‘นนกุล’ เผยอนาคตอาจผันตัวเป็นผู้กำกับ ‘พิชชา’ อุบตอบโปรเจ็กต์ซีรีส์ใหม่ เล็งจับมือพี่น้องทำธุรกิจ
พระเอกหนุ่ม นนกุล ชานน สันตินธรกุล ควงน้องสาว พิชชา พิชชาธร สันตินธรกุล มาร่วมงานเปิดตัวเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ประจำปี 2568และรับชมภาพยนตร์เปิดเทศกาล “ธี่หยด 3” รอบกาล่าพรีเมียร์ ณ THE PINNACLE HALL ICONSIAM (ชั้น 8) จากนั้นนนกุลได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการเปิดตัวเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในรอบ 16 ปี ในฐานะที่เจ้าตัวเป็นรองนายกสมาคมนักแสดงแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นุ่น ได้อัพเดตผลงานการแสดงสุดท้าทาย และธุรกิจที่ร่วมทำกับพี่ชาย
วันนี้เปิดแล้วเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ บรรยากาศเป็นยังไงบ้าง?
นนกุล: “ผมว่าบรรยากาศโอเคเลยนะครับ เนื่องจากว่า 16 ปีกลับมาจัดใหม่อีกครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าเป็นการเตรียมงานเตรียมตัวได้ดีมากๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นโชว์ หรือว่าเพอร์ฟอร์มานซ์สุดท้ายของพี่ตูน บอดี้สแลม แล้วก็มีภาพยนตร์เปิดอย่างชัดเจนก็คือธี่หยด 3 รู้สึกว่านักแสดงทุกคนเจ๋งมากๆ แล้วก็ทีมงานทุกท่านก็เก่งมากๆ ที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้นได้ ผมภูมิใจมากๆ รู้สึกว่ามันเป็นก้าวแรกเล็กๆ สุดท้ายโกลว์คือต้องการให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยไปถึงระดับโลกให้ได้ เพราะฉะนั้นผมรู้สึกว่าการที่มีฟิล์มเฟสติวัล เป็นของตัวเองมันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ อยู่แล้ว”
งานก็ยิ่งใหญ่อลังการ เรามองว่ามันช่วยผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยยังไงบ้าง?
นนกุล: “ผมมองว่าฟิล์มเฟสติวัลมันเกิดขึ้นเพราะว่าเราต้องการให้ไม่ใช่แค่โชว์ภาพยนตร์ของประเทศไทยในงาน แต่เราต้องการดึงให้ภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาร่วมงานด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือมันจะมีมาร์เก็ตเพลสเกิดขึ้น จะมีการคุยการซื้อขายลิขสิทธิ์กันเกิดขึ้น ไม่พอเรายังได้ คอนเนคชั่นจากหลายๆ กลุ่มทาเลนจ์ทั่วโลกมาคุยกัน มาปรึกษากัน มาร่วมโปรเจ็กต์กัน มาทำงานร่วมกัน อันนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การดูหนัง การดูหนังก็สำคัญแต่ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เรามองว่าสำคัญที่สุด”
ทางสมาคมมีส่วนร่วมอะไรยังไงบ้าง?
นนกุล:”ผมว่าในฐานะสมาคมนักแสดงแล้วอาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยจัดงานกันขนาดนั้น แต่มันจะเป็นในแง่ของการร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ในการเป็นกระบอกเสียงสำคัญมากกว่า หรือว่าการมาร่วมงาน เราก็จะเชิญชวนพี่นักแสดงที่มีชื่อเสียงมาร่วมงานกัน”
จริงๆ เราอยากจะผลักดันตรงไหนต่อไหมหรือเรามองช่องทางไหนไว้?
นนกุล: “ผมว่าก็ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป สุดท้ายแล้วสมาคมนักแสดงก็เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน ผมว่าหัวเรือที่สำคัญและอยู่มานานแล้วจะเป็นสมาคมผู้กำกับซะมากกว่า สุดท้ายแล้วมันต้องไปด้วยกัน มันไม่สามารถผู้ใดคนหนึ่งไปได้ สุดท้ายแล้วมันต้องเกิดการประชุมกันเกิดขึ้น เพื่อให้มันเป็นองคพยพเดียวกัน”
อยากให้มีทุกปี?
นนกุล: “ผมมองว่าควรจะมีทุกๆ ปี เพราะว่าสุดท้ายภาพยนตร์แต่ละประเทศก็จะมีทำใหม่ๆ ทุกปี เพราะฉะนั้นผมมองว่าเราก็ควรจะมาแชร์สิ่งนี้ด้วยกันทุกๆ ปี”
อย่างปีนี้ภาพยนตร์ไทยประสบความสำเร็จระดับโลกหลายเรื่อง ตรงนี้จะช่วยผลักดันหรือส่งเสริมบ้านเรายังไงได้บ้าง?
นนกุล: “ผมว่าภาพยนตร์ไทยไปถึงระดับโลกมาหลายครั้งแล้ว เพียงแต่ว่าไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง มันก็เลยเป็นเหตุผลให้ไปปุ๊บแล้วก็หายไป แต่ว่าเนื่องจากว่าไม่นานมานี้ภาครัฐเริ่มสนับสนุนมากขึ้นและพบว่าสิ่งนี้มันเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนไปกี่ชุด ถ้าเกิดยังคงสนับสนุนแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าด้วยความสามารถของคนไทยสามารถผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยไปถึงระดับโลกได้แน่นอน เพียงแต่ว่าต้องต่อเนื่องจริงๆ”

ตัวเราอยากจะเปลี่ยนบทบาทในอนาคตไหม อาจจะเป็นผู้กำกับหรือเป็นผู้สร้างภาพยนตร์สักเรื่องหนึ่ง?
นนกุล: “ก็เป็นไปได้ครับ จริงๆ ก็อยากทำอยู่แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า คือเราก็พยายามหาโอกาสอยู่แหละ เพียงแต่ยังไม่เจอโอกาสนั้น”
แสดงว่าอนาคตมีโอกาสเป็นไปได้?
นนกุล: “ก็ทุกคนรอได้ก็รอเถอะครับ ผมได้อยู่แล้ว หวังว่าอาจจะเห็นผมในอีกบทบาทหนึ่ง”
พิชชาอัพเดตผลงาน?
พิชชา: “รอติดตามได้เลยค่ะ ตอนนี้ก็มีอยู่บ้างแต่ว่ายังพูดไม่ได้ ฝากติดตามด้วย”
ปีนี้ทันไหม?
พิชชา: “คิดว่าปีนี้น่าจะยังไม่ทัน”
ความน่าสนใจที่เราตัดสินใจรับคืออะไร?
พิชชา: “บทท้าทาย คือหนูชอบการแสดงอยู่แล้ว อะไรที่เป็นบทใหม่ๆ หรือว่าเป็นบทที่เราไม่เคยเล่นจริงๆ ก็มีอีกเยอะมากๆ เลยเพราะฉะนั้นก็อยากเล่นเรื่องนี้ ก็เป็นอีกบทบาทหนึ่ง (เป็นเกิร์ลเลิฟไหม?) ยังบอกไม่ได้ (ยิ้ม)”
นนกุล: “ส่วนของผมเดี๋ยวมีภาพยนตร์แต่ว่าน่าจะฉายปีหน้าเลย เดี๋ยวจะเริ่มถ่ายทำเดือนหน้า”
เรื่องธุรกิจที่แพลนไว้มีอัพเดตไหม?
นนกุล: “ต้องถามนุ่นเพราะว่าเขาเป็นหัวเรือ”
พิชชา: “ทำด้วยกันเหมือนเดิม ก็คือพี่น้องเนี่ยแหละ แต่ว่าจะปีนี้ปีหน้าก็ต้องรอติดตามอีกแล้ว คือเรามีแพลน เรียกว่ามีหลายสิ่งที่อยากทำด้วยกัน ซึ่งก็เหมือนแบบแพลนว่าเราจะทำวันไหนก่อนหลัง”
นนกุล: “เราเป็นทุน (ทุนใหญ่?) ไม่ใหญ่ ก้อนเล็กๆ แค่นี้ ส่วนไอเดียอยู่ที่น้อง”
ความตั้งใจที่นนท์อยากเฟดงานวงการออกไปนิดๆ เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจยังเป็นความคิดนั้นอยู่ใช่ไหม?
นนกุล: “ใช่ครับ แต่มันก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเองมากขึ้น แล้วรู้สึกว่าเราค่อยๆ เลือกรับบทมากขึ้น จริงๆ มีพักไปช่วงหนึ่งแล้วครับ แล้วเรารู้สึกว่าการที่เรารับงานอีกรอบนึงภายในปีนี้มันช่วยจริงๆนะ มันเหมือนกับมันรีเฟรชตัวเองแล้วมันอยากทำงาน คือก่อนหน้านั้นมันเหมือนกับ โหถ่าย 7 วันแล้วก็ 2 เรื่องติดกัน แล้วมันทำให้เหมือนกับ เฮ้ย เราทำอะไรอยู่ มันเหมือนเราพยายามอยากให้มันเสร็จ ให้มันรีบจบ เพราะเราเริ่มเหนื่อย แต่เราก็ตั้งใจเต็มที่นะ สุดท้ายผมเชื่อว่ายังไงมันก็ไม่มีทางดีกว่าโฟกัสเรื่องเดียว”
เราจะทิ้งความหล่อไม่ได้?
นนกุล: “อ๋อ ความหล่อไม่ทิ้งครับ (ยิ้ม)”
แอฟ (ทักษอร) เขาก็สนับสนุนเห็นด้วยกับทุกบทบาทของเราใช่ไหม?
นนกุล: “โอเคครับ เพราะว่าพี่เขาเห็นการทำงานหนักของเราก็เลยรู้สึกว่าก็ดีแล้วที่ได้พักบ้าง (แสดงว่าเขาพร้อมซัพพอร์ตไม่ว่าจะเลือกทางไหน?) ใช่ครับ”


