ออสการ์อาศัยแค่ ‘ฝืมือ’ไม่ได้ ต้องใช้ ‘กลยุทธ์’ช่วย

29.02.16 | 15:49 น.
AFP PHOTO / MARK RALSTON

ประกาศกันไปเรียบร้อยสำหรับผลรางวัลออสการ์ว่ามีดาราคนเก่งรายไหนบ้างที่คว้าไปครอง

แต่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า บางทีแค่ “เก่ง” อย่างเดียวก็อาจไม่ได้รางวัลนี้

โดยรายงานข่าวของเอเอฟพีเมื่อไวๆ นี้ ได้พูดถึง ‘เบื้องหลัง’ การทำงานของทีมผู้สร้างภาพยนตร์ และเหล่าดารานักแสดงที่มีชื่อเป็น ‘นอมินี’ ติดเข้าชิงรางวัลออสการ์ว่า ต้องทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย ไม่แพ้ตอนถ่ายทำภาพยนตร์ เพื่อให้ผลงานของตน ‘เข้าตา’ คณะกรรมการสถาบันวิทยาการและศิลปะภาพยนตร์ ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกผู้ชนะรางวัลออสการ์ในแต่ละสาขา

“คุณไม่สามารถนั่งเอนหลัง แล้วปล่อยให้ภาพยนตร์ของคุณพิสูจน์ความดีเด่นด้วยตัวของมันเอง” ทอม นูนาน ผู้อำนวยการสร้าง ‘แครช’ (Crash) ซึ่งคว้ารางวัลออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเมื่อปี 2549  ให้สัมภาษณ์นักข่าวเอเอฟพี

ทั้งนี้ ในรายงานข่าวเล่าว่า หลังจากมีชื่อเข้าชิงออสการ์ ทั้งทีมงาน โดยเฉพาะดารานักแสดงจะต้องเดินทางไปโปรโมตหนังของตนตามที่ต่างๆมากมาย ต้องไปปรากฏตัวร่วมงานเลี้ยงไม่รู้กี่งานต่อกี่งาน และยังต้องไปปรากฏตัวในงานฉายภาพยนตร์ที่จัดฉายเป็นส่วนตัวให้สมาชิกอคาเดมี ผู้มอบรางวัลออสการ์ดูด้วย

Advertisement

บรี

บรีลาสัน เดินสายโปรโมต รูม ( ภาพจาก sidewalkstv.com)

ขณะที่ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ก็ต้องระดมทีมพีอาร์ ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการตลาด มาช่วยกันวางกลยุทธ์เพื่อทำให้หนังและนักแสดงของตน เข้าตาคณะกรรมอคาเดมีอย่างที่ว่า ซึ่งจากการประเมินของนิตยสารวาไรตี้ บอกว่า ค่ายหนังต้องใช้งบประมาณเพื่อการนี้ราว 3,000,000 -10,000,000 ดอลลาร์ หรือราว 107.7 -359 ล้านบาท ต่อภาพยนตร์ 1 เรื่อง

ส่วนค่ายหนังเล็กๆ ที่ไม่มีเงินถุงเงินถังก็จะหันไปพึ่งช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อให้ภาพยนตร์และนักแสดงของตนเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

ลีโอนาร์โด

ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ระหว่างเดินสายโปรโมต เดอะ เรเวแนนท์ (ภาพจาก.justjared.com)

“โซเชียลมีเดีย สามารถช่วยได้มากในการกระจายข้อมูลข่าวสาร ซึ่งฉันคิดว่าเป็นเครื่องมือที่จำเป็นอย่างยิ่งในการรณรงค์เพื่อช่วงชิงรางวัล และใช้ในการเปิดตัวภาพยนตร์” นักการตลาดคนหนึ่งเปิดเผยกับเอเอฟพีโดยไม่ขอเปิดเผยชื่อ

อย่างไรก็ตาม ด้วยเป้าหมายสูงสุดคือการชนะใจสมาชิกอคาเดมีที่มีอยู่กว่า 6,261 คน วิธีที่ง่ายที่สุดและนิยมใช้กันมากที่สุดที่จะสามารถเข้าถึงสมาชิกอคาเดมีได้โดยตรงคือ การส่งก๊อบปี้ภาพยนตร์ไปให้สมาชิกอคาเดมีได้ดูถึงบ้าน ซึ่งทอม นูนาน เล่าว่า เมื่อตอน ‘แครช’ ติดเข้าชิงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ทางค่ายไลอ้อนเกตก็เป็นเจ้าแรกที่ส่งก๊อบปี้หนังเรื่อง ‘แครช’ ไปให้สมาชิกอะคาดิมี่  “เมื่อพวกเขาได้ดู ก็ชอบกัน” ทอม เล่าให้เอเอฟพีฟัง

แต่วิธีที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด ก็คือการจัดฉายภาพยนตร์ให้สมาชิกอคาเดมีดูแบบไพรเวต และเปิดโอกาสให้มีการถาม-ตอบ หลังจากภาพยนตร์จบ ซึ่งสมาชิกอคาเดมีสามารถได้พบปะกับนักแสดงและทีมงาน

“มันอาจจะฟังดูไร้สาระ แต่ถ้าคุณได้ดู ‘เบิร์ดแมน’ (Birdman) และชอบ แล้วเมื่อคุณได้พบไมเคิล คีตัน แล้วคุณรู้สึกชอบเขา เมื่อถึงเวลาลงคะแนนโหวต คุณก็จะนึกถึงเขาและลงคะแนนให้เขา” อัลวาร์ คาร์เร็ทเทโร ลา ฟูเอ็นเต้ จากบริษัทประชาสัมพันธ์ JJPR พูดถึง ‘เบิร์ดแมน’ ซึ่งได้ออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเมื่อปีที่แล้ว

อัลวาร์เล่าว่า สำหรับปีนี้บริษัทของเขารับทำพีอาร์ให้กับภาพยนตร์เรื่อง ‘เดอะ มาร์เชี่ยน’ (The Martian) และ ‘บรู๊คลิน’ (Brooklyn) ซึ่งได้เข้าชิงออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมทั้งคู่ และเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาก็ได้จัดงานเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อให้สมาชิกอคาเดมีร่วม 200 คนได้พบปะ พูดคุยกับ ฿แมตต์ เดม่อน฿ ซึ่งได้เข้าชิงดารานำชายยอดเยี่ยมจาก ‘เดอะ มาร์เชี่ยน’

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ดารานักแสดงที่เป็นนอมินีต้องทำงานหนัก ต้องเดินทางไปเกือบทุกที่เพื่อโปรโมตตัวเอง แต่ก็มีดาราบางคนแทบไม่ต้องโปรโมตหรือทำอะไรเลย ก็ได้ออสการ์ อย่างเช่น แดเนี่ยล เดย์-ลูอิส พระเอกเจ้าบทบาทชาวอังกฤษ ที่ได้ออสการ์มาแล้ว 3 ตัวจาก  ‘My left Foot’  เมื่อปี 2532, ‘There Will Be Blood’ ปี 2551 และ ‘Lincoln’ ปี 2556

“ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทีมงานและนอมินีทำกัน ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้ว่าคุณจะชนะ ที่คุณทำทุกสิ่งทุกอย่างก็ด้วยหวังว่าจะทำให้คนได้ดูภาพยนตร์ของคุณ ด้วยความหวังว่าผู้มีสิทธิลงคะแนนโหวตจะพูดถึงภาพยนตร์ของคุณ” นักประชาสัมพันธ์คนหนึ่งบอกกับเอเอฟพี

แต่ถึงกระนั้น เหล่านอมินีก็ต้องทำงานกันอย่างขับเคี่ยวในช่วงก่อนวันประกาศผลออสการ์ ไม่ว่าจะเป็น ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ,บรี ลาร์สัน   หรือ เลดี้ กาก้า ที่การปรากฏตัวร้องเพลงชาติสหรัฐในศึกซุปเปอร์โบว์ล  หรือการขึ้นเวทีแกรมมี่ ร้องเพลงสดุดี เดวิด โบวี่ ของเธอก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการโปรโมต

ก่อนการประกาศผล