ถึงหยาบแต่ไม่ระราน! ‘โอ๊ต ปราโมทย์’เปิดใจ ปรากฏการณ์ความต่ำตมครองทวีต 3 วันคนติดตาม 2 แสน

25.04.17 | 14:50 น.

เรียกว่าสร้างปรากฏการณ์ในทวิตเตอร์เมืองไทยให้ร้อนระอุอีกครั้ง หลังนักร้องหนุ่มซึ่งพ่วงตำแหน่งพิธีกรและดีเจ อย่าง โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน ได้เปิดบัญชีทวิตเตอร์เพียงแค่ 3 วัน แต่กลับมียอดผู้ติดตามทะลุ 2 แสนกว่าคนแล้ว

“ตกใจมากๆ ครับ สุดๆ เลย งงเหมือนกันครับ”

“แปลกใจมากว่าโอ้โห! ร้องเพลงมา 10 กว่าปี ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ตอนนี้มีคนมาตาม เมื่อวานไปจัดรายการวิทยุมีน้องมารอ 20 กว่าคน เอาของมาให้ ตอนจัดรายการมีคนดูหมื่นกว่าคนตอนไลฟ์” โอ๊ตบอกความรู้สึกหลังมีคนกดติดตามในทวิตเตอร์ล้นหลาม

โดยส่วนมากต่างเข้ามาเมนชั่นหานักร้องหนุ่มเพื่อหวังจะได้โดน “ด่า” ซึ่งเจ้าตัวบอกไว้ชัดเจนเลยว่า “ในนี้ต่ำตมมากนะ ใจไม่ถึงข้ามไปนาจา”

Advertisement

“ตอนนี้ส่วนใหญ่จะเข้ามาสนุกกับเรา เข้ามาเล่นด้วย วันๆนึงผมต้องมาอ่านทวีตว่า พี่ด่าหนูหน่อย, พี่โอ๊ตหนูจะสอบแล้วด่าหนูแรงๆ หน่อย, หนูต้องมีแต้มบาปขนาดไหนถึงจะโดนพี่ด่า มันกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว ฉะนั้นอย่าด่าผมเลยครับ เขาขอให้ผมพิมพ์ไปส่วนใหญ่อะ” โอ๊ตบอกพลางหัวเราะ

ก่อนจะเล่าว่า จุดเริ่มต้นในการเล่นทวิตเตอร์ของเขาคือการถูกชักชวนจากแฟนคลับ ซึ่งหลังจากสมัครแล้วก็คุยเล่นกับเพื่อน อาทิ เป๊ก ผลิตโชค, พลอย หอวัง, ป๊อบ ปองกูล ฯลฯ ตามประสาคนสนิทด้วยภาษาที่เขาจำกัดความว่า “ต่ำตม”

ซึ่ง “คนเขาก็สนุกสนานกันครับ”

“ถามว่ามันหยาบมั้ยมันหยาบนะ แต่เราก็เอาไว้เล่นกับเพื่อนสนุกๆ กัน คลายเครียด ผมอะอยู่กับเพื่อนผมหยาบคายสุดซอยอยู่แล้วครับ เหมือนในรายการ paloy’s diary ตัวตนจริงๆ เรียกว่าเป็นคนจัญไรก็ได้ครับ” บอกแล้วก็ขำอีก

ถามว่ากลัวเสียภาพลักษณ์ไหมที่หยาบคายแบบนี้ โอ๊ตว่าไม่ได้กังวล

เพราะ “ผมไม่มีภาพลักษณ์อยู่แล้วครับ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นผมไม่ได้กังวลเรื่องนี้”

แต่หากโดนต่อว่าก็น้อมรับ “มีผู้ปกครองมาว่า ว่าเนี่ยลูกเขาตามอ่านทวิตเตอร์เรา แล้วเขาอ่านรู้สึกหน้าชาหน้าสั่นเลย”

“ผมก็พยายามอธิบายว่าเอาผมเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแล้วกัน ให้ลูกรู้ว่าอย่าทำ เพราะสังคมก็มีคนหลากหลายเนอะ ฉะนั้นก็ให้ผมเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี ก็เตือนสอนลูกว่าผมเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีนะ จะได้แยกแยะถูกว่าอะไรดีไม่ดี”

“ผมไม่ได้ซีเรียส ผมโตมาในสังคมเทาๆ อยู่แล้ว เลยไม่ได้คิดมากถ้าจะมีคนมาด่า”

“มีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบเป็นธรรมดา ผมไปบังคับเขาไม่ได้” เขาย้ำ

แต่กับเรื่องดราม่าในกระทู้พันทิป บอกเลยว่ารู้สึกน้อยใจนิดๆ เหมือนกัน

“ไม่ได้น้อยใจที่โดนต่อว่านะ แต่เราอ่านจากที่เขาเขียนว่า ‘แปลกใจทำไมโอ๊ต ปราโมทย์เป็นคนค่อนข้างหยาบคาย แต่ยังมีคนจ้างงานอยู่’ ฟังแล้วมันรู้สึกน้อยใจ แสดงว่าเขาไม่ได้ดูผลงานอะไรอย่างอื่นเลย แสดงว่าพอเปิดมาเจอผมหยาบคายก็ตัดสินผมแล้ว ไม่ได้ดูว่าผมทำอะไรมาบ้าง ไม่ได้ดูว่าผมผ่านอะไรมาบ้าง ผมทำอะไรได้ดีบ้าง”

“แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ความคิดใครความคิดมัน ก็พยายามจะมองผ่านๆ ไป”

บอกอีกว่า “ผมเปลี่ยนไม่ได้หรอก ผมโตมาในสังคมแบบนี้ ก็จะพูดจาแบบนี้ แต่ผมก็จะหยาบคายอยู่ในพื้นที่ของผมแล้วกัน จะไม่ไประราน”

“ผมจะบอกตลอดว่าถ้าคำไหนมันรุนแรง ไปกระทบกระเทือนจิตใจ ก็ขอโทษด้วย เพราะผมไม่ได้ตั้งใจให้มันไปกระทบกระเทือนคนอื่น พยายามบอกเด็กๆ น้องๆ ตลอดว่า สนุกกับพี่ได้นะแต่ว่าอย่าเอาเป็นตัวอย่างเลย เพราะหยาบคายมันก็ไม่ดี มันต้องมีกาลเทศะ”

“ถ้าคนเรามีวิจารณญาณพอเขาจะแยกแยะได้  ว่าหน้าที่ไหนคือหน้าที่ไหน เวลาเราร้องเพลงเราก็ทำงานศิลปะ พอเวลาเราอยู่ในทวิตเตอร์ คุยกับเพื่อน มันโต้ตอบได้เต็มที่ เพราะมันเป็นพื้นที่ที่ถูกจำกัดไว้แล้วว่าตรงนี้เราหยาบคายนะ”

“ผมก็หยาบคายจริงๆ แหละ แต่ผมไม่เคยพูดเหยียดคนอื่น ก็อยู่ที่ทัศนคติเนอะ ถ้ารู้สึกว่าผมหยาบก็ไม่ต้องตาม เพราะไม่อยากทำร้ายความรู้สึก ทำร้ายจิตใจคนอื่นเหมือนกัน แต่ถ้ารู้สึกว่าเราอยู่กับเพื่อนก็เป็นเหมือนผมก็คุยกันได้ เพราะเวลาผมคุยกับคนอื่น คุยงานกับผู้ใหญ่ คุยกับน้องแฟนคลับ ผมก็ไม่ได้ไปหยาบคายใส่เขานะ เพราะเรารู้กาลเทศะไง”

กับปรากฏการณ์ครั้งนี้ที่มีคนมาติดตามเรือนแสน โอ๊ตมองว่าอาจเป็นที่ช่วงเวลาและดวงประกอบกัน!

“ถ้าผมหยาบตั้งแต่เข้าวงการเมื่อสิบปีที่แล้ว คนคงคิดว่าไอ้นี่เป็นใคร ทำไมหยาบคายจัง คนอาจจะเกลียด”

“แต่นี่ผมมองว่าเราอยู่ในวงการมาสิบปี พอคนรู้จักเราคนก็ย้อนไปดูผลงาน ซึ่งก็มีคนที่ชอบผมโดยผลงานที่เป็นนักร้อง เราเป็นโปรดิวเซอร์ เราเป็นพิธีกร เราทำได้หลายอย่าง ฉะนั้นเขาก็คงรู้สึกว่าเรามีอะไรมากกว่าความหยาบคาย”

อีกอย่าง “ผมว่าคนเปิดใจกว้างมากขึ้น แล้วบ้านเรามันเครียดพอแล้ว ฉะนั้นคนต้องการอะไรมาปลดแอกให้รู้สึกว่าเราอยากสบถอะไรบ้าง บ้านเมืองเรามันเครียดนะ งั้นให้ผมเป็นแหล่งระบายได้ก็โอเค” 

 

ขอบคุณภาพจาก oatpramote