พลิกโฉมวงการบันเทิงไทย เปิดตัว เค-ชอร์ตส์ (K-SHORTS) โปรเจ็กต์ใหม่รันวงการซีรีส์แนวตั้ง
พลิกโฉมการชมละครไทย สู่ยุคของไมโคร ดราม่า (Micro Drama) เมื่อ 3 พันธมิตรแห่งวงการสื่อไทย ทั้ง กันตนา อมรินทร์ทีวี และ MI GROUP ได้มีการเปิดตัว เค-ชอร์ตส์ (K-SHORTS) ซีรีส์แนวตั้ง ที่นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการบันเทิงไทยกับการรับชมละครไทยที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จากหน้าจอโทรทัศน์สู่สมาร์ทโฟนในมือผู้ชมที่สามารถดูได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่
หลังจากที่เทรนด์จากทั่วโลกแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของไมโคร ดราม่า ไม่ใช่แค่รูปแบบการรับชม แต่ยังสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิตคอนเทนต์ เพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมผู้ชม ถึงจุดเปลี่ยน พัฒนา และก้าวไปอีกขั้น เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง สร้างสรรค์ และกลยุทธ์ในการผลิตคอนเทนต์ที่แตกต่าง ซึ่งวางแพลนไว้พร้อมจะเปิดตัวภายในปีนี้กว่า 100 เรื่อง ด้วยการเล่าเรื่องที่เข้มข้น กระชับ ฉับไว อารมณ์ร่วม เข้าถึงใจผู้ชมในเวลาเพียงไม่กี่นาที จึงหวังว่าจะเข้าถึงผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว และเป็นที่ชื่นชอบ

โดย ตุ๊กตา-จิตรลดา กัลย์จาฤก รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้เผยว่า “เราเปิดตัว เค-ชอร์ตส์ ซึ่งเราประกาศว่าต่อไปนี้เรากำลังจะทำไมโคร ดราม่า ส่งความสุขให้กับทุกคนรวมไปถึงมือถือของทุกคนเลย”
“ไมโคร ดราม่า จะเป็นละครสั้นที่จะกระชับแล้วก็สนุก เหมือนว่าตรึงตราตรึงใจเรา อินกับละครไทยในเวลาไม่กี่นาที มันแตกต่างจากละครปกติมาก เพราะปกติ เวลาเราดูละคร เราจะดูละครแบบหลายตอน หลายชั่วโมง แต่อันนี้คุณจะสนุกภายในเวลาไม่เกิน 3-5 นาที เต็มอิ่มแน่นอน”
ในส่วนของการผลิตซีรีส์แนวไมโคร ดราม่า นั้นก็ยอมรับว่าต้องปรับรูปแบบการทำงานใหม่เลย เพราะต้องทำให้ละครมันสนุกภายในเวลาอันสั้น โดยตัวบทนั้นมีส่วนสำคัญที่บอกเล่าเรื่องราวอย่างกระชับ เพื่อให้คนดูอินไปกับทุกวินาทีที่ดู
“ก็สารภาพว่ายากมาก ตอนแรกนึกว่ามันจะง่าย แต่พอถ่ายออกมาแล้วมันไม่ได้ มันต้องปรับเอง แต่ว่าตอนนี้เข้าใจแล้วว่าลักษณะอะไร ยังไง ความท้าทายก็คือจะทำยังไงให้มันสนุกภายในเวลาสั้น”
ด้าน ศิริ บุญพิทักษ์เกศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ก็ได้กล่าวว่า เป็นโอกาสที่ทั้งสามพาร์ตเนอร์อยากจะทำละครแนวใหม่ ที่สามารถส่งความสุขถึงคนดูผ่านทุกช่วงเวลาในมือถือ ด้วยเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตคนเราเปลี่ยนไป ด้วยความเร่งรีบทำให้ไม่สามารถกลับไปดูทีวีเหมือนเมื่อก่อน และใช้ชีวิตอยู่บนมือถือเยอะ
“คิดว่าน่าจะตอบโจทย์แฟนละครของคนไทย รวมทั้งคนในภูมิภาคนี้ด้วย เราส่งออกซีรีส์ไปให้กับคนในภูมิภาคนี้ค่อนข้างเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น บอยเลิฟ, เกิร์ลเลิฟ หรือซีรีส์ต่างๆ ต้องบอกว่าอุตสาหกรรมละครบ้านเราไปไกลพอสมควร เราก็อยากให้ไมโครดราม่าจะเป็นอีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ที่ผลักดันอุตสาหกรรมบ้านเราให้สู่สายตาคนทั่วโลก”
กับความคาดหวัง ศิริยอมรับว่ามีความคาดหวังที่สูง ทั้งการเปิดตัวในไทยเป็นลำดับแรกๆ ของไทย ก็ตั้งเป้าไปว่าจะโกอินเตอร์ให้ได้ พร้อมกับดูฟีดแบ๊กจากแฟนๆ ว่าตอบโจทย์ผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน ต้องไปปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง แล้วค่อยมาวางไลน์อัพส่วนที่เหลือ
ขณะที่ ภวัต เรืองเดชวรชัย President & CEO of MI GROUP ก็ว่าจริงๆ มีความคิดที่อยากจะบุกตลาดนี้มาหลายปีแล้ว เพียงแต่ไม่มีความถนัดเหมือนพาร์ตเนอร์อีก 2 บริษัท พอวันนี้ได้มาทำจริงเลยมีทั้งความตื่นเต้น และมั่นใจ ส่วนเรื่องความท้าทายขอปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ผลิต
“คิดว่ามั่นใจแล้วสอดรับทุกอย่างเลย ผู้บริโภคเดี๋ยวนี้มองหาคอนเทนต์แนวนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนทำงาน ผู้ใหญ่ หรือคนสูงวัย ตอบโจทย์ได้หมด แต่ว่าเราอาจจะต้องทำงานต่อเนื่องในเรื่องดาต้า เพื่อให้คอนเทนต์ตอบโจทย์ในการผลิต เพื่อไปในทุกตลาดได้อย่างเหมาะสม แล้วก็เป็นเครื่องมือหลักเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้นักการตลาด หรือผู้ประกอบการขายของให้ได้ เพราะวันนี้เราพึ่งพาสื่อดั้งเดิมอย่างเดียวไม่ได้”
ในส่วนของ เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ในฐานะผู้จัด ก็เผยว่า วางแผนจะเป็นหนึ่งในผู้จัดซีรีส์แนวตั้งอยู่เช่นเดียวกัน “จริงๆ เรื่องนี้เราไปขอเขาว่าอยากทำ เพราะว่ามันน่าสนุกมาก ละครแนวตั้ง เรารู้สึกว่าในคัลเจอร์จักรวาลของเดอะเฟซ มีมีมเกิดขึ้น เป็นอมตะตำนานตั้งแต่ซีซั่น 1 เรารู้สึกว่ามีมเหล่านั้นถ้าเรามาขยายความเขาในปี 2025 แล้วทำเป็นละครมันได้เกิน 60 ตอนเลยนะ มันได้หลายซีซั่นเลย”

“แต่ว่าสถานที่ เซตติ้งของละครสั้นเรื่องที่คิด เราเคยวางไว้ คือ เกิดขึ้นในออฟฟิศ มันเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ แม้กระทั่ง เฟิร์ส จ็อบเบอร์ (First Jobber) หรือแม้กระทั่งนักศึกษาที่กำลังจะเรียนจบ ซึ่งเรื่องราวคือการที่เราต้องมาแข่งกันโดยการมาเป็นเดอะเฟซในออฟฟิศ แล้วก็แข่งกันว่าใครจะได้ลาพักร้อน แล้วมันก็เป็นจิตวิทยาในออฟฟิศ มันเบาสมองให้คนอยากดูแล้วก็สนุกไปกับการดูละครสั้นเรื่องนี้”
“ได้เห็นอะไรใหม่ๆ แน่นอน แต่ขอสักครู่นึง ขอจบเดอะเฟซก่อนแล้วเดี๋ยวจะไปทำอันนี้ พอว่างก็จะลองทำดูสัก 15-40 ตอนก่อน ก็จะได้เห็น คุณเต้ พี่เต้ ป้าเต้ เล่นเป็นหลายตัวหลายคาแร็กเตอร์ เพราะว่าเราก็อยากเล่นคอมเมดี้อยู่บ้าง ส่วนนักแสดงก็คงชวนพี่ๆ น้องๆ ในวงการบันเทิง หรือที่เป็นครอบครัวเดอะเฟซบ้าง หรือเป็นคนที่รู้จักกันบ้าง มาร่วมเล่นกันในครั้งนี้ ดารารับเชิญเยอะอยู่”
ทั้งนี้ ตุ๊กตา จิตรลดา ได้ฝากทิ้งท้ายไว้ว่า “ตอนนี้ก็ออนแอร์ไปแล้ว สแกนคิวอาร์โค้ดแล้วเข้าไปตามได้ทุกช่องทางเลย 100 เรื่องมีครบรส มีรัก ตลก บู๊ ดราม่า ผี ก็ฝากปักหมุดรอเลย ต่อไปนี้เราจะมีความสุขส่งให้คุณถึงมือถือของคุณทุกอาทิตย์ เราจะมีละครใหม่ตั้ง 100 เรื่องรับรองว่าจะต้องมีสักเรื่องที่ถูกใจคุณแน่นอน” เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวใหม่ๆ ของซีรีส์ไทย


