หน้าแรก บันเทิง เข้ม-มุกดา จู...

เข้ม-มุกดา จูงมือเซ็นสัญญาช่องวัน เล่นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ ไทย-สิงคโปร์ เผยมิตรภาพ 6 ปีไม่เคยจาง

29.07.25 | 16:16 น.

เข้ม-มุกดา จูงมือเซ็นสัญญาช่องวัน เล่นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ ไทย-สิงคโปร์ เผยมิตรภาพ 6 ปีไม่เคยจาง

จูงมือกันย้ายเข้าสังกัดใหม่ช่องone31 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ คู่จิ้น เข้ม หัสวีร์ และ มุกดา นรินทร์รักษ์ ที่ก่อนหน้านี้ผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ หลังหมดสัญญากับทางช่อง 7 โดยล่าสุดทั้งคู่ได้ร่วมงานบวงสรวงซีรีส์ฟอร์มยักษ์ระดับอินเตอร์ข้ามพรมแดนระหว่างไทย-สิงคโปร์ “Decalcomania ทวิญ ร่างฉัน วิญญาณเธอ” ที่ลานหน้าอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส โดยทั้งคู่ได้เปิดใจถึงความรู้สึกสุดตื่นเต้นกับการเริ่มต้นบทบาทใหม่ รวมถึงมิตรภาพ 6 ปี ที่แน่นแฟ้นเหมือนคนในครอบครัว กับโมเมนต์อวยพรวันเกิดให้มุกดา

มาร่วมงานกับบ้านหลังใหม่เป็นไงกันบ้าง?
มุกดา : ตื่นเต้นค่ะ ทุกครั้งที่ได้เริ่มต้นผลงานใหม่ๆ อันนี้ดีหน่อยที่ได้เริ่มกับเข้ม เราเคยเจอกันเคยเล่นหลายโปรเจกต์ด้วยกัน เรารู้จังหวะกันและกันแล้วมันง่ายขึ้น แต่ยังตื่นเต้นเพราะคาแร็กเตอร์นี้เป็นอะไรที่ใหม่มากๆ ทั้งมุกเองและเข้มเองด้วย

ความสนิทยังเหมือนเดิมไหม?
เข้ม : เราสนิทกันเหมือนเดิมครับ เราเป็นเพื่อนกันเราเจอกันตลอดอยู่แล้ว ในช่วงสัญญาของเราก็อยู่ใกล้กันอยู่แล้ว พอออกมาเราก็พยายามหาอะไรที่เหมาะสมกับเรา เราปรึกษากันเรื่อยๆ อยู่แล้วในการตัดสินใจด้วยกัน มีปรึกษากับผู้ใหญ่ด้วย
มุกดา : เรามีคุยกันตลอดว่าแนวโน้มในอนาคตจะเป็นยังไง ทั้งปรึกษาผู้ใหญ่ ปรึกษาตัวเราเองหรือให้ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เรามีกันตลอดอยู่แล้วค่ะ แต่ถามว่าเราคิดว่าจะมาเจอกันไหม ก็ไม่ได้คิดค่ะ ระหว่างทางมันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มุกออกมาก่อนช่วงนึง เวลาไม่ได้ตรงกัน ทุกอย่างมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาจนมาเป็นเขา เลยรู้สึกสบายใจแล้วอย่างน้อยเรารู้จักกัน

คาดหวังไว้ยังไงบ้าง?
มุกดา : หนูว่าทุกคนคาดหวังแหละ คาดหวังให้ทุกอย่างดี แต่ก็ไม่ได้กดดันตัวเองค่ะ มุกอยากให้ทุกอย่างมันดีที่สุดทำให้เต็มที่ที่สุดที่เราสามารถทำได้ ไม่ว่ามันจะออกมายังไง เชื่อว่าทุกคนเห็นความตั้งใจของเราที่อยากจะให้สิ่งนี้ออกมาดีค่ะ
เข้ม : คาดหวังครับ อายุก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลยรู้สึกว่าเราสามารถทำอะไรที่แตกต่าง ก็คาดหวังอยากให้งานมันออกมาดีครับ

Advertisement

ได้เซ็นสัญญาทางช่องวันไหม?
เข้ม : เซ็นครับ
มุกดา : ด้วยโปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์ที่ค่อนข้างใหญ่มากๆ แล้วก็ตรงกับสิ่งที่เรามองว่าอยากหาประสบการณ์จริงๆ แล้วมันหายากมากๆ ที่วันนึงเราจะได้เล่นโปรเจกต์ที่ใหญ่แบบนี้ ได้เดินทางไปต่างประเทศ ได้โคโปรดักชั่นกับต่างประเทศ และร่วมแสดงกับนักแสดงต่างประเทศ เรารู้สึกว่าเป็นอะไรที่ท้าทายแล้วก็ยากสำหรับเราจริงๆ แล้วก็รู็สึกว่าเราอยากเล่น เลยตัดสินใจที่จะเซ็นสัญญา
เข้ม : อย่างที่พี่ป้อน นิพนธ์ บอกไปว่าเป็นโปรเจกต์อินเตอร์เนชั่นแนล เพราะฉะนั้นมันเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่เข้ามา ซึ่งถ้าเราไม่รับไว้มันก็น่าเสียดาย เพราะฉะนั้นการที่เราจะได้เล่นก็ต้องเซ็นครับ

การเซ็นสัญญาทำให้รู้สึกว่าทำงานง่ายขึ้นไหม?
มุกดา : ก็เหมือนเราโตด้วยกันแหละ มันมีโอกาสมาให้เรา เราก็เต็มที่กับมัน เราก็เติบโตไปด้วยกันตามเส้นทางนี้ เรามีเป้าหมายชัดเจนเราก็โตกันแล้วนะคะ เลือกกันประมาณนึงว่าเราอยากเล่นแบบไหน ในวันที่เดินออกมาเป้าหมายของเราคืออยากลองอะไรใหม่ๆ แบบจริงๆ แค่นั้นเอง พออะไรที่มันตอบโจทย์เราก็แค่ลองเดินไปเส้นทางนั้นดู


เข้ม : พอมาที่นี่ต้องเล่าในเรื่องของภาพรวม อิสระทางความคิดของที่นี่ให้เราได้เยอะมากๆ ซึ่งเราก็ถือว่ายังเป็นคนรุ่นใหม่อยู่ พอมาที่นี่เราก็มาคุยกันว่าถ้าผมอยากทำงานแบบนี้จะเป็นยังไงบ้าง มันสามารถเป็นไปได้ไหม ซึ่งที่นี่เขาก็ปล่อย ถ้ามีโปรเจกต์ที่อยากจะทำอยากจะเล่นก็ลองมาแคสติ้งดูมาคุยกันดู เราเลือกที่จะทำงานได้ว่าอยากจะทำอะไรในอนาคตข้างหน้า

แสดงว่ามีสิ่งที่อยากทำในหัวเต็มไปหมด?
เข้ม : เยอะครับ เพราะช่วงเวลามันสั้น พอเราได้เจออะไรที่มันตรงกับจริตเรามันก็ค่อนข้างเดินตรงไปข้างหน้า

วันเกิดมุกดาที่ผ่านมาเข้มอวยพร?
เข้ม : ก็เบิร์ธเดย์เขา ซึ่งวันนั้นเราค่อนข้างยุ่ง เพราะเราไปรับบริจาคเพื่อส่งไปให้พี่น้อง ก็จำได้แหละจำได้ในทุกๆ ปี แต่ช่วงจังหวะอาจจะช้าไปหน่อย เบิร์ธเดย์ทุกปีน่าจะเป็นปีที่ 6 แล้ว
มุกดา : มีรูปหนูอยู่ในไอจีเขาทุกปีค่ะ รูปก็เจอหน้าสดขึ้นเรื่อยๆ ในไอจีหนูก็มีแต่รูปเขา
เข้ม : น่าจะรูปมุกเยอะสุดแล้วในไอจีผม

ถ้าไม่มีจะทวงไหม?
มุกดา : ก็คงแปลกใจนิดนึง
เข้ม : ผมคงไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว ในวันสำคัญช่วงเวลามันพิเศษหมดแหละครับ พอเป็นวันสำคัญเราจำไปแล้ว มันอยู่ในเมมมอรี่ของเราไปหมดแล้ว มันเป็นกล้ามเนื้อที่ทำอัตโนมัติ ไม่ต้องทวง

ลงหน้าสดต้องขออนุมัติก่อนไหม?
เข้ม-มุกดา : ไม่(ตอบพร้อมกัน)
มุกดา : โห หนูเห็นหนูยังช็อกเลย หน้าสด ขอบตาดำ ปากแห้ง
เข้ม : แต่ผมชอบๆ ผู้หญิงส่วนใหญ่จะบอกว่าไม่มั่นใจ
มุกดา : ฉันมั่นใจ ไม่งั้นฉันจะหน้าสดไปทำไม
เข้ม : นี่ไงเลยเอาความมั่นใจมาลงให้ทุกคนได้ดู วันนั้นผมอยู่ขั้นบันได้ที่สูงกว่าเลยถ่ายลงมา ซึ่งเป็นรูปเดียว นี่แหละวันเกิด ผมไม่ค่อยฟิลเตอร์อยู่แล้ว สวยอยู่แล้ว ผมพูดมาหลายปีมาก ผมชมคำว่าสวยหลายปีมากๆ

เจ้าของใบหน้าเป็นไงบ้าง?
มุกดา : หนูโอเค หนูแค่ตกใจ แว้บแรกหนูแบบมันเอารูปนี้จริงๆ โว้ย เพราะคิดแล้ววันนั้นอ่ะ รูปเข้มในโทรศัพท์ ปกติหนูจะเก็บไว้ทั้งหมด เพราะรักษาความลับ ล้อเล่น หนูก็ลงรูปดีๆ ทั้งนั้นแหละ
เข้ม : รูปผมไม่ดีตรงไหน
มุกดา : ก็รูปนอนอยู่ในกองอ้าปากน้ำลายย้อยอะไรแบบนี้ กอดหมอน ฉันมีหมด

บรรยากาศของเข้ม-มุกก็เป็นแบบนี้อยู่?
มุกดา : ก็เป็นแบบนี้ค่ะ เป็นแบบนี้ตลอด

6 ปีมันเป็นยังไงบ้างสำหรับคู่เรา?
เข้ม : ก็เป็นแบบนี้ครับ ความสนิทแทบจะไม่ต้องพูดอะไรแล้วครับ ถ้าแค่หายไปสักแปปนึงจะรู้แล้วว่าน่าจะเจอเรื่องอะไรที่ไม่ดี ก็จะตามกันตลอดว่าช่วงนี้โอเคไหม ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง
มุกดา : เราเป็นการใส่ใจกันเงียบๆ เราไม่ใช่คนที่อยู่ดีๆ มาคุยกัน แต่มันจะมีกลิ่นแปลกๆ คนสนิทมันจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เราก็จะไลน์ไปหาพี่หนิง(หนิง ปณิตา) แล้วว่าเข้มมันเป็นอะไร มันจะมีความเป็นห่วงของเรา เราจะผ่านเป็นวงกลม แล้วไปถึงเขาเองว่าเป็นอะไร แล้วก็จะนั่งคุย


เข้ม : ผมเป็นคนที่อธิบายไม่เก่ง เป็นคนพูดตรงมาก เราเลี่ยงไม่อยากปะทะกับความรู้สึกของคนอื่น เพราะเราพูดไปโดนยังไม่ทันได้คิด คิดช้าบางทีมันควรเป็นคำอื่นที่ดีกว่านี้ เราปรึกษาว่าอันนี้เราทำถูกไหม ถ้าอยู่กับมุกมุกก็จะให้คำปรึกษาที่ดีกว่ามีรายละเอียดในการตอบที่ดีกว่าผมเยอะ เราเป็นคนแบบนี้มานานแล้ว อยู่กับมุกเราไม่ต้องระวัง

เคยทะเลาะกันไหม?
เข้ม : ไม่เคยทะเลาะครับ เพราะผมไม่เคยชนะอยู่แล้ว อย่าเสี่ยง ถ้ามันจะเสี่ยงเราต้องออกมาจากตรงนั้น

แปลว่ามันผ่านวิกฤตมาแล้วถึงบอกว่าไม่อยากเสี่ยง?
มุกดา : เราคุยกันตรงมาก แต่ถึงเวลาคุยจริงๆ ก็คุยซีเรียส ถ้าตอบกลับเราก็ตอบแรงแบบความจริง คุณต้องเข้าใจ ช่วงนึงเขาอยู่ในมู้ดนึงเราก็ได้แค่เตือนเขา พูดกับเขาว่ามันเป็นแบบนี้นะ มันจะมีช่วงนั่งคุยก็จะแมนๆ มุกรู้สึกว่ามิตรภาพของเรามันคือการเป็นห่วงกันและกัน
เข้ม : เมื่อไหร่ที่ผมติสต์หรืออินโทรเวิร์ดจัดมันจะเป็นเรื่องลำบากใจของคนรอบข้างแล้ว เพราะผมจะไม่ค่อยเอาอะไร ปิดตัวเองไปเลย มุกจะเข้าใจ แต่คนอื่นจะไม่เข้าใจ เซฟให้กัน อันนี้เราทำด้วยกันได้ แต่ทำข้างนอกไม่ได้นะ

ด้วยความที่สนิทกันมาก เคยเสียน้ำตาให้กันและกันไหม?
มุกดา : ไม่เคย แต่อาจจะรู้สึกจุก หนูไม่รู้นะว่าเขาจะจุกรึเปล่า แต่หนูรู้สึกว่าบางอย่างที่หนูพูดหนูก็เป็นคนที่ตรง ถ้าถึงเวลาที่จะต้องตรง เพื่อให้คุณรู้ โดยที่เราไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี
เข้ม : แต่มันคือความจริงครับ เวลาเรางอแงเราก็จะบอก ไม่ๆ มันคือสิ่งที่เราอยากได้ยิน พอเราไปอยู่ในพื้นที่ที่คนอวยเยอะ ผมก็จะพยายามบอกว่าไม่ได้ตรงกับความรู้สึกเรา แต่คำตอบเหมือนกันนั่นแหละ แต่เราจะเลือกฟังในสิ่งที่มันตรงกับจริตเราหรือความต้องการของเราจริงๆ ซึ่งสามารถบอกผมจริงๆ ได้ แต่มันจะมีน้อย เพราะด้วยความเกรงใจก็จะไม่กล้าบอกเราตรงๆ กลัวว่าเราจะไม่เหมือนเดิมกับเขา บ้านหลังนี้ทั้งพี่หนิง ทั้งมุก ทั้งเพื่อนที่อยู่ใกล้ชิดกันที่อยู่กันได้เพราะเตือนกันตรงๆ ตอนนี้เริ่มเข้าภาวะไม่น่ารักแล้วนะ ถ้ายังทำแบบนี้ต่อไป

มุกเป็นหนึ่งคนที่พูดแล้วเราฟังเราเชื่อ?
เข้ม : ต้องมีเหตุผล ซึ่งเขากรองมาแล้ว ก่อนหน้านี้พอเข้มต้องเป็นคนที่แข็งแรงตลอดโดยที่ไม่รู้ความรู้สึกตัวเอง อะไรก็ทำได้โดยที่ไม่รู้ว่าได้จริงๆ ไหม ถ้าอยู่ด้วยกันเราจะอ่อนแอได้

ถ้าต่างคนต่างมีแฟนเราจะห่วงกันยังไงบ้าง?
เข้ม : ถ้าของมุกเอง เข้มว่าเขาดูของเขาดีอยู่แล้วก่อนที่จะเป็นแฟนกับใคร ส่วนของเราเราก็ต้องกรอง ความห่วงเลยไม่มี ถ้าคุณเลือกแล้วมันคือดีที่สุดสำหรับคุณแล้ว เขาก็เป็นเซฟโซน เรียกว่าทิ้งตัวใส่กันได้ ส่วนใหญ่เป็นผม

ทุกวันนี้ถ้าให้นิยามความเป็นเข้ม-มุก นิยามมันยังไง?
มุกดา : มิตรภาพที่ดี(หัวเราะ) แฟนๆ จะได้เจอเราในรูปแบบใหม่ ไม่ได้มากันหวานเจี๊ยบ จะมาอีกแนวนึงเป็นเคมีใหม่ๆ เป็นความน่ารักในอีกแบบนึง อาจจะแข็งๆ ใส่กันหน่อย
เข้ม : เป็นคนในบ้านไปแล้ว ซึ่งบางทีเราอาจจะมองข้ามเพราะความสนิท เราอาจจะมองไม่เห็นในบางอารมณ์ เพราะว่าอยู่ใกล้ชิดเรามากๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราอ่อนแอเราจะเห็นเขาอยู่เสมอ มันเลยให้คำนิยามได้ยาก เราอยู่แบบนี้มานานแล้ว เข้ม-มุก ไม่หายไปจากกันหรอกครับ