เก็บความประทับใจ ใส่ประตูแห่งความทรงจำ โดยอง ปิดฉากทัวร์อย่างอิ่มเอมใจ ครบทุกรส Doors in BANGKOK
ปิดประตูแห่งความทรงจำครบทุกบานแล้ว สำหรับ คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 2 ของ โดยอง (DOYOUNG ) วง NCT (เอ็นซีที) ที่พา ‘2025 DOYOUNG CONCERT [ Doors ] in BANGKOK’ มาสลักเอาไว้ในใจแฟนๆชาวไทย จนทำให้ การแสดงทั้ง 2 รอบ ที่ ธันเดอร์โดม ขายบัตรหมดเกลี้ยง รวมแล้วมีผู้ร่วมงานเกือบหมื่นคน
ธันเดอร์โดม เรียกว่าเป็นสถานที่ที่มีความหมาย ไม่ใช่เฉพาะกับแฟนเพลง แต่ยังรวมถึงตัวหนุ่มโดยอง นั่นเพราะที่แห่งนี้ เป็นที่แรกที่เขาได้มาเปิดการแสดงที่ไทย และ ไม่นานมานี้ ยังได้เดินทางมาพร้อมเพื่อนๆ NCT 127 เปิดการแสดงที่ ธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม ไปเมื่อต้นปี นี่จึงเป็นเวลาไม่นานนัก ที่เขาได้กลับมาเชื่อมใจกับแฟนอีกครั้ง

คอนเซปต์หลักของคอนเสิร์ตครั้งนี้ คือ ‘Doors’ ที่สื่อถึงการตามหาความทรงจำและอารมณ์ต่าง ๆ ที่ได้พบเจอเมื่อประตูแห่งความทรงจำถูกเปิดออก องค์ประกอบทุกอย่างตั้งแต่เซ็ตลิสต์ วีซีอาร์ และการกำกับเวทีจึงถูกออกแบบมาให้เชื่อมโยงเข้ากับคีย์เวิร์ด ‘ประตู’ ได้อย่างลงตัว
ร่วมด้วยวงดนตรีสดแบบเต็มวง ช่วยขับกล่อมเพลงทั้งหมดจากอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก ‘청춘의 포말 (YOUTH)’ ที่เข้าถึงความรู้สึกของวัยรุ่น และอัลบั้มเดี่ยวชุดที่สอง ‘Soar’ จุดประกายความกล้าฝัน หลอมรวมกันเป็นเวทีที่ส่งให้ โดยอง ส่องแสงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเต็มที่ พร้อมยืนยันถึงสถานะ ศิลปินสายโวคอลชั้นนำตัวแทนแห่งวงการเค-ป็อป
ทันที่ที่ไฟในฮอลล์คอนเสิร์ตดับลง แสงเลเซอร์ได้ยิงเป็นรูปบานประตู โดยอง เปิดประตูคอนเสิร์ต ด้วยการปลุกอารมณ์แฟนเพลง กับพลังเสียงที่ปลุกทุกคนจากความมืดในเพลงแนวร็อก 깊은 잠 (Wake From The Dark)ก่อนที่ม่านคลุมจะร่วงหล่น โดยองจะเปิดประตูออกมาทักทายแฟนๆ บิ้วอารมณ์กันต่อด้วยการโชว์เสียงอันหนักแน่นใน 댈러스 러브 필드 (Dallas Love Field), 나의 바다에게 (From Little Wave), 반딧불 (Little Light)’ และ Lost In California

พร้อมพาผู้ชมดื่มด่ำไปกับเสียงร้องกังวานคลอเปียโนในบัลลาด 온기 (Warmth), 끝에서 다시 (Rewind) และ 편한 사람 (Just Friends) ที่ผสานเสียงละมุนกับกีตาร์อะคูสติก ไปจนถึงเพลงโปรดของแฟน ๆ อย่าง 안녕, 우주 (Memory), Time Machine, 자전거 (First Step) และ 쏟아져오는 바람처럼 눈부시게 너란 빛이 비추더라 (Be My Light)
ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงที่แฟนๆ ต่างตกตะลึง เมื่อ VCR ที่หลายคนอาจคิดว่าเป็นการพักสักแปป ก่อนจะพิสูจน์ความหูเคลือบทองต่อ กลับพาเข้าสู่โหมดเซ็กซี่ของโดยอง ที่อาจจะไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนักบนเวทีคอนเสิร์ต ตัดอารมณ์แฟนเข้าสู่บาร์แจ๊สของโดยอง ที่ยกวงดนตรีแจ๊สมาบรรเลงแบบสด ๆ เพื่อถ่ายทอดบทเพลงที่เรียบเรียงใหม่ในแบบฉบับของเขา

หยิบเอาเพลงฮิตในยูนิตต่างๆ ทั้ง เพลง ‘YESTODAY’ ของ NCT U, เพลงเดี่ยวของเขา 내가 됐으면 해 (Serenade), เพลงประกอบละคร Like a Star, เพลง 우산 (Love Song) ของ NCT 127 และเพลง Perfume ของ NCT DOJAEJUNG ที่เจ้าตัวโชว์ทักษะเปียโนในช่วงท้ายเติมเต็มความสนุก
งานนี้เล่นเอาแฟนคลับกรี๊ดคอแทบแตก กับลุกพราวเสน่ห์เสื้อสีแดง และความขี้เล่น รวมถึงเพลงฮิตจัดเต็มคลายความคิดถึง

และเซอร์ไพรส์ที่น่าจดจำในคืนนี้ ก็ไม่พ้นการหยิบเพลงไทยอย่าง ความรู้สึก ‘รักนาน ๆ’ มาร้องคัฟเวอร์ ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความหมาย แม้เขาเองจะเขินเล็กน้อย ที่แฟนคลับไม่กรี๊ดตอนต้นเพลง และแอบแซวตัวเองว่า อาจจะเป็นเพราะสำเนียงยังไม่ได้ จนต้องพิสูจน์กันอีกสักรอบ แบบกระหึ่มฮอลล์
ทางด้านแฟนคลับ NCTzen (เอ็นซีทีเซ็น : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ซึ่งเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เพราะเป็นเรี่ยวแรงสำคัญ คอยร้องเพลงเติมเต็มทั้งคอน ให้กับศิลปินที่ขอเสียงร้องทั้งคอน แบบที่แฟนๆแอบแซวเรียกคุณตำรวจ ลงในโซเชียล
แถมยังได้เตรียมโปรเจกต์ส่งแรงสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นการแปรกล่องไฟรูป “행운 (ความโชคดี) 🍀 กระต่าย” ที่สื่อถึง โดยอง และ “DO US”, ที่คาดผมรูปกระต่ายและใบโคลเวอร์ รวมถึงป้ายเชียร์ “หากใบโคลเวอร์คือสัญลักษณ์แห่งความโชคดี DOYOUNG (โดยอง) ก็เปรียบเหมือนสัญลักษณ์แห่งความโชคดีของพวกเรา” และ “ประตูแห่งความทรงจำที่ล้ำค่า คือ คำสัญญาว่าเราจะกลับมาพบกันใหม่”
ที่โดยองถึงกับยิ้มขำ พร้อมขอให้แฟนๆ ช่วยกันโยกเป็นจังหวะ เก็บเป็นภาพประทับใจของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่วายแฟนคลับขอให้แอบทำท่า “อากุงปัง” ท่าประจำสร้างชื่อประกอบเสียหน่อย

โดยอง ยังสร้างเซอร์ไพรส์แฟนๆ ไม่หยุด กับการเปิดประตูเดินมาสัมผัสแฟนๆอย่างใกล้ชิด ก่อนจะเริ่มต้นอังกอร์ ที่มีการร้อยเรียงเพลงอย่างมีความหมาย จากเพลงแรกที่แต่งเอง 새봄의 노래 (Beginning) สู่คำมั่นสัญญาว่าจะพบกันอีกในอนาคต 미래에서 기다릴게 (Eternity) และเพลงดั่งที่พักพิงใจ 쉼표 (Rest) ก่อนจะเดินขอบคุณผู้ชมทั่วเวทีและกลับไปยังหลังบานประตูที่ปิดลงเป็นสัญญาณว่าคอนเสิร์ตอันน่าประทับใจนี้ได้จบลงแล้ว
แม้ประตูจะปิดลงแล้วจริงๆ แต่ชาวเอ็นซีทีเซ็น ก็ยังคงร้องตะโกนเรียกชื่ออังกอร์อย่างพร้อมเพรียงกันยาวต่อเนื่อง กระทั่ง โดยอง ได้ออกมาพบกับแฟนเพลงอีกครั้ง เปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าสด บอกลากันครั้งสุดท้าย ขอโทษที่ไม่สามารถร้องเพลงให้ฟังได้อีกครั้ง ด้วยทีมงานต้องขึ้นเครื่องกลับเกาหลีใต้ทันที แต่ก็ปิดฉากได้อย่างอิ่มเอมหัวใจ

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง กับ 25 บทเพลง แฟนๆได้ดื่มด่ำกับดนตรีและเสียงร้อง ที่ผสานได้อย่างดีชนิดว่า “หูเคลือบทอง” พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “บานประตู” ที่อัดแน่นไปด้วยเสียงดนตรีและเรื่องราวอันจริงใจจาก โดยอง ได้ถูกเปิดออกเพื่อพาทุกคนร่วมโบยบินสู่ความทรงจำอันมีค่า ไม่ว่าจะเปิดบานไหนและเมื่อใดก็ล้วนเต็มไปด้วยความสุขที่ โดยอง และ NCTzen ร่วมกันสร้างขึ้นมา เช่นเดียวกับช่วงเวลานี้ที่จะถูกสลักไว้เป็นอีกหนึ่งความทรงจำอันไม่มีวันลืมเลือน
เฝ้ารอวันต่อไป ที่จะได้พบกันใหม่ แม้ว่าครั้งนี้อาจจะต้องรอนานเสียหน่อย


