ท็อป ดารณีนุช เล่าน้ำท่วมหนักส่งกลิ่นเหม็น บ้านเสียหายกว่า 2 แสน ขอเป็นปากเสียงแทน ปชช.
จากกรณีนักแสดงรุ่นใหญ่ ท็อป ดารณีนุช ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมบ้าน หลังจากฝนตกหนักทั่วกรุงเทพฯ ทำให้ได้รับความเสียหาย พื้นบ้านพัง กลิ่นเหม็นแรงจนต้องรื้อใหม่ ถึงกับต้องคิดย้ายบ้านหนี โดยเจ้าตัวได้เปิดใจถึงเรื่องราวดังกล่าวว่า
น้ำท่วมบ้าน?
“ความหฤหรรษ์ของคนบ้านน้ำท่วม ก็คือหลังจากน้ำท่วมแล้วมันเป็นร่องรอย ของพี่ท่วมคืนเดียวนะ แล้วพอน้ำจากไป อย่าลืมว่ามันเป็นน้ำจากท่อ เพราะฉะนั้นมันเหม็นมาก ความเหม็นซ่อนอยู่ในพื้นปาร์เก้ บ้านมีกลิ่นแล้วพื้นบ้านดีดตัวขึ้นมากลายเป็นจั่วหลังคาบ้านเรือนไทยแล้วค่ะ น้ำมันซึมเข้าไปเป็นผลพวง แม่บ้านทำความสะอาดจนน็อกไปเลย ตอนนี้แอดมิตไปแล้วจริงๆ เพราะมันหนักมาก จนกระทั่งเขาปวด ทั้งท้องเสีย ก็คืออันนี้เป็นผลพวง
แต่เราก็อยู่บนฐานความเป็นจริง พี่ได้ทำหน้าที่ประชาชน ทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งบ้านตัวเองอย่างดีแล้ว เรามีบ่อบำบัดดักไขมันต่างๆ แต่สุดท้ายคนที่จะทำให้เราคือทางกลาง กทม.ต้องดูท่อหลักเพื่อจะออกไปสู่ถนน ไปสู่น้ำเมน อยากฝากไปให้เขาควบคุมด้วยนะคะว่าพื้นที่สาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นท่อน้ำทิ้ง ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ มันไม่รองรับกับชุมชนที่ขยายตัวโดยไม่มีการควบคุม เช่น คอนโดในซอยบ้านพี่เยอะมาก แล้วบ้านเรือนต่างๆ เราก็ไม่รู้ว่าระบบกำจัดน้ำเสียมันได้มาตรฐานมั้ย เพราะมันส่งผล เราเห็นเลยว่ามันแตกต่าง เราอยู่ในซอยเรารู้ เพราะว่าในซอยกลายเป็นความเจริญที่ทำมันทำร้ายเรา กลายเป็นสถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี คนแห่มาอยู่กันสะดวก แต่ในความสะดวกมันกำลังจะพาเอาความวิบัติมาหาคนในซอยทั้งที่มาอยู่ใหม่และอยู่เก่า”

ความเสียหายเยอะมั้ย?
“ก็ทำพื้นใหม่ทั้งบ้าน พี่ว่าอย่างต่ำๆ ต้องมีประมาณ 200,000 เพราะบ้านพื้นไม้หมดเลย แต่ว่าพี่จะไม่ทำไม้แล้ว จะทำกระเบื้อง ตอนแรกกำลังคิดตัดสินใจว่าเราจะอยู่ต่อ จะถมที่ จะทำยังไง เหตุการณ์ในครั้งนี้มีข้อดี ทำให้พี่ตัดสินใจชัดขึ้นแล้ว ต้องเปลี่ยนแล้ว เอาบ้านพ่อออก บ้านพ่อ 60 ปี มันเป็นบ้านต่ำน้ำมารวม เอาบ้านพ่อออก แล้วบ้านตัวเองที่เคยสูงกว่าพ่อก็จะต่ำแล้ว อาจจะต้องทุบบ้านตัวเองทิ้ง แล้วสร้างง่ายๆ อยู่ได้สัก 30 ปี เราก็พร้อมตายเนาะ เป็นชั้นเดียวอยู่ง่ายๆ คิดอย่างนี้แล้ว”
โดนทั้งพื้นที่แถวนั้น?
“บ้านข้างๆ เขาเพิ่งรีโนเวท เป็นบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ พื้นที่สูง แต่ทำระบบท่อน้ำออกมาดีมาก น้ำมันก็เลยมารวมอยู่ในท่อ บ้านพี่หลังสุดท้ายรับเต็มที่ แต่ไม่มีใครผิดนะ เพราะว่าเป็นเราก็ต้องทำ พอเห็นแบบนี้เราก็ต้องทำขึ้นแล้วไม่งั้นเราอยู่ตรงนี้ไม่ได้”
เป็นครั้งแรกที่ท่วมหนัก?
“ครั้งแรกที่ท่วมหนักค่ะ มันไม่เคยท่วมหนักขนาดนี้เข้ามาในตัวบ้านเราขนาดนี้จนพื้นพังวินาศสันตะโร ไม่เคยค่ะ”
นอยด์ไหมทำไมมาเกิดกับกับเรา?
“ไม่ อย่างนี้พี่ไม่สนใจว่าทำไมมันเกิดกับพี่ แต่นอยด์เวลาฝนตกเราไม่รู้ว่าเตรียมตัวตั้งรับไว้พอหรือเปล่า ตอนนี้เราตั้งรับไว้ทุกทาง แต่ถ้าไม่พอจริงๆ ก็พร้อมรับสภาพ เราไม่ได้โกรธ แต่เราคิดว่าทุกคนควรทำหน้าที่ เราภาคประชาชนเราดูแลแล้ว ในส่วนภาคปกครอง รัฐบาล กทม.ช่วยดูแลประชาชนด้วย เขตนี้ถ้าคุณรู้อยู่แล้วแผนผังการระบายน้ำมันเป็นแอ่ง เป็นที่ที่มีโอกาสเป็นที่ลุ่ม กรุงเทพฯ เป็นที่ลุ่ม คุณรู้ดีกว่าเราอยู่แล้วเพราะมันเป็นเรื่องผังเมือง มาตั้งรับให้ เพราะว่าไม่ใช่ครัวเรือนเราครัวเรือนเดียว คนที่เสียหายมีหลักร้อยครัวเรือน ซอยอื่นๆ ด้วย เพราะฉะนั้นเราเป็นปากเสียงแทนให้ เพราะเขาไม่มีโอกาสจะได้บอกภาครัฐให้เต็มที่”

คิดอยากย้ายบ้านไปเลยมั้ย?
“มีค่ะ ความรู้สึกมีสองทางเลือก หนึ่งย้ายทิ้ง สองก็ต้องปรับใหม่ ถมสูงให้ดินระดับหน้าอกคิดอย่างนี้เลยนะ การวางแผนของพี่เพื่อตัวพี่เองจะอยู่ไปอีก 30 ปี ถ้าเราไม่ทำตอนที่เรามีแรง ต่อไปครั้งหน้าถ้าเราไม่มีแรง ทำไม่ไหวแล้ว แก่ ไม่มีกำลังจะทำด้วย อยู่ที่เดิมทางเลือกที่ดีกว่า เพราะถ้าเกิดย้ายไปต้องใช้เงินเยอะ บ้านนี้ไม่รู้จะขายได้มั้ย แล้วยังไปซื้อที่ปลูกบ้านใหม่อีก เหนื่อยอ่ะ ทำอยู่ตรงนี้สู้ไปอีก 30 ปี”
กลิ่นยังแรงอยู่?
“ต้องเปิดหน้าต่าง 24 ชั่วโมง เพราะมันเหม็น ปาร์เก้มันเหมือนซอกเล็บ มันเข้าไปฝังอยู่ เราทำความสะอาดนะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ มันเป็นดินจากท่อลงไปอยู่ในนั้น เหม็น ต้องอดทน พี่ใช้คำว่าต้องอยู่กับมันอย่างเข้าใจ แก้ปัญหาไป ถ้าเราไม่เรียงลำดับความสำคัญ เราจะรู้สึกโทษนั่นโทษนี่ เราจะไม่โทษใครแม้กระทั่งตัวเราเอง ทุกคนทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน”



