หน้าแรก บันเทิง ซอฟต์พาวเวอร์...

ซอฟต์พาวเวอร์ฉบับคิ้วต์ๆ เปิดแรงบันดาลใจ คาแรกเตอร์ไทย พร้อมแจ้งเกิดบนเวทีอินเตอร์

27.08.25 | 09:43 น.

ซอฟต์พาวเวอร์ฉบับคิ้วต์ๆ เปิดแรงบันดาลใจ คาแรกเตอร์ไทย พร้อมแจ้งเกิดบนเวทีอินเตอร์

นับว่าเป็นอีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ไปไกลระดับโลก สำหรับ การ์ตูนไทย หรือ คาแรกเตอร์ไทย ที่ไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิงอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นพลังสำคัญที่ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ก้าวไกล โดยในงาน Character Fest Thailand ครั้งที่ 1 ภายใต้คอนเซปต์ “งานวัดวาคาแรกเตอร์ไทย” ได้มีการนำทัพคาแรกเตอร์ไทยกว่า 100 ตัวมารวมพลังโชว์ศักยภาพซอฟต์พาวเวอร์ที่กำลังเป็นที่จับตามองบนเวทีโลก
นอกจากความสนุกแล้ว ในงานได้มีการพูดคุยถึง แรงบันดาลใจและอนาคตของอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ไทย โดยผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ได้เปิดพื้นที่ให้เจ้าของลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์ไทยร่วมถ่ายทอดประสบการณ์

เริ่มกันที่ สุพัฒน์ เผ่าธัญลักษณ์ ครีเอเตอร์ผู้ต่อยอดผลงาน “น้องน้ำว้า-พี่ปิ๊ปปี้” ที่มาพรีเซนท์จังหวัดพิษณุโลกให้เป็นที่รู้จัก ผ่านคาแรกเตอร์มาสคอตสุนัขพันธุ์บางแก้วและลูกเจี๊ยบไก่ชน โดยเขาเล่าว่า

“เราตั้งใจปั้นให้เป็นที่รู้จักของจังหวัดอยู่แล้ว ตัวน้องน้ำว้าเป็นสุนัขประจำจังหวัด ชื่อมาจากกล้วยพันธุ์มะลิอ่อง ส่วนพี่ปิ๊ปปี้เป็นไก่ประจำจังหวัด ชื่อก็มาจากดอกปีป ซึ่งเป็นไม้ประจำจังหวัด เราเลยรวมทุกเอกลักษณ์มาไว้ในมาสคอต”

ทั้งเล่าถึงจุดเริ่มต้นจากความตั้งใจเล็กๆ จากแรงบันดาลใจเริ่มจากการอยากให้จังหวัดมีตัวการ์ตูนไว้ประชาสัมพันธ์ เลยจัดประกวดขึ้นมา แล้วก็ต่อยอดจนกลายเป็นน้องน้ำว้าและพี่ปิ๊ปปี้อย่างที่เห็นทุกวันนี้
แต่ถึงอย่างนั้นก็มีความท้าทายคือการสร้างการรับรู้ให้คนรู้จักคาแรกเตอร์ “มันไม่ง่ายเพราะตอนเริ่มต้นคนยังไม่รู้จัก เราต้องค่อยๆ ใส่ดีเทลและปรับไปเรื่อยๆ”

Advertisement

พร้อมเล่าว่าหากย้อนกลับไปวันแรก เขาอยากแนะนำตัวเองว่า “ให้เก็บรายละเอียดความบกพร่อง มันจะทำให้ภาพชัดขึ้น และปรับตัวเล็กๆ น้อยๆ ตลอดเวลา”

นิยามคาแรกเตอร์ในมุมของเขาคือ “เข้าถึงได้ง่าย” เพราะเมื่อใครชอบแล้ว แม้แต่เงาก็ยังจำได้ นี่จึงเป็นหลักคิดที่ใช้พัฒนาทั้งบุคลิก ลายเส้น ไปจนถึงท่าทางของตัวละคร

แม้ตอนแรกจะวาดตามสัญชาตญาณ แต่หลังจากได้เข้าร่วมโครงการ CHANGE x2 ของ CEA ก็ได้เรียนรู้การปรับสัดส่วนและกิริยาท่าทางให้เข้าถึงง่ายขึ้น และสุดท้ายเป้าหมายก็ไม่หยุดเพียงแค่ในประเทศ

“ไอดอลของผมคือคุมามง มาสคอตจังหวัดคุมะโมะโตะ เราอยากปั้นน้องน้ำว้าและพี่ปิ๊ปปี้ให้โกอินเตอร์เหมือนกัน โดยใช้พลังจากทั้งคนในจังหวัดที่ผลักดันจากข้างใน และภาคเอกชนที่ช่วยผลักจากข้างนอก โตไปพร้อมกัน”

ด้าน วุฒิภัทร วงศ์ดี ครีเอเตอร์หนุ่มจากจังหวัดขอนแก่น ผู้สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ “รูบี้และแซฟไฟร์” ด้วยคอนเซปต์ที่ไม่เพียงแต่น่ารักหรือโดดเด่น แต่ยังถูกออกแบบให้มีความหมายลึกซึ้งและเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ติดตาม โดยชื่อ รูบี้และแซฟไฟร์ มาจากการมองคาแรกเตอร์ให้เปรียบเสมือนอัญมณีเพราะอยากให้คนที่ติดตามรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และเป็นแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จ

คาแรกเตอร์แรกที่ถือกำเนิดคือ น้องรูบี้ ซึ่งมีเอกลักษณ์เด่นตรงตาขีดฝั่งซ้าย และมีกากบาทฝั่งขวา และมีเพื่อนสนิทอย่าง แซฟไฟร์ ที่เป็นขั้วตรงข้ามแต่กลับเติมเต็มกันและกันได้อย่างลงตัว

กับความท้าทายในช่วงพัฒนาคาแรกเตอร์ขึ้นมา “จริงๆ ตอนแรกมีแต่ส่วนหัว ยังไม่รู้ว่าจะทำบอดี้ยังไงให้เข้ากับหัวที่วางไว้ ความท้าทายคือการพัฒนาแขนขา รูปร่าง เพื่อให้กลายเป็นคาแรกเตอร์ที่สมบูรณ์แบบ”สำหรับตนคาแรกเตอร์ที่ดีไม่ใช่แค่ภาพจำ แต่ต้อง สื่อสาร และกลายเป็นแรงผลักดันบางอย่างให้ผู้ติดตามก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ “องค์ประกอบสำคัญที่สุดคือสตอรี่ เพราะสตอรี่ทำให้แฟนๆ รู้สึกอยากมีส่วนร่วม และติดตามไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะรุ่นก่อนหรือรุ่นหลัง”

แม้คาแรกเตอร์หลายตัวในไทยต้องปรับเปลี่ยนเพื่อตลาด แต่สำหรับ วุฒิภัทร เลือกที่จะยืนบนเส้นทางของตัวเอง โดยมีความตั้งใจในการทำให้คาแรกเตอร์ไทยมีที่ยืนบนเวทีโลก โดยอาศัยพลังของเรื่องเล่าและเอกลักษณ์ท้องถิ่น

“สตอรี่ของรูบี้คือการแทนคนที่มีความพยายาม ไม่ว่าจะเจออุปสรรคแค่ไหนก็ยิ้มเข้าไว้ ผมเอาคอนเซ็ปต์นี้ไปคอลแลปกับไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของขอนแก่น ลงสื่อต่างๆ โดยเฉพาะทวิตเตอร์ เพราะญี่ปุ่นนิยมใช้แพลตฟอร์มนี้ และเคยไปออกงานญี่ปุ่น ได้รับการตอบรับจากแฟนคลับต่างชาติถือเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ว่า คาแรกเตอร์ไทยก็สามารถขยายสู่สายตาแฟนทั่วโลกได้เช่นกัน”

ปิดท้ายที่ กมลชนก คาระวะวัฒนา ผู้อยู่เบื้องหลังคาแรกเตอร์ “เตเต้” เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากคำว่า ‘แต๊’ ในภาษาจีนแต้จิ๋วที่แปลว่า ‘ชา’ ซึ่งฟังใกล้เคียงกับคำว่า ‘tea’ ในภาษาอังกฤษ จึงนำมาผสมและสร้างคำใหม่ขึ้นมาเป็น “เตเต้”

โดยได้พูดถึงจุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจ มาจากวันที่ไทยมีข่าวว่า ชาไทยเย็นติดอันดับ 7 ของเครื่องดื่มที่ดีที่สุดของโลก จึงอยากออกแบบคาแรกเตอร์ที่เกี่ยวกับชา แต่ไม่อยากทำออกมาเป็นแก้วชาไทยตรงๆ เลยคิดถึงการจับคู่กับก้อนแป้ง จึงกลายเป็นคาแรกเตอร์กลมๆ พราะเวลาเราดื่มชา มักจะกินกับแป้งด้วย

รวมถึงตั้งใจให้รูปร่างคล้ายลูกแพร์ แต่เส้นและรูปทรงไม่ได้อย่างใจ จึงต้องปรับทั้งใบหน้าและหมวกอยู่หลายครั้ง กว่าจะออกมาเป็นเตเต้ที่ทุกคนคุ้นเคย

ทั้งนี้กับคำจำกัดความของคาแรกเตอร์ที่ดีคือ “ไม่จำเป็นต้องเห็นสีหรือรายละเอียดครบ แค่เห็นเงาสีดำก็ควรรู้ได้เลยว่านี่คือตัวอะไร”

แม้คาแรกเตอร์จะผูกพันกับชาไทย แต่เธอก็เผยว่า “จริงๆ ฟีดแบคจากต่างประเทศดีมาก โดยเฉพาะจีน ไต้หวัน ฮ่องกง เพราะเขาก็มีวัฒนธรรมการดื่มชาเหมือนกัน”

ทำให้เชื่อว่ามีโอกาสขยายตัวไปทั่วเอเชียและในอนาคตอาจไกลถึงระดับโลก