หน้าแรก บันเทิง อาเล็ก ธีรเดช...

อาเล็ก ธีรเดช เคลียร์ดราม่าธุรกิจบะหมี่คลุก ยันไม่ได้เลียนแบบใคร มาจากความชอบส่วนตัว

30.10.25 | 18:31 น.

‘อาเล็ก ธีรเดช’ เคลียร์ดราม่าธุรกิจบะหมี่คลุก ยันไม่ได้เลียนแบบใคร มาจากความชอบส่วนตัว

พระเอกหนุ่ม อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ เดินทางมาร่วมงานฉลองก้าวสู่ปีที่ 11 ของ ULTRA V THAILAND ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ กับงาน  “ULTRACOL Brand Ambassador Prestige Night ที่โรงแรม ดิ โอคุระ เพลสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok)

หลังจบงาน ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ไปร่วมชมภาพยนตร์ อนงค์ 2 สามสี่ชาติ ที่มี โบว์ เมลดา แฟนสาวรับบทนำ พร้อมด้วยเรื่องที่เดินทางไปไต้หวัน จัดงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในต่างแดน รวมถึงเรื่องที่มีคอมเมนต์แซะธุริกจบะหมี่คลุกว่าลอกโมเดลธุรกิจเจ้าดัง

โดยอาเล็กได้เผยว่า “ใช่ครับ เพิ่งกลับจากไต้หวัน ก็เป็นงานกาล่า อนงค์ 2 ผลงานโบว์ ถ้าใครที่ดูภาคแรกจะรู้สึกน่ารักเนอะ แต่พอได้ดูภาคสองแล้วมันรู้สึกมันฟูลฟีลมาก ไม่รู้ทำไมอาจจะเป็นหน้าโบว์ด้วยมั้ง เราเลยรู้สึกผูกพันกับอนงค์ เมื่อวานมีน้ำตาแตกด้วยนะ เข้าใจว่าภาคนี้ทำมาเพื่อขมวดปมภาคหนึ่งที่มันขาดหายไป แล้วไปสู่ตอนจบที่ดีมากๆ เพราะฉะนั้นใครที่ช่วงนี้มีวันหยุด ใครว่าง ก็ไปดูกันครับ อนงค์ 2 สามสี่ชาติครับ”

ได้เห็นเลิฟซีนแล้ว?

Advertisement

“ใช่ ไม่สปอยล์เยอะแล้วกัน แต่มันคือการแสดง และเป็นส่วนสำคัญของเรื่อง แล้วผมก็ทำหน้าวู้วว เมื่อวานนั่งดูในโรงก็ใกล้ๆ กัน ก็หันมามองหน้ากัน เราเข้าใจอยู่แล้วคือการแสดง อืมม..ไม่เบา”

มีบอกกันไว้ไหม?

“มีๆ บอกกันไว้แล้วเป็นปกติ เราเป็นแฟนกันเนอะ ก็มาบอกกันก่อน มีฉากนี้นะ มีบอกกันก่อนแล้ว สำหรับผมมันเป็นเรื่องธรรมดามากๆ (เตรียมใจมาเห็น?) ไม่ได้ทำใจ เราก็อยากมาดูหนังเรื่องนี้ สำหรับผมแล้วมันเป็นเรื่องธรรมชาติ เข้าใจได้ในหนังจะมีเลิฟซีนก็เป็นเรื่องพื้นฐานของการแสดง เป็นหนึ่งในการแสดง ถ้าเราเป็นนักแสดงจริงก็จะเป็นแค่ฉากหนึ่งเท่านั้นเอง”

ก่อนหน้านี้ไปไต้หวันมา?

“เป็นแฟนมีตของไต้หวัน คือผมไม่เคยมีแฟนมีตต่างประเทศ รอบนี้ได้มีโอกาสออกนอกประเทศ ได้ร้องเพลงของ F4 เกิดทันมั้ย เพลงฝนดาวตก คือผมพูดจีนไม่ได้ ผมก็ต้องท่องไปเป็นคาราโอเกะ ก็ซ้อมไป ก็ตื่นเต้น ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี”

เตรียมตัวยังไงบ้าง?

“คุ้นเคยกับไต้หวันอยู่แล้ว เราเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน ก็พอจะทราบบ้างว่าเรามีเอฟซีที่ไต้หวัน รวมถึงน้องๆ ที่ไปทำงาน ไปเรียน ก็จะได้เจอคนไทยที่ไปเที่ยวด้วย และรวมถึงคนไต้หวันเขาด้วย เออเราก็ดังไม่เบานะเนี่ย ล้อเล่นๆ ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี”

ด้วยความเป็นครั้งแรก มันใจฟูขนาดไหน?

“ใจฟูนะ ไม่คิดว่าจะมีคนมาเยอะขนาดนี้ มากันเต็มฮอลล์ คือฮอลล์อาจจะไม่ได้ใหญ่มากใช่ไหม แต่หมายถึงมีเอฟซีมารอรับที่สนามบิน ก็ขอบคุณครับ รู้สึกประทับใจครับ”

แล้วเวลาที่ทำธุรกิจหลายคนแซวว่าเก็บเงินค่าสินสอด?

“ก็เป็นหนึ่งในนั้น คือเราเป็นคนชอบกิน เรามาทางสายอาหารเราก็อยากจะลองทำธุรกิจดู แม่ผมทำอาหารอร่อยมาก จริงๆ จะทำอาหารสูตรแม่ คุยไปคุยมาทำบะหมี่ แต่ก็เป็นสิ่งที่ผมชอบกินจริงๆ ชอบกินก๋วยเตี๋ยว ชอบกินบะหมี่ ใช่ๆ ชอบกินเส้น (ลงตัวหรือยัง?) ลงตัวแล้ว แต่ก็ไม่หวือหวาเท่าช่วงแรกที่ 1 นาที 2 นาที หมดแล้ว ตอนนี้เราขยายมัน เราเพิ่มขึ้นเป็น 5-6 ร้อยชุดแล้ว”

เรื่องหลังบ้านลงตัวหรือยัง?

“เราเป็นมือใหม่ เราก็ต้องตรียมวางแผนไว้ประมาณหนึ่ง ถ้าเราเจอปัญหาเฉพาะหน้าก็ต้องแก้ ก็เป็นเรียนรู้เรื่องๆ มันเป็นธุรกิจเดลิเวอรี่ด้วย เก็บประสบการณ์ไป ได้เรียนรู้กับสิ่งที่เป็นแพชชั่นของตัวเองด้วย”

เคยมีเรื่องขัดข้องจนเครียดไหม?

“ไม่ขัดข้องก็เครียด ทุกวันจริงๆ ตอนนี้โฟกัสหลายอย่างมาก เข้าใจแล้วนักธุรกิจเขาเป็นยังไง เรามีถ่ายซีรีส์ถ่ายหนังด้วย มีรายการด้วย ขายของด้วย ตอนนี้เข้าใจพี่คนนึงเลย คือพี่บอย ปกรณ์ เมื่อก่อนเราสงสัยโอ้โหทำหลายอย่างเลยแบ่งเวลายังไง ตอนนี้พอเข้าใจแล้ว โอเคๆ เงินมันหายาก แต่ทั้งหมดคือเราสนุกนะ ฝากไว้ด้วยบะหมี่ Nood’s pork noodles บะหมี่คลุกครับ”

ทำงานกับเพื่อนกลัวเรื่องทะเลาะกันไหม?

“ทะเลาะกันไปแล้ว ผ่านไปแล้ว อนาคตเราไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น แต่ผมกับเพื่อนกลุ่มนี้สนิทมาก แล้วมีแต่คนใจเย็นทั้ง 3 คน ไม่ค่อยเรื่องขัดใจเท่าไหร่”

คืนทุนเรียบร้อย?

“ได้แล้วๆ คือเราเริ่มกันจากเล็กๆ เราลงทุนนิดเดียว แล้วค่อยๆ ขยาย ถึงได้ทุนคืนแล้วก็ยังไม่มีกำไร เพราะต่อทุน ฟีดแบ๊กก็หลากหลายด้วยความที่เป็นอาหาร แต่ส่วนใหญ่ชอบ เรื่องอาหารมันจะมีปัญหาจุกจิกก็ต้องคอยแก้ๆ กันไป ก็คิดว่า 95 เปอร์เซ็นต์พวกเราทำกันได้ดีครับ”

กับคอมเมนต์เครียดๆ?

“เครียดมาก เวลาลูกค้าคอมเพลนก็จะเครียด ก็รีบแก้ เราก็รีบคืนเงิน รีบแก้ไข เรื่องดาวก็เครียด บางทีคะแนนลงมาแค่ 0.1 ก็เครียดแล้ว บางทีด้วยความเป็นอาหารเนอะ บางคนเจอหมูกระจกท่อนที่มันแข็ง เราก็ต้องแก้ปัญหานั้น และวิธีการแก้ปัญหาของพวกเราคือชดเชยก่อนเลย เราโอนเงินคืนหรือทำใหม่ให้เลยครับ (ครบแสนก็จะขอแต่ง?) (หัวเราะ) ตอนนี้ได้ประมาณหมื่นกล่อง ก็ 1 ใน 10 แล้ว ขาดแค่ 9 หมื่น”

แต่มีคอมเมนต์หนึ่ง บอกมาแบบนี้ เลียนแบบเอย ซ้ำธุรกิจเอย?

“ผมว่าคอมเมนต์ใครคิดยังไงก็ได้ เราไม่ได้เลียนแบบหรือลอกใคร ใดๆ เลย เราทำบะหมี่คลุกอันนี้มาจากความชอบของพวกเรา และก็ค่อนข้างมั่นใจว่ามันเป็นอาหารคนละประเภท มันเป็นก๋วยเตี๋ยวเหมือนกัน คือมันมีก๋วยเรือ ก๋วยเตี๋ยวไก่ มีเย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ คือมันมีหมวดหมู่ของมัน หมวดของผมคือบะหมี่คลุก ไม่ค่อยมีใครทำด้วยซ้ำ เราเองก็คิดมาดีแล้วว่าเราไม่ได้ลอกเลียนแบบอะไร”

ซีเรียสไหมคอมเมนต์นี้?

“เราไม่ซีเรียสคอมเมนต์เรื่องโน้นนี้เลย แต่เราซีเรียสว่าของๆ เรามีเออเรอร์ หรือมีคุณภาพไม่มั่นคงมากกว่า จะซีเรียสกับคอมเมนต์แบบนี้มากกว่า แล้วเราจะได้มาพัฒนาเราได้ ส่วนความคิดเห็นส่วนบุคคลไม่เท่าไหร่ครับ อย่างคอมเมนต์นี้ที่บอกว่าเราไปลอกเลียนแบบ ความจริงทุกคนเห็นอยู่ว่าไม่เหมือนกัน แต่ถ้าคอมเมนต์ไหนที่บอกว่าเราผิดพลาดจริงๆ เราก็จะน้อมรับคำติเหล่านั้นมาพัฒนา ธุรกิจนี้อยากให้มันไปไกลจริงๆ เป็นสิ่งที่เพื่อนกับเราวางแผนไว้ว่าจะมีหลายๆ อย่าง เป็นอะไรที่พร้อมกิน และกินกันได้บ่อยๆ เป็นสไตล์ของพวกเรา”

เข้าโครงการคนละครึ่งไหม?

“ต้องติดตามทางแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ครับ ถ้ามีก็พร้อม เพราะแอพพ์ต้องสนับสนุนเรา (หน้าร้าน?) ตอนนี้เราเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นสะดวก ไม่ต้องกินร้อน หน้าร้านทำเสร็จใหม่ ที่เราคิดมาคือทำเสร็จมาใหม่ กับทิ้งไว้อุณหภูมิห้องก็อร่อยเท่ากัน นี่คือสิ่งที่เราคิด”