เต้ย-เกรท-เสือ-แนน บอกเล่าเสน่ห์ของหนังไทม์ลูป ‘ซ้ำวันกับ Someone’ และข้อคิดจากเรื่องนี้
เข้าฉายให้แฟนๆ ได้รับชมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ของทาง Netflix กับเรื่อง ซ้ำวันกับ Someone ที่เข้าฉาย 190 ประเทศทั่วโลก นำแสดงโดย เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ และ เกรท วรินทร ปัญหกาญจน์ ซึ่งได้มาประกบคู่กันครั้งแรก เสริมทัพด้วยนักแสดงมากมาย อาทิ ชาร์เลท วาศิตา แฮเมเนา และ แมน ธฤษณุ สรนันท์ พร้อมทีมผู้กำกับมากความสามารถ อย่าง เสือ ยรรยง คุรุอังกูร และ แนน รังสิมา อัคราวิวัฒน์
โดย ซ้ำวันกับsomeone เป็นเรื่องราวของคุณหนูผู้เพียบพร้อมอย่าง เมษา ต้องติดวนลูปอยู่ในวังวนวันซวยไม่รู้จบ และต้องตามหากุญแจสำคัญที่จะทำให้หลุดพ้นในครั้งนี้ให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้จะพาทุกคนไปร่วมลุ้น หัวเราะ ร้องไห้ และอบอุ่นหัวใจไปกับตัวละคร
ทั้งนี้ 2 นักแสดงนำ เต้ย-เกรท พร้อมด้วยผู้กำกับและนักเขียนบท เสือ-แนน ได้ร่วมพูดคุยและบอกเล่าถึงเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ และความสนุก ความท้าทายที่ทำเอาหลายคนคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน
คิดว่าเสน่ห์ของหนังไทม์ลูปเรื่องนี้คืออะไร ทำไมถึงหยิบเรื่องนี้มาทำ แล้วใส่อะไรลงไปเพื่อให้หนังเรื่องนี้มีความต่างจากหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา?
แนน : “ปกติแนนชอบดูหนังไทม์ลูปอยู่แล้ว พอมาเขียนก็ดูเยอะขึ้น มารู้ว่าเราสามารถนำไทม์ลูปไปใช้ได้หลายแบบ ไปทำแนวสืบสวนสอบสอน ที่เราเลือกมาทำคือเป็นหนังรอมคอม จากที่รีเสิร์ชดูหนังไทม์ลูปจะเกี่ยวกับคนที่นิสัยเสียแล้วโดนดัดนิสัย ตอนเสนอเน็ตฟลิกซ์เขาก็เห็นเหมือนกัน แต่เขาบอกว่าขอหนังไทม์ลูปแบบตัวเอกที่นิสัยดีได้ไหม มันก็ชาเลนจ์ดี”
เสือ : “ผมมองว่าเรื่องนี้ที่ตัวหลักเป็นคุณหนูนิสัยดีเพอร์เฟควนลูปมันจะเป็นยังไง แล้วอีกอย่างผมมองว่าหนังเน้นด้านโรแมนติกด้วย ส่วนใหญ่หนังไทม์ลูปจะเน้นดราม่า แต่เรื่องนี้มีความเชื่อแบบคนเอเชีย การกราบไหว้บูชารูปเคารพ ปาฏิหารย์ต่างๆ มันจะรีเลตกับคนเอเชียด้วย ประเด็นที่พี่แนนเขียนมาแล้วก็หนังเรื่องนี้เล่ามันค่อนข้างเป็นสากล คิดว่าคนทั่วโลกดูก็น่าจะเข้าใจเรื่องนี้”

ผู้ชมอาจจะเห็นภาพยนตร์ที่เป็นไทม์ลูปหลายเรื่องแล้ว เรื่องนี้จะมีแนวทางการดำเนินเรื่องยังไงที่แตกต่างออกไป?
เสือ: “ส่วนตัวผมพอดีพี่แนนเป็นนักเขียน ผมเป็นผู้กำกับ พออ่านบทครั้งแรกผมเดาไม่ได้เลย เพราะรู้สึกว่าหนังไทม์ลูปเราอาจจะเห็นในอดีตกาลมาปัจจุบันมันหลายแบบ ผมว่าการย้อนอดีตก็เป็นอีกหนึ่งช็อตที่ใกล้ๆ กับไทม์ลูป มันมีเสน่ห์ตรงที่มันดำเนินเรื่องตัวละครที่เป็นคนดีอย่างที่บอก และมันมีความตื่นเต้นกับเมื่อไหร่มันจะหลุดจากลูป ซึ่งผลสรุปมันดีมาก ผมรู้สึกว่าพอถึงช่วงใกล้ๆ บทสรุป ผมรู้สึกเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา ตอนทำเป็นภาพก็เลยคิดว่าคนดูก็น่าจะคาดเดาไม่ได้เหมือนกัน”
แนน: “ตอนเขียนก็กลัวว่าคนดูเขาจะเดาได้ แต่พอเอาไปเทสส่วนใหญ่เขาก็เดาไม่ได้ ก็เลยโล่ง น่าจะรอด”
ในการแคสติ้งนักแสดง ทำไมต้องเป็น เต้ย กับ เกรท เห็นเคมีอะไรของทั้งคู่?
เสือ : “เห็นตั้งแต่ในตัวหนังสือเลย อ่านบทตอนแรกก็เห็นหน้าเต้ยเลย แล้วมารู้ว่าเกรทกับเต้ยยังไม่เคยได้เล่นคู่กัน เลยคิดว่าน่าจะเกิดเคมีใหม่ๆ รู้สึกสนุกกับการทำลุคเกรทมากให้เป็นคุณชาย อบอุ่น แสนดี ตอนนี้มาเป็นภัณฑารักษ์ให้เรามีความเนิร์ดมีความเป็นมุษย์มากขึ้น รู้สึกว่าพระเอกหนังรอมคอมต้องเกรทนี่แหละ เคยบอกกับทุกคนว่าถ้าเมษาเป็นนักแสดงก็คือเต้ยนี่แหละ ค่อนข้างจะตรงกับสิ่งที่คิดในหัว”

เหตุผลที่ เต้ย-เกรท รับแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้?
เกรท : “มันหลายเหตุผลมาก อันดับแรกเลยเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมงานกับทางเน็ตฟลิกซ์ด้วย พอได้โอกาสนี้มาก็ไม่คิดเลยตกลงเล่น แล้วพอได้เข้าไปอ่านบทวันแรกยิ่งรู้สึกผมจะสนุกกับเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่แล้ว มันเป็นบทที่ผมไม่เคยเล่นเลย ทั้งคาแร็กเตอร์ข้างนอกและข้างใน เลยรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าจะสนุกเป็นสิ่งท้าทาย”
เต้ย : “ก่อนที่จะรับเรื่องนี้มันมีหนังหรือว่าซีรีส์ที่ดาร์กๆ ติดต่อมาเยอะมาก ไม่แน่ใจเขาเห็นอะไรในตัวเต้ย ตอนนั้นรู้สึกว่ายังไม่ได้อยากรับอะไรที่มันดาร์ก แล้วพอเรื่องนี้ติดต่อมาไม่ได้อ่านบทเต้ยรู้สึกว่าโอเคมากๆ พออ่านบทจบปุ๊บเต้ยชอบสิ่งสิ่งที่หนังเรื่องนี้ทิ้งให้กับคนดูคิดว่าชีวิตเขายังไงต่อ เขามีพลังของการที่จะทำอะไรต่อ นี่คือเอเนอร์จี้ที่เต้ยอยากส่งให้คนดู แฮปปี้ สนุกที่ได้รับ”

เกรท “สำหรับผมไม่ว่าเรื่องไหนเวลาอ่านบทเราจะหามุมนั้น มุมที่ตัวละครเหมือนเรา แล้วอะไรที่เราเหมือนเขา เราจะได้รู้ว่าคาแร็กเตอร์ตรงนี้เหมือนเรานะ ก็จะมีบางอย่างที่ไม่เหมือนด้วย อย่างตัวเบนจะสะสมฟิกเกอร์ เขาสนใจด้านไหนก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนั้น ผมจะรู้สึกว่าอันนี้คล้ายเรา ก็จะมีบางส่วนที่ไม่เหมือนเรา เพราะเราเป็นคนที่ทำอะไรจะมุ่งมั่นเต็มที่ แต่ตัวเบนจะเป็นคนที่ไม่กล้าออกจากเซฟโซน เขาไม่อยากก้าวหน้าไปกว่านี้ เราเอาส่วนที่เหมือนกันไปผสมในตัวเบนให้กลมกลืนแล้วก็ให้บทพาไป อย่างลุคของผมที่เปลี่ยนไปตอนแรกก็เขิน ไม่มั่นใจในตัวเองเท่าไหร่ ผมก็เปลี่ยน ไม่เคยใส่แว่น ละครที่เคยมีหนวดมีเคราจะเห็นน้อยมาก พอเรื่องนี้ดูเนิร์ดก็ชอบตัวเองเหมือนกัน”

เต้ย : “เต้ยทำการบ้านตัวละครในช่วงเวิร์กช็อปค่อนข้างเยอะ เมษาจะมีคาแร็กเตอร์ของเขา มันเป็นการดีไซน์ของทีมด้วยที่จะทำให้เมษาเป็นประมาณไหน ตัวเมษาเองเต้ยต้องหาเหมือนกัน ตอนแรกเข้าใจว่าต้องเป็นแบบเรียลๆ หน่อย พอตัวเมษาติดเว่อร์ๆ นิดนึง เรามาคิดว่าแล้วในความเป็นจริงมันมีคนแบบนี้หรือเปล่า เลยไปรีเสิร์ชมาสรุปว่ามี เขาจะมีการวางตัวยังไง ทำการบ้านกับตัวละครค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ส่วนเรื่องขันทิเบต หินหมูกรอบ ไหว้เจ้าแม่ อันนี้ไม่ต้องทำการบ้านเลย เพราะเข้าใจอยู่แล้ว”
เจ้าแม่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรในเรื่อง ในหนังเจ้าแม่เป็นตัวแทนในเรื่องของอะไร?
แนน: “จริงๆ ก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือ เหมือนบางคนก็อาจจะมีเทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือในใจ และเรารู้สึกว่าได้รับความช่วยเหลือจากเขา แต่บางทีเราก็เจอสถานการณ์อะไรบางอย่างที่โยนมาให้เรา เรื่องเลวร้ายอย่างนี้โยนมาให้เราทำไม ซึ่งสุดท้ายเราก็ได้เรียนรู้ และค้นพบว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เราเรียนรู้อะไรบ้าง”
เสือ : “จริงๆ ตัวเจ้าแม่โพธิ์แดงกับเมษาเขาจะมีการขอบคุณกันตอนท้ายด้วย ที่ทำให้ที่นี่กลับมามีชีวิตชีวา ก็เลยรักเมษา และให้เมษาได้เจอบททดสอบที่หลังจากนี้เมษาก็จะได้ทุกสิ่งที่เขาอยากจะให้รับรู้ เหมือนเจ้าแม่โพธิ์แดงเป็นตัวแทนเรื่องโชคชะตา ความรัก หรืออะไรก็ได้ ขนาดเมษาไปไหว้ที่เป็นรูปเคารพที่เก่าๆ อยู่ในบ้าน แต่เมษารู้สึกว่าอยากได้กำลังใจจากเจ้าแม่โพธิ์แดง ก็ต่างคนต่างตอบแทนกัน พอเขาโตขึ้นก็เหมือนได้รับทุกอย่าง ได้สิ่งดีๆ มาเรื่อยๆ เขาก็พัฒนาที่ตรงนั้นให้มีชีวิตชีวาขึ้น”

ความพิเศษของเรื่องนี้ที่แฟนๆ จะได้?
เกรท : “ผมขอเป็นในเรื่องของสิ่งที่หนังอยากจะสื่อสาร น่าจะเป็นเรื่องของแมสเสจของเรื่อง มันเหมือนชีวิตคนเราที่บางทีชอบเจอปัญหาเดิมๆ บางทีเรามีวิธีการแก้ปัญหาที่เหมือนเดิม จนเราลืมไปว่าเราเคยเจอปัญหาแบบนี้ แต่เราก็ยังคงแก้ปัญหาแบบเดิมๆ เหมือนคนที่แก้ปัญหาและมองอยู่แต่ตัวเอง แต่ในหนังมีส่วนที่สอนว่าบางครั้งการแก้ปัญหามันต้องมองให้กว้างไป ไม่ใช่มองแค่ตัวเอง ก็เปรียบเหมือนคนยุคนี้ สำหรับใครที่ยังเจอปัญหาวนลูปอยู่กับตัวเอง ก็แค่อาจจะต้องลองมองสิ่งใหม่ๆ ก็เป็นแมสเสจที่ดีที่จะสื่อให้ทุกคนได้เห็นครับ”
เต้ย : “เต้ยคิดว่าก็คล้ายๆ ที่เกรท คือชีวิตคนเรามันเหมือนติดแพทเทิลอะไรบางอย่าง บางทีเรามีความรักก็อาจจะวนลูปก็ได้ มูฟออนเป็นวงกลม ที่เราไม่สามารถไปได้ และขอเสริมประเด็นที่พี่แนนพูดเมื่อกี้เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางทีเกิดอะไรขึ้นในชีวิตเรา เรื่องซวยๆ เรื่องไม่ดี เราก็มักจะคิดว่าโดนแกล้งหรือเปล่า ดาวเคลื่อนเหรอ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหรอ แต่สุดท้ายแล้วเต้ยเคยเจอเหตุการณ์ในชีวิตที่มันมาพร้อมกันทีเดียวประมาณอาทิตย์นึง คือมีการเกิดแก่เจ็บตายกับคนรอบๆ ข้างเต้ย และเต้ยก็ไปโทษว่าเป็นเพราะเต้ยเอาต้นไม้ต้นนี้มาลงหรือเปล่ามันถึงเกิดขึัน แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วก็ไปเจอครูบาอาจารย์ท่านนึงพูดกับเต้ยว่า เป็นยังไง หายบ้าหรือยัง หลังจากที่ผ่านเรื่องนั้นมานะคะ แล้วเต้ยก็ถึงบางอ้อเลย ว่าเต้ยไปโทษนั่นนี่ แต่จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่มันต้องเกิดขึ้น สิ่งที่เราต้องรับมือ แต่เรามัวแต่ไปโฟกัสเรื่องอื่นๆ แต่จริงๆ แล้วเราต่างหากที่ต้องพัฒนาตัวเอง ถ้าเรามัวแต่ไปขอ ไปอยากได้โน่นนี่ แต่เราไม่ได้เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมอง ชีวิตเราก็จะเหมือนเดิม ก็เลยคิดว่าเรื่องนี้น่าจะทำให้คนดูดูแล้วมองมุมต่าง และปรับการใช้ชีวิตได้มากขึ้น และมาสนุกกับบริบทไทยๆ น่ารักๆ เบาๆ สบายๆ กันค่ะ (ยิ้ม)”

เสือ : “จริงๆ ประเด็นของหนังเรื่องนี้พวกเราชอบกันหมด แต่เสริมนิดนึงว่าถ้าเรามีชีวิตที่ดีอยู่แล้ว เราเผื่อแผ่ ผมมองว่าการมองคนอื่น การให้โอกาสคนอื่น หนังเรื่องนี้ก็มีสอดแทรกตรงนี้เข้าไปด้วย ซึ่งผมว่ามันดีมากๆ เพราะพวกเราเวลาตื่นนอนขึ้นมา เรามักจะคิดถึงตัวเองก่อน ถ้าคิดว่าตัวเองอีกอยู่แล้ว เราลองมองคนที่เขาต้องการความช่วยเหลือมั้ย อันนี้จะเป็นสิ่งที่ดี ทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นในวันที่มันมีแต่เรื่องดราม่าเครียดๆ ถ้าเรามองมุมการช่วยเหลือ ก็เป็นอีกสิ่งนึงที่เราสามารถทำได้ในหนึ่งวันครับ”
แนน: “จริงๆ ตอนที่แนนเขียนเรื่องของเมษา แนนยังไม่เข้าใจความทุกข์ของเมษาขนาดนั้น แล้วก็มารีเสิร์ช นั่งหาข้อมูล จนพอจะเริ่มทำพ่อแนนก็เข้าโรงพยาบาลพอดี ป่วยหนัก แล้วแนนก็ตื่นขึ้นมาในวันที่ 2 ที่ 3 ถึงได้เข้าใจความรู้สึกของเมษา เหมือนตื่นขึ้นมาแล้วเจอความทุกข์บางอย่างที่มันวนเวียนและซ้ำๆ และคำพูดของตัวละครในเรื่องก็เหมือนปลอบโยนแนน แนนก็รู้สึกว่าดีจังเลย ก็คิดว่าดีมากถ้าเกิดว่าแมสเสจของหนังเรื่องนี้สามารถปลอบโยนคนที่กำลังมีความทุกข์ กำลังติดอยู่ในห้วงความทุกข์ ไม่ว่าจะเจอความทุกข์แค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วมันก็จะผ่านไป และขอให้มีกำลังใจที่จะผ่านพ้นเรื่องราวนั้นไปค่ะ”



