หน้าแรก บันเทิง จอย ทีสเกิ๊ต ...

จอย ทีสเกิ๊ต เผยอาการป่วย มะเร็งปากมดลูกระยะที่ 4 ซึ้งเพื่อนศิลปินจัดคอนเสิร์ตช่วยเหลือ

14.08.25 | 10:58 น.

จอย ทีสเกิ๊ต เผยอาการป่วย มะเร็งปากมดลูกระยะที่ 4 ซึ้งเพื่อนศิลปินจัดคอนเสิร์ตช่วยเหลือ


หลังที่มีข่าวว่า อดีตนักร้องดัง จอย ทีสเกิ๊ต ป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 4 งานนี้เพื่อนๆ ดารานักร้องศิลปินยุค90 ร่วมกันจัดงานคอนเสิร์ต “Charity Concert เพื่อนกันสำคัญเสมอ” ณ ร้าน BAJIKA ถ. กาญจนาภิเษก เป็นกำลังใจให้ ‘จอย T-skirt’ ที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งปากมดลูก ระยะที่ 4

โดยบรรยากาศภายในงาน จอย ได้ขึ้นโชว์ร้องเพลงร่วมกันกับสมาชิกในวงทีสเกิ๊ต อย่าง มาร์ และ กิ๊ฟ เป็นการคัมแบ็กเวทีของเกิร์ลกรุ๊ป T-skirt ซึ่ง 3 สาว มาร์-จอย-กิ๊ฟ ร้องเพลงไปด้วยกุมมือกอดปลอบร้องไห้กันไป ทำเอาแฟนๆซาบซึ้งใจในมิตรภาพของเพื่อน

ทั้งนี้ จอย ทีสเกิ๊ต ได้อัพเดตอาการป่วย  การรักษาไปในทางที่ดี ให้คีโมจบไป 6 ครั้ง และต้องฉายแสงอีก 25 ครั้ง มีแอบท้อบ้างแต่ต้องสู้ ซาบซึ้งพลังน้ำใจจากเพื่อนๆ ศิลปิน ตอนแรกไม่กล้าบอกใคร แม้กระทั่งสมาชิกในวงทีสเกิ๊ต เพราะเกรงใจ แต่พอทุกคนทราบข่าว ทำให้ตนได้พลังใจกลับมามากกว่าเดิม มีกำลังใจสู้ต่อไป

Advertisement

เพื่อนๆ จัดคอนเสิร์ตให้ เรารู้สึกอย่างไรบ้าง?

“ซาบซึ้งใจมากๆ ค่ะ เพราะไม่คิดว่าเพื่อนๆ และศิลปินจะเยอะขนาดนี้ จริงๆ แล้วพี่เท่ห์ (อุเทน พรหมมินทร์) กับพี่ยุ้ย (ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี) ทราบมาตั้งนานแล้วว่าเราป่วย พี่เท่ห์ก็อยากช่วยเหลือมาตั้งนานแล้ว แค่เรายังไม่ได้เปิดเผยกับใคร จะทราบกันแค่ในวงเพื่อนเท่านั้น ตอนแรกที่รู้อาการ ก็จะรู้แค่คนใกล้ตัว พี่ยุ้ย พี่เอ (ศุภชัย ศรีวิจิตร) ซึ่งพี่เอคอยไลน์หาจอยตลอด ส่งเสียง ส่งข้อความ แทบจะร้องไห้เลยด้วยซ้ำ พอรู้ว่าเราไม่สบายแบบนี้ บอกว่าน้องจอยต้องหายนะ พี่เอเป็นกำลังใจให้เสมอ พี่เอคอยซัพพอร์ตอยู่หลังบ้านตลอด ไม่มีใครรู้ค่ะ แล้วก็พี่เกด (นารากร โลหะชาละ) ที่เราคุยกันตลอด แต่ว่าก็บอกเพื่อนไว้ว่าอย่าเพิ่งบอกใครได้ไหม เรายังสับสนอยู่ค่ะ อย่างที่เขียนไปในเฟซบุ๊ก ไม่ใช่ว่าอายหรืออะไร แต่ไม่บอกใครเพราะต้องการพลังที่จะต้องต่อสู้กับโรคนี้ก่อน อยากตั้งสติตัวเองก่อน”

เห็นว่าการรักษาตอนนี้ ค่อนข้างไปในทิศทางที่ดี?

“การรักษาค่อนข้างดีค่ะ เพราะตัวจอยเองก็สู้ด้วย คุณหมอก็รักษาอย่างเต็มที่ มีท้อบ้างในบ้างครั้งกับการให้คีโม แต่คุณหมอพูดเสมอว่าคุณจอยต้องสู้นะ โรคนี้มันใช้กำลังใจและกำลังกาย ถ้าใจเราไม่สู้ มันก็คงท้อไปนานแล้ว ทุกครั้งก็จะสู้ค่ะ แต่มันไม่ใช่โรคที่จะรักษากันสบายๆ ก็ต้องใช้กำลังใจพอสมควร”

การรักษาอยู่ขั้นตอนไหนแล้ว ?

“การรักษาตอนนี้เลยการให้คีโมไปแล้วค่ะ ให้คีโมจบไปแล้ว ในคอร์สคือให้คีโม 6 ครั้ง 3 อาทิตย์ เว้น 3 อาทิตย์ ก็เกือบๆ 6 เดือน กับการให้คีโม ก็จะมีเอฟเฟ็กต์ต่างๆ นานา ทั้งอาเจียน เป็นลม เกร็ดเลือดต่ำ หน้ามืด เป็นลมฉ่ำมากค่ะ หลังจากนั้นก็เข้าสู่การฉายแสงค่ะ คุณหมอก็ตรวจ MRI ดูแล้วก้อนมะเร็งมันเล็กลง แล้วจุดที่มันจะลุกลามระยะที่ 4 มันจะลุกลามไปที่ผนังหน้าท้อง พอ MRI ดูแล้วคุณหมอก็บอกว่าเป็นข่าวที่ดี เพราะจุดที่ลุกลามมันหายไป เราก็ดีใจ แต่คุณหมอบอกว่าต้องสู้นะ เพราะเราต้องฉายแสงอีก 25 ครั้ง เราต้องไปโรงพยาบาลทุกวัน มันก็จะมีเอฟเฟ็กต์คล้ายๆ กับคีโม แต่เบากว่า แต่ที่ท้อไปกว่านั้น คือคุณหมอบอกว่าทุกอาทิตย์ต้องขอเติมคีโมเพิ่ม เพื่อทำให้ผลการรักษาการฉายแสง มันตอบสนองได้ดี ก็แอบท้อค่ะ แต่ก็ต้องสู้”

ค่ารักษาไปเท่าไหร่แล้ว?

“อันนี้ยังไม่ตอบได้ไหมคะ ค่อนข้างเยอะอยู่ (แต่เพื่อนๆ ก็คอยช่วย?) ใช่ พี่เอคอยช่วยเป็นแบ็กหลังอยู่ พี่ยุ้ยด้วย”

ต้องเฝ้าระวังอะไรเพิ่มเติมไหม?

“ผ่านการให้คีโมครบโดสแล้ว ฉายแสงก็ใกล้จะครบแล้ว แล้วก็มีฝังแร่ 3 ครั้ง มันทำให้ร่างกายเราอ่อนแอลงค่ะ เม็ดเลือดขาวต่ำลง สุขภาพอ่อนแอลง ภูมิคุ้มกันเราจะต่ำลงมาก เดี๋ยวพอจบฉายแสงกับฝังแร่แล้ว ก็จะเข้าสู่การผ่าตัดค่ะ น่าจะเอาก้อนออก หรือเอามดลูกออก อันนี้ต้องขอปรึกษากับคุณหมออีกที (เหลือการฉายแสงอีกกี่ครั้ง?) เหลืออีกแค่ 4 ครั้งค่ะ แล้วก็ฝังแร่อีก 3 ครั้ง เมื่อเช้าก็ไปฉายแสงมา”

กำลังใจของเราเป็นอย่างไรบ้าง?

“ถ้าไม่ได้กำลังใจจากเพื่อนๆ แล้วก็ทุกๆ คน คงท้อไปนานแล้วค่ะ ตอนแรกที่ไม่ได้บอกใคร ก็มีแต่กำลังใจจากครอบครัวและเพื่อนสนิท คอยบอกให้สู้ๆ มันเลยผ่านมาได้ แต่พอได้บอกทุกคน ตอนแรกก็กังวลเพราะเกรงใจค่ะ แต่พอบอกแล้วมันได้รับกำลังใจกลับมาเยอะมาก รู้สึกว่าวันนี้มีพลังมากขึ้นกว่าเดิม เป้าหมายก็ปักหมุดไว้แล้ว ว่าเราจะสู้กับมัน เราจะต้องอยู่ไปอีกนาน”

เรื่องงานตอนนี้เป็นอย่างไร?

“งานอาจจะพักก่อนค่ะ แต่งานเบื้องหลังหรือการสอนยังสามารถทำได้ จริงๆ จอยสอนอยู่ที่มศว. ท่านคณบดีเขาไว้ใจเรา ก็ให้เราบริหารจัดการดู ถ้าทำได้ก็สอนได้ เพราะมันไม่ได้ใช้พลังมาก ใช้ทักษะ”

เราเป็นห่วงอะไรมากที่สุด?

“น่าจะเป็นห่วงในเรื่องของการรักษาที่ยังไม่จบ แล้วก็ระยะ 4  คำว่าโรคสงบคือสิ่งที่ดีที่สุดของผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 4 คำว่าหายขาดจอยยังไม่คาดหวัง แต่ก็แอบมีหวัง ดูในโซเชียลหลายๆ คน มีเพื่อนมะเร็งหลายคนที่เขาเป็นระยะที่ 4 แล้วเขาก็หายขาด หายผ่านมาได้เป็น 10 ปีก็มี ต้องขอบคุณคลิปของทุกคน ที่ทำให้จอยมีพลังในวันนี้ ทำให้เรารู้สึกว่าอย่าเพิ่งไปคาดหวัง ว่าอนาคตมันจะแย่หรืออะไร ถ้าวันนี้เรายังหายใจได้ ย้งไหว เราไปต่อค่ะ”

วันนี้มีโอกาสที่จะขึ้นเวทีไหม?

“ขึ้นค่ะ แต่อาจจะร้องไม่ได้เต็มที่ ก็ต้องขอบคุณทุกๆ คน แล้วก็พี่เอ ศุภชัย ที่เป็นแม่เอคอยโทร.หา คอยให้กำลังใจ แล้วก็พี่ยุ้ย, พี่เท่ห์, เกด นารากร แล้วก็เพื่อนๆ ที่มาช่วยในวันนี้ จอย (ศิริลักษณ์ ผ่องโชค), ซ่า (วาเนสซ่า บีเวอร์), มาร์ (อัสมา กฮาร์), กิ๊ฟ (ธิติยา ชินอักษร) พี่เท่ห์เป็นพ่องาน เป็นตัวเปิด ตัวพ่อ ถ้าไม่เปิดในวันนั้น พี่เท่ห์ก็คงไม่ทำให้วันนี้ค่ะ”

อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ที่เป็นห่วงไหม?

“ขอบคุณกำลังใจค่ะ กำลังใจในโซเชียลมาเป็นพลังบวกล้นหลามมากๆ ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ว่าในชีวิตจะเห็นข้อความให้กำลังใจได้เยอะขนาดนี้ การเป็นมะเร็งครั้งนี้มันเปลี่ยนชีวิตจอย เปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนทุกๆ อย่าง แต่เชื่อว่ามันจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ หลังจากเราหายดี ก็คือเสมอว่าจะต้องกลับมาทำประโยชน์ วันนี้จอยเข้าใจแล้ว ว่าวันที่เราไม่สามารถที่จะทำงานได้ แล้วศิลปินเพื่อนๆ พี่น้องมาช่วยเหลือกัน มันคือน้ำใจ ทำให้คนที่เดินไม่ไหวไปต่อได้ ขอบคุณศิลปินทุกคนที่มาในวันนี้ด้วย ทั้งที่รู้จักกันและไม่รู้จักกัน บางคนก็ไม่เคยเจอกันมาก่อน”

ยุ้ย ปัทมวรรณ : “ยุ้ยรับรู้เรื่องของจอยมาตลอด อาจจะเป็นคนแรกเลยด้วยซ้ำ ต่อให้ไม่มีงานวันนี้ก็คอยอยู่ข้างๆ คอยซัพพอร์ตกันทั้งเรื่องความรู้สึกและทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะรู้ว่าที่ผ่านมาเขาทุกข์มาก แต่ไม่ได้บอกใครเลย เพราะว่าเขาก็ยังต่อสู้กับการรักษาและกับจิตใจตัวเองด้วยมันต้องเจอเรื่องอะไรที่เขาไม่เคยเจอ แต่ว่าเขาก็เข้มแข็งมาก จอยร้องไห้กับยุ้ยแค่ครั้งเดียว วันเดียวคือวันที่ผมร่วง วันเดียวที่จอยร้องไห้”

จอย ทีสเกิ๊ต : “เพราะว่ายังไม่มีวิกเลย”

ยุ้ย ปัทมวรรณ : “เราก็ดูแลกันไป วันนี้ดีใจที่ได้ทำเพื่อจอย ยุ้ยรู้ว่าที่ผ่านมาเขาทุกข์มาก ณ วันนี้ก็มาเป็นกำลังใจให้จอย ทำอะไรที่จะทำให้จอยมีกำลังใจเพื่อจะต่อสู้กับโรคนี้ไปในอนาคตได้ เพื่อนๆ ทุกคนยินดีค่ะ“

มาร์ ทีสเกิ๊ต : ”ไม่ใช่ว่าเฉพาะมีคอนเสิร์ตถึงจะได้เจอกัน จริงๆ แล้วเราก็ห่วงใยกันอยู่เสมอนะคะ ก็ได้ข่าวว่าจอยไม่สบาย ก็คุยกับน้องกิ๊ฟ“

จอย ทีสเกิ๊ต : “คือพยายามจะไม่บอกเขาสองคน(มาร์และกิ๊ฟ) อยากให้เขารับงานกันไป แล้วก็ยังไม่พร้อมไม่รู้ว่าจะต้องพูดยังไง ก็เลยเงียบไป แล้วก็แค่บอกว่าไม่พร้อมรับงาน ให้พี่มาร์กับน้องกิ๊ฟรับงานกันไปก่อน เขาก็คงงงๆ กันอยู่แต่ก็คงมีสงสัยบ้างแหละ”

ไม่อยากให้เพื่อนทุกข์ไปกับเรา ?

จอย ทีสเกิ๊ต : “ใช่ อยากให้เขารับงานไปต่อก่อน เพราะถ้าเกิดรู้ว่าเราไม่สบายเป็นมะเร็ง แล้วจะมีความคิดว่าจะรับงานดีหรออะไรยังไง เราไม่บอกดีกว่าเดี๋ยวค่อยว่ากัน ตอนนั้นคิดแบบนั้น“

กิ๊ฟ ทีสเกิ๊ต : ”เพราะเราอยู่ด้วยกันมานานตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ทีสเกิ๊ตเท่ากับว่าประมาณ 30 กว่าปี เพราะฉะนั้นวันนี้ก็รออยากให้พี่จอยหายกลับมาขึ้นคอนเสิร์ตด้วยกัน 3 คนค่ะ“

หลังจากที่รู้ว่าพี่จอยป่วย แล้วเขาเป็นห่วงสมาชิกในวงอีก 2 คน ?

กิ๊ฟ ทีสเกิ๊ต : ”ต้องบอกวันนี้ตกใจมากๆ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับพี่จอยเลย วันนี้เราไม่ใช่แค่เพื่อนกัน ทีสเกิ๊ตเราโตมาด้วยกัน เราทำงาน เรากิน เรานอน เราใช้เวลาด้วยกันแบบ 24 ชั่วโมง ช่วงนั้นที่เราออกเทป เราทำงานด้วยกันแทบทุกวัน กินนอนด้วยกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ในความรู้สึกของ กิ๊ฟเอง ทีสเกิ๊ตเหมือนเป็นพี่น้องกันจริงๆ”

จอย ศิริลักษณ์ : ”ช่วงที่ตอนนั้นกำลังลุ้นผลตรวจ ทีนี้พอผลออกมา เราก็ได้คุยกันอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่เอาจริงๆ เราก็ทำตัวไม่ถูกว่าเราจะคุยกับเพื่อนแบบไหน เราก็ไม่อยากให้เพื่อนตกใจเครียดไปกว่าเดิม แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปสบายใจ ก็พยายามคุยว่า สู้ ค่อยๆ รักษาไปนะ เดี๋ยวนี้การรักษามันดีนะ“

จอย ทีสเกิ๊ต : “เพื่อนที่มหา‘ลัย แก๊งเพื่อนอาจารย์จะทราบก่อนแล้วก็แก๊งพี่ยุ้ยทราบ เพราะว่าต้องทำงานแล้วต้องแจงให้เขาทราบ เพื่อจัดการการรักษา พี่จอยก็ไปด้วย จะรู้ทุกโพรเซสเหมือนกัน เขาก็ตกใจ”

จอย ศิริลักษณ์ : ”ก็จะคุยอัพเดตกัน แกโอเคมั้ย บางทีมันไม่ได้พูดเยอะ เพราะเรากลัวจะเซ้นสิทีฟกับความรู้สึกเขา เราต้องคอยดูว่าเขาอยู่ในอารมณ์แบบไหน แค่ให้เขารู้สึกว่า ฉันก็อยู่ตรงนี้นะเว้ย”

จอย ทีสเกิ๊ต : “ก็ตอบไปว่า I’m Ok not Ok ค่ะ ฟีลนั้น ฉันโอเค“

พอเห็นเพื่อนทุกข์ แล้วทุกคนมารวมตัวกันช่วยเพื่อน?

ยุ้ย ปัทมวรรณ : “สำหรับตัวยุ้ยไม่ว่าจะมีงานวันนี้หรือไม่ ยุ้ยอยู่ข้างๆ จอยอยู่แล้วตั้งแต่วันแรกจอยรู้อยู่แล้ว เอาจริงๆ คือยุ้ยเข้มแข็งตามจอยนะ จอยเข้มแข็งมากจริงๆ ร้องไห้ครั้งเดียว ยุ้ยไม่สามารถบอกทุกคนได้เนื่องจากว่าจอยยังไม่พร้อม ยุ้ยก็รอให้จอยพร้อมที่จะบอกทุกคน แล้วยิ่งวันนี้ที่ทุกคนรู้ ไม่มีใครต้องขอร้องหรือนัดหมายอะไรเลย ทุกคนโทรหากันแล้วรวมตัวกัน กับงานนี้ประชุมกันทุกคืนตีหนึ่งตีสอง หลับคาโทรศัพท์ไปเลย ทุกคนพร้อมใจกัน พี่เท่ห์ อุเทน ก็เป็นพ่องานเลยค่ะ ต้องขอบคุณพี่เท่ห์ที่คิดถึงจอย ซึ่งพอพี่เท่ห์โทรมาหายุ้ย พี่จะทำคอนเสิร์ตให้จอยนะ ยุ้ยยินดีเลย”

จอย ศิริลักษณ์ : ”วันนี้มีการจัดงานแล้วศิลปินทุกคนตอบรับ บางคนก็โทรถามเองด้วย เพราะว่าทุกคนอยากจะให้กำลังใจโดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมาไม่มีโอกาสรู้และไม่ได้ให้กำลังใจกันมาก่อน งานวันนี้มันก็เลยมีคนเยอะมาก ศิลปินเยอะมากก็ด้วยเรื่องของกำลังใจล้วนๆ เลยค่ะ“

รายได้ทั้งหมดในงานวันนี้มอบให้พี่จอย ช่วยเป็นค่ารักษาพยาบาล?

ยุ้ย ปัทมวรรณ : “จริงๆ ทุกอย่างสำหรับพี่จอยในอนาคตด้วย พี่ยุ้ยรับรู้มาตลอดว่าพี่จอยที่ผ่านมาไม่ได้ทุกข์แค่เรื่องการรักษา แต่ว่าเขาเสียโอกาสกับงานไปเยอะ จริงๆ พี่จอยงานชุกมากเลยนะ แต่ว่าตั้งแต่ผมร่วงก็ไม่ได้ทำงานแล้ว เขาก็จะเครียดขึ้น เราก็เลยพยายามทำทุกอย่างให้เพื่อนเราไม่ต้องมีความเครียดเพราะว่าเราอยากให้ทุกอย่างมันสงบแล้วหายไปจากจอย ไม่อยากให้จอยเครียด”

จอย ทีสเกิ๊ต : “กังวลอะไรที่สุดก็คือกังวลว่ามันจะกลับมามั้ย แต่ว่าสิ่งที่ต้องการมากที่สุด คือคำว่าโรคสงบเท่านั้น เราก็ยังไม่รู้อนาคต สงบๆ ใจสงบมาก”

ยุ้ย ปัทมวรรณ : “จอยเก่งมากจริงๆ ยุ้ยนับถือจอยมาก ยุ้ยพูดกับพี่เอ ศุภชัย พี่เอคอยห่วงจอยตลอด โทรหาจอยตลอด พี่เอยังพูดเลยว่าถ้าเป็นพี่เอกับน้องยุ้ย ไม่เข้มแข็งเหมือนน้องจอยแน่ๆ เลย เก่งมาก“

จอย ทีสเกิ๊ต : “บางทีต้องปลอบใจเพื่อนๆ ว่าไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวมันก็หายขอบคุณทุกคนมากจริงๆ คำขอบคุณมันไม่มีที่สิ้นสุดแล้วตอนนี้ความรู้สึกคือทั้งซาบซึ้ง ปลื้มใจ มันไม่ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยว รู้สึกว่ามีเพื่อนๆ อยู่ข้างๆ เราก็คงจะแก่กันไปด้วยกัน สัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดี แล้วจะกลับมาเป็นทีสเกิ๊ต 3 คน รับงานร้องเพลงไปด้วยกันรอด้วย“.