‘แม่ก้อย’ เจ็บจี๊ด ลั่นทำละครกว่า 50 ปีเพิ่งเคยเจอ พร้อมปรับตัวสู้วิกฤต ส่งไม้ให้ ‘ลูกชาย’ สานต่อ
หลังจากที่คนในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดละคร หรือ นักแสดง ต้องเผชิญกับวิกฤตละครไทย และต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว ล่าสุด แม่ก้อย ทาริกา ธิดาทิตย์ ผู้จัดละครชื่อดัง มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ “โต๊ะหนูแหม่ม” ก็ได้เปิดใจถึงวิกฤตละครไทยที่คนในแวดวงได้รับผลกระทบ พร้อมถึงเวลาส่งไม้ต่อให้ลูกชายคนเก่ง เอิน นิธิภัทร์ สามีของนางเอกสาว จ๊ะ จิตตาภา มาสานต่องานผู้จัด
ถามถึงดราม่า งานละครวิกฤตผู้จัดละครที่ทุกคนได้รับผลกระทบ?
“มันเจ็บจี๊ด เราอยู่70กว่าปีแล้ว ทำละครมา 50 กว่าปีแล้ว พอมาเจอแบบนี้มันดำดิ่ง ตอนแรกๆ ก็เป๋เหมือนกัน มันรู้สึกว่าทำไมเรามาถึงตรงนี้ได้นะ ก็เข้าใจที่มันต้องอัพเดตพยายามให้มันเป็นไป ในเมื่อมาถึงจุดนี้”
คิดว่าทำไมเราถึงได้เจอวิกฤตกันถึงขนาดนี้?
“เนื่องในปัจจุบัน มันมีทั้งละครแนวตั้ง แนวนอน ทุกคนไม่ได้มีเวลาที่จะมานั่งดูทีวี ทุกอย่างในโลกนี้มันหมุนเปลี่ยนไปเพื่อที่ให้มันทันสมัยมากขึ้น เราจะไปหยุดอยู่ตรงนี้แป๊บเดียวไม่ได้ แต่มันจะมีบางคนที่เรียกว่าคอละครเหนียวแน่น ที่เขาอยากดูละครที่มาจากบทประพันธ์มา แต่เราในฐานะผู้สร้างผู้จัด และเราเป็นนักแสดงเรารู้สึกว่าเราต้องอัพเดตตัวเองให้ทันสมัยด้วย เราถึงจะเดินไปกับเขาได้ ถ้าเราจะมัวยึดอยู่แบบนี้มันไม่ใช่แล้ว สำหรับแฟนละครที่เป็นคอละครจริงๆ ก็ไปย้อนดูเก่าๆ ได้ แต่ตอนนี้ก็ต้องทำใจนะ ทุกอย่างมันอยู่ที่ว่าการทำใจให้คล้อยตาม สำหรับความคิดของแม่คิดว่าเราไปฝืนไม่ได้ถ้าเราจะอยู่ให้รอด”

นอกจากเป็นผู้จัดเอง ยังเล่นในสตรีมมิ่งอื่นๆ ด้วย การทำงานมันแตกต่างกันยังไง?
“แตกต่างกันเยอะมาก เพราะว่าละครของเรามันเป็นไปตามสเต็ป สมัยก่อนเราไม่มีหรอกนะแอ็คติ้งโค้ช ทุกคนใช้ความครูพักลักจํา เราเองก็เล่นหนังมาตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้เค้าจะมีแอ็คติ้งโค้ชให้เรา อยากหนังที่เขาให้แม่เล่นผีเข้า เขาจะคัดบางช่วงบางตอนของหนังเรื่องอื่นเป็นตัวอย่างมาว่าอยากได้แบบนี้ ซึ่งเราก็คิดว่าเราเล่นได้เพราะว่าองค์ลงบ่อยๆ เพิ่งเข้ามาเร็วๆนี้ (หัวเราะ) เราก็ต้องดูตัวอย่าง แล้วจำจนเล่นออกมา มันเปลี่ยนไปเยอะมาก เราต้องเล่นทั้งตัวของเราเลย”
เราพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ ในการรับมือของวงการบันเทิง?
“เราพร้อม ครั้งแรกที่ลูกชาย น้องเอินบอกให้ไปเล่นที่อื่นๆ ลูกบอกว่าแม่เราต้องอัพเดตตัวเอง แม่จะเป็นวาย เล่นซีรีส์วายกับเด็ก แม่ต้องปรับตัวให้ได้ และแม่จะรู้ว่ามันสนุกนะ อย่างครั้งแรกที่ลูกส่งให้ไปเล่นละครวาย เราก็มองดูว่าเค้าเล่นกันยังไงวะมันเขิน เขินเด็ก แต่ตอนหลังเพลิน (หัวเราะ) น่ารัก เราได้เจออะไรใหม่ๆ มันก็สนุก”
ได้ลูกชายมารับช่วงต่องานผู้จัดเป็นลูกไม้ใต้ต้น?
“ลูกไม้ใต้ต้นเลยค่ะ เขาก็ให้ข้อคิดใหม่ๆ เขาให้เล่าเรียนรู้ จากแม่เป็นผู้จัดตอนนี้เป็นสวัสดิการ แม่จะเริ่มเหงามั้ย พอมีคนติดต่อมาให้ไปเล่นไปเล่นเลย แต่ก็จะมีอะไรคุยกัน จริงๆเขาช่วยมาตั้งแต่ต้นก็มีสลับไปเรียนบ้าง จนช่วงเขาจะไปเรียนเอกต่อ นายก็ถามเขาว่าทำไมไม่มาช่วยแม่ เขาก็เลยมาช่วย เขาเป็นคนดูหนังเยอะ อ่านหนังสือเยอะ พอมาเจอกับคู่เขาที่ชอบดูหนัง ก็เลยเข้ากัน”

ความคิดของเจนใหม่มาช่วยได้เยอะกับงานผู้จัด?
“หลากหลายมากขึ้นเลย อย่างเราทำละครก็จะดราม่า ของเราก็จะดรามาดำดิ่ง แต่เราไม่เอาล่ะ ลูกก็จะเป็นอีกแนวหนึ่ง ก็ภูมิใจมากๆ เพราะนายเคยสอนเอาไว้ว่าเดิมเรานั่งหัวโต๊ะ ตอนหลังก็จะมานั่งข้างๆ ตอนหลังถอยมาอยู่ข้างหลัง จะไม่มีคำว่าเมื่อก่อนนี้ เมื่อก่อนแม่อย่างนั้นอย่างนี้ เราจะไม่พูด เราจะฟังเขาก่อน ไม่ต้องฟังให้จบก่อนแล้วค่อยมาคิดว่าควรไม่ควร เจนเขาก็อีกแบบหนึ่ง เราก็จำและดู บ้างทีก็แอบไปถามผู้ช่วยเขาเมื่อกี้ที่เขาพูดแปลว่าไรวะ เราจะไม่ถามแทรกเวลาที่เขาคุย”
หนึ่งในความสุขของแม่ก็การทำละคร แล้วจะอยากทำต่อไปมั้ย?
“ความสุขของเราคือทำละคร เล่นละคร ยังจะทำต่อไป มันเป็นอะไรที่เป็นความสุขทุกอย่าง ทุกครั้งที่มันออกภาพมา เราเป็นคนทำละครเป็นการถ่ายทอดจากหนังสือมันเป็นภาพให้คนเห็น แล้วถ้าคนเห็นและชื่นชมภาพเดียวกับเรา เราแฮปปี้”



