การคัดเลือกนักดนตรีวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (ทีพีโอ) ระหว่างวันที่ 1-6 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา สร้างความตื่นเต้นระทึกใจผ่านสงครามความรู้สึก ผ่านกระบวนคิดหลากหลายรูปแบบ ผ่านการถกเถียง ผ่านสถานการณ์ที่ตึงเครียด ผ่านการ
กลั่นกรองหลายครั้ง ตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีก และในที่สุดก็ต้องตัดสินใจ ซึ่งเป็นครั้งสำคัญที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งวงทีพีโอมา ประหนึ่งว่าเป็นการก้าวข้ามจากมิติเดิมไปสู่มิติใหม่
เป็นทั้งความเปลี่ยนแปลง เป็นความเสี่ยง เป็นความท้าทาย จากมิติอำนาจนิยม ท้องถิ่นนิยม พวกนิยม ประเพณีนิยม จารีตนิยม วัฒนธรรมนิยม ชาตินิยม ไปสู่มิติคุณภาพนิยม ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่ง แค่คิดก็ยากแล้ว แต่ทำนั้นยากกว่าคิดอีกหลายเท่า เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงและเป็นความเสี่ยงสูงในเวลาเดียวกัน
ความเปลี่ยนแปลงทำให้คนต้องตกงาน ทำให้คนหมดโอกาสทำงานกับทีพีโอ ซึ่งเป็นความเจ็บปวดมาก ทำให้องค์กรอย่างทีพีโอดูแล้วไม่น่ารัก หรือมีคนไม่รักมากขึ้น แต่ก็ยังเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นอนาคต ความเปลี่ยนแปลงเป็นความหวัง ความเปลี่ยนแปลงคือชัยชนะ เป็นความหวังที่จะมีคุณภาพ หวังว่าความเปลี่ยนแปลงจะเป็นพลังทางบวกมากกว่าพลังทางลบ
นายนิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม เป็นนักทรัมเป็ตหนุ่ม อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เดิมเรียนชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น เรียนดนตรีเครื่องเป่าอยู่ในวงโยธวาทิต แล้วมาสอบเข้าเรียนวิชาเอกทรัมเป็ต เป็นลูกศิษย์อาจารย์ ดร.โจเซฟ โบว์แมน การสมัครสอบคัดเลือกเข้าวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (ทีพีโอ) เป็นครั้งแรกในชีวิตของนิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม ซึ่งมีทั้งนักทรัมเป็ตรุ่นใหญ่กว่า มีฝีมือและมีประสบการณ์มากกว่าถึง 25 คนที่จะต้องสอบแข่งขันเพื่อชิงที่นั่ง 4 ตำแหน่งในวงทีพีโอ
นิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม เป็นเด็กบ้านนอก รู้ว่าตัวเองมีโอกาสน้อย เมื่อมีโอกาสก็สมัครเข้าคัดเลือกเพราะว่าไม่มีอะไรจะเสีย พ่อแม่นั้นไม่มีเงินจะส่งให้เรียน ก็ต้องกู้เงินรัฐ (กยศ.) จ่ายค่าเล่าเรียน ที่เหลือก็ช่วยตัวเองโดยการเล่นดนตรี (เปิดหมวก) เป็นวงบราสควินเต็ต (Brass Quintet) เล่นตามศูนย์การค้าเพื่อหารายได้ วันเสาร์-อาทิตย์ ระหว่างเวลา 14.00-20.00 น. แล้วเอาเงินเปิดหมวกที่ได้ไปแบ่งกันกับเพื่อนๆ
เมื่อประกาศผลการคัดเลือก (11 เมษายน 2560) นิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม ผ่านการคัดเลือกได้เป็นคนเป่าทรัมเป็ตเก้าอี้ที่ 1 (First Chair) ซึ่งเป็นคนเป่านำในวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (ทีพีโอ)
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ความไม่อยากจะเชื่อก็เกิดขึ้นแล้ว หูคณะกรรมการ 7 คน คัดเลือกให้นิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม เป็นลำดับที่หนึ่ง
คําถามมีอยู่ว่า การสำแดงฝีมือในการเป่าทรัมเป็ตแค่ 10 นาที ทำให้ชีวิตของนิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม เปลี่ยนไปทันที จากนักดนตรีข้างถนน เป่าแตรหาเงินเรียนหนังสือ กลายเป็นนักดนตรีที่มีเงินเดือน (สูง) ใส่เสื้อสูทหรูผูกหูกระต่าย อยู่ในวงดนตรีระดับชาติ มีนักดนตรีฝีมือสูงอยู่ร่วมวง มีคนจับตามองถ่างหูฟังอยู่จำนวนมาก ต่างก็มีคำถามสงสัยในตัวของนิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม ว่า “มันจะไปไหวหรือ มันจะรอดไหม กรรมการคิดผิดไปหรือเปล่า หูเพี้ยนหรือเปล่า ทำไมไม่เอาคนมีประสบการณ์นั่งก่อน ทำไมไม่เอาคนเก่านั่ง” ซึ่งก็มีคำถามที่ตามมาอีกมากมาย ถามไม่หมดและตอบไม่จบ
นิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม จะมีชีวิตที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นไปได้ 2 ทาง คือ ทางหนึ่งเป็นความเจริญรุ่งเรือง แต่ก็ต้องมีความขยันฝึกซ้อมอย่างจริงจังมาก เพราะเมื่อวง
ทีพีโอเริ่มแสดงในเดือนพฤษภาคม ก็จะต้องเล่นติดต่อกัน 5 เดือน จะต้องเป่าให้ถูกเท่านั้น เป่าถูก เล่นดี มารยาทดี ก็จะช่วยให้นิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม อยู่รอดในตำแหน่งได้
ในขณะเดียวกัน ทางที่สอง นิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม ไม่มีสิทธิที่จะเป่าแตรผิดๆ บนเวทีได้เลย เพราะนักดนตรีที่เป็นเพื่อนร่วมวง ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ และผู้ฟัง ต่างก็นั่งลุ้นกันว่าจะสามารถสอบผ่านบนเวทีจริงได้หรือไม่ เป่าผิดก็หมายถึงการสอบแล้วตกเวที เพราะความอ่อนด้อยประสบการณ์ ไม่คุ้นกับเวที การมีนักดนตรีมือใหญ่ๆ เป็นเพื่อนร่วมวงนั้นก็เป็นเรื่องที่ยาก จึงเป็นบทบาทที่นิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม จะต้องเคร่งครัดในการฝึกซ้อมอย่างยิ่ง ฝีมือต้องเตรียมมาเต็มร้อยเท่านั้นจึงจะเอาตัวรอดได้ ขึ้นชื่อว่าเป็นอาชีพแล้ว เป็นเวทีที่โหดร้าย ไม่ปรานีใคร เพราะคนที่คอยดูอยู่ข้างๆ เวที ต่างก็จ้องที่จะเข้าทำงาน
ใครร่วงใครหล่นก็จะหมดโอกาสได้ง่ายๆ เพราะจะมีคนต่อๆ ไปขึ้นมานั่งบนเก้าอี้เป่าแทน
บรรยากาศแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่ก็จะมีนักดนตรีไม่พอ คนเก่งก็จะเล่นตัว คนเก่งก็จะไม่ฝึกซ้อม เชื่อมั่นในฝีมือของตัว ทุกคนจะฝังใจว่าไม่มีใครเข้ามาทดแทนได้ คนเก่งจะเล่นตัวหรือเกเรอย่างไรก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ เพราะต้องดำเนินกิจการต่อไป วันนี้วงการดนตรีเปลี่ยนแปลงไปแล้ว มีนักดนตรีรุ่นใหม่ มีคลื่นลูกใหม่ที่มีฝีมือเกิดขึ้น พร้อมทั้งการมีโอกาส เปิดโอกาสให้แสดงความสามารถ แม้จะเป็นโอกาสที่น้อยเต็มที แต่ก็มีโอกาสทางดนตรีเกิดขึ้นแล้ว
หรืออาชีพนักดนตรีไม่มั่นคงในสังคมไทย ความมั่นคงของอาชีพอยู่ที่ฝีมือ การพัฒนาฝีมือ การฝึกซ้อมฝีมือ การรักษาระดับฝีมือ ซึ่งเป็นหน้าที่และเป็นอาชีพของนักดนตรี หากว่านักดนตรีทำได้ อาชีพนักดนตรีก็จะเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน วันนี้แม้จะมีตำแหน่งไม่มากนัก แต่ก็มีตำแหน่งนักดนตรีอาชีพเกิดขึ้น และเพราะตำแหน่งนักดนตรีอาชีพนั้นมีน้อย การแข่งขันจึงสูง
สิ่งที่น่าสนใจมากอีกอย่างหนึ่งก็คือ นักดนตรีของไทยมีฝีมือสูงขึ้น สำหรับวงดุริยางค์ ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (ทีพีโอ) นั้น มีสมาชิกที่เป็นคนสัญชาติไทยสูง (70%) มีสมาชิกนักดนตรีที่เป็นชาวต่างชาติเพียงส่วนหนึ่ง (30%) แตกต่างไปจากวงดนตรีในสิงคโปร์และมาเลเซียอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเขามีนักดนตรีในท้องถิ่นเพียงน้อยนิด (1%)
ปรากฏการณ์ที่นักดนตรีรุ่นใหม่อายุน้อยอย่างนิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม ผ่านการคัดเลือกให้เข้าอยู่ในวงดนตรีอาชีพได้ จะอยู่ได้มั่นคงมากน้อยแค่ไหนนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สามารถบอกให้สังคมทราบว่า คุณภาพการศึกษาดนตรีในประเทศไทย ไม่แพ้การศึกษาดนตรีในภูมิภาคอื่นแต่อย่างใด เพราะเมื่อมีนักดนตรีจากนานาชาติมาสมัครเข้าแข่งขัน ส่วนใหญ่มาตรฐานยุโรปยังสูงอยู่ แต่อย่างน้อยเด็กไทยจากสถาบันการศึกษาไทยก็ยังมีโอกาสแทรกเข้าไปนั่งในตำแหน่งเก้าอี้ที่หนึ่งได้
ถือเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาทีเดียว ซึ่งจะลงเอยอย่างไร ก็ต้องจับตาดูเปิดหูฟังต้นเดือนพฤษภาคม เพราะจะเป็นวงทีพีโอที่มีสมาชิกใหม่ ทุกคนก็จะรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดชีวิต

