆ บ้าง แต่เราก็เชื่อว่าเราฝึกได้ ถ้าเราทำมันมากพอ
แล้วมันต้องฝึกหนักขนาดไหน?
เดียร์น่า : ดีที่เราถ่ายพาร์ตอดีตในช่วงท้ายๆ ทำให้ซึมซับบรรยากาศในกอง ทุกคนเริ่มสนิทกันแล้ว ทุกคนพูดภาษาอีสาน เริ่มซึมเข้าหูเราทุกอย่าง คือจริงๆเดียร์ที่หูสัมผัสจับได้ว่าเสียงอะไรเพี้ยนไม่เพี้ยนแล้วก็พยายามพูดตามเสียงนั้นที่ได้ยิน ถ้ามีบทมาก่อนมันจะช่วยมากๆเพราะเราจะมาร์คไว้เลยว่าอันนี้เสียงต่ำเสียงสูง วรรณยุกต์เปลี่ยน ในบทจะเขียนมั่วมากเพื่อให้ตัวเองจำให้ได้ก็เลยถือว่าโอเคที่ถ่ายช่วงท้ายๆ แล้วก็มีพี่ตาม พี่อ๋อลี่ มีพี่ๆ ที่พูดภาษาอีสานเก่งๆ คอยฟังและเอาใจช่วยเรามากๆ อย่างเดียร์กับก้องจะเป็นสองคนที่พูดผิดค่อนข้างบ่อย จะมีความเพี้ยนบ้าง พี่ตามก็จะเอาล่ะผิดไม่ใช่อันนี้
ตูมตาม : หรือแม้กระทั่งไม่ได้อยู่หน้าฉากด้วย ก็จะไปนั่งหน้ามอนิเตอร์ ทุกคนจะช่วยกันเยอะมากๆ คือเรื่องภาษาไม่ใช่เรื่องสกิลการแสดง มันเป็นเรื่องที่ถ้าใครไม่ได้เรียนหรือฝึกมา ไม่ได้ใช้อยู่ตลอด มันไม่แปลกที่จะพูดแล้วเพี้ยน แต่ความโชคดีที่สองคนมี คือหัวใจบางอย่างของความเป็นลูกอีสาน คุณแม่ก้องเป็นคนอีสาน พี่เดียร์คุณแม่ก็เป็นคนอีสาน แล้วพี่เดียร์อยู่ภาคอีสาน เขาอยู่ในบริบทของความเป็นคนอีสาน พี่เดียร์และพี่ก้องมี มันเลยไม่ได้ยาก มันก็เหมือนตัวโน๊ตที่ต้องฝึกให้ตรงคีย์ ทั้งสองคนแค่ฝึกแบบนั้น เรื่องความเข้าใจในภาษา ความเข้าใจในความหมายในความรู้สึกในวัฒนธรรมเขามี มันก็เลยง่ายมาก

เดียร์น่า : อาจจะต้องคอนโทรลเยอะในเรื่องของอารมณ์ จำบทให้ได้ถูกต้อง สำเนียงอีสานให้อย่าเพี้ยน มันก็อาจจะมีการบ้านอีกอย่างที่เพิ่มมาเวลาเราเล่นพาร์ทอดีต ยิ่งเป็นฉากดราม่าไม่อยากพูดผิดเลยบอกตรงๆ คือมันต้องร้องไห้หรืออะไรก็ตาม แต่เราอยากจะทำให้ได้ให้มันถูกต้อง เพราะว่าพออารมณ์เราได้ พูดผิดอาจจะเซ็งที่สุดเลย ซึ่งก็จะพยายามแม่นมากๆ อยากให้มันอยู่ให้มันสมบูรณ์ที่สุด ไม่ง่ายคะ
แล้วก้องใช้วิธีอย่างไร?
ก้อง : ก็เหมือนกันครับ ผมกับพี่เดียร์จะมีพี่คอยไกด์สำเนียงให้ จริงๆ สำเนียงไม่ได้ยาก แต่มีนนิ่งในการพูดในการที่เราจะสื่อคำๆ นั้นออกไปเราจะต้องเข้าใจมันด้วย ยิ่งมันเป็นคำโบราณ
ในเรื่องเดียร์ได้รำด้วย?
เดียร์น่า : ใช่ค่ะ ในเรื่องทำหลายอย่างมาก ทั้งรำ มีเล่นพิณด้วย เป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยถนัด แต่ก็ต้องทำให้ได้ ต้องซ้อมให้ได้ภายใน 1-2 อาทิตย์พอเราได้ท่ามา เดียร์ดูคลิปแล้วทำตามให้ได้ มันเป็นจุดเริ่มต้นของสาวงามในยุคนั้นที่ต้องรำถวายพญานาค ก็จะเป็นจุดที่ต้นๆของเรื่องเลย เป็นจุดที่ทำให้ทุกคนทั้งเมืองบาดาล เมืองมนุษย์ เป็นที่เลื่องลือว่ามีสาวงาม ต้องมาดูกัน แต่ทุกอย่างออกมาด้วยดี ถือว่าครบจบแต่ก็กดดันมากๆ
ฝากละครเรื่องนี้?
ก้อง : ก็ฝากด้วยนะครับ ละครผาแดงนางไอ่ เรื่องนี้จากตำนานสู่ละครที่มีลมหายใจ เวลาหนึ่งทุ่มตรง ทางช่องวัน 31 ทุกวันจันทร์-พฤหัสฯ ครับ


