หน้าแรก บันเทิง สู้จนกว่าจะได...

สู้จนกว่าจะได้อิสรภาพคืน ‘พลอยชมพู’ เตรียมยื่นอุทธรณ์ หลังแพ้คดีฟ้องอดีตต้นสังกัด

3.11.25 | 20:04 น.

สู้จนกว่าจะได้อิสรภาพคืน ‘พลอยชมพู’ เตรียมยื่นอุทธรณ์ หลังแพ้คดีฟ้องอดีตต้นสังกัด

จากกรณีที่นักร้องสาว พลอยชมพู ญานนีน ได้ยื่นฟ้องร้องอดีตต้นสังกัดประเทศมาเลเซียที่เคยร่วมงานกัน ในข้อหาผิดสัญญา และสัญญาไม่เป็นธรรม เมื่อปี 2564

ล่าสุด วันที่ 3 พ.ย. พลอยชมพู พร้อมด้วย นางสาวรัชดาวรรณ กีฬา และ นายธีรพัฒน์ อุไพพานิช ทีมที่ปรึกษากฎหมาย R.W.T. International Law Office ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวอีกครั้ง หลังศาลชั้นต้นมาเลเซีย ตัดสินให้เป็นฝ่ายแพ้คดี

โดย พลอยชมพู เผยว่า “ก่อนอื่นหนูอยากขอบคุณพี่ๆ สื่อทุกคนที่สละเวลามาวันนี้นะคะ หลายคนคงพอทราบหรือเคยติดตามข่าวเกี่ยวกับคดีที่หนูยื่นฟ้องค่ายเพลงเก่าเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งต้นเหตุของเรื่องนี้ ถ้าเล่าแบบสั้นๆ ก็คือเกิดจาก ความเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับสถานะของสัญญาค่ะ”

“ในมุมของหนูและทีมกฎหมาย เราเข้าใจว่าสัญญานั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ทางคู่กรณีเขาเชื่อว่าสัญญายังมีผลอยู่ ด้วยเหตุนี้ หนูจึงจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยค่ะ”

Advertisement

“ระหว่างทางหนูได้ยื่นขอคำคุ้มครองและได้รับอนุญาตจากศาลให้สามารถปล่อยเพลงได้ตามปกติในระหว่างที่คดียังอยู่ระหว่างพิจารณา ทำให้หลายคนเข้าใจว่าหนูชนะคดีแล้ว แต่จริงๆ แล้วคดีเพิ่งมีคำพิพากษาในรอบแรกออกมาไม่นานนี้เองค่ะ”

“โดยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ศาลได้มีคำตัดสินว่าหนูแพ้คดี หลังจากที่หนูได้รับทราบผล หนูรู้สึกว่ายังมีหลายประเด็นที่อยากให้ศาลพิจารณาเพิ่มเติม ดังนั้นหนูกับทีมทนายจึงตัดสินใจใช้สิทธิ์ตามกฎหมายในการ ยื่นอุทธรณ์ เพื่อให้กระบวนการนี้ได้ดำเนินต่อไปอย่างเป็นธรรมค่ะ”

“สิ่งที่หนูพูดออกมาวันนี้ รวมถึงสิ่งที่เคยชี้แจงในอดีต ไม่ใช่เพื่อทำให้ใครเสียหาย แต่เพื่อปกป้องสิทธิ์ในการทำงานของตัวเอง และยืนยันว่าหนูตั้งใจทำในสิ่งที่รักด้วยความสุจริตใจ”

“หนูยอมรับว่าการต่อสู้คดีแบบนี้ใช้เวลานานและต้องใช้ทุนจำนวนมหาศาลเพื่อให้ได้อิสรภาพในการทำงานของหนูกลับคืนมา ทั้งค่าทนายความหลายล้านบาท ค่าดำเนินการและค่าเดินทาง รวมถึงค่าเสียโอกาสในงานต่างๆ ที่หนูต้องปฏิเสธหรือเลื่อนออกไป เพื่อให้สามารถจัดสรรเวลาและวางแผนร่วมกับทีมกฎหมายในการดำเนินคดีอย่างรอบคอบที่สุดค่ะ”

“ที่ผ่านมามันเป็นช่วงเวลาที่ยาก และหลายอย่างที่เกิดขึ้นมันรู้สึกไม่ยุติธรรมกับหนู แต่หนูก็เลือกที่จะรับมือด้วยความเคารพต่อกระบวนการของศาล และเชื่อมั่นว่าความจริงจะปรากฏในที่สุดค่ะ”

“เหตุผลที่หนูมาแถลงข่าววันนี้ ก็เพื่อต้องการอัพเดตข้อเท็จจริงให้ตรงกันและยืนยันกับทุกคนว่า แม้คดียังอยู่ในขั้นตอนของการอุทธรณ์หนูก็ยังสามารถทำงาน รับงาน และสร้างผลงานได้ตามปกติค่ะ”

“หนูยังรักในการร้องเพลง รักการแสดง และยังอยากสร้างผลงานใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะสำหรับหนูดนตรีและการทำงานในวงการนี้ไม่ใช่แค่อาชีพ แต่มันคือสิ่งที่หนูทำมาทั้งชีวิต และเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตยังมีความหมายอยู่“

”ในช่วงเวลาที่ผ่านมา หนูได้เผชิญกับสถานการณ์ทางกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อทั้งการทำงานและสภาวะจิตใจเป็นอย่างมาก แม้กระบวนการที่เกิดขึ้นจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบยุติธรรมที่ทุกคนเคารพ แต่ผลลัพธ์ของคดีครั้งนี้ก็ได้นำมาซึ่งความกดดัน ความเครียด และความเหนื่อยล้าในระดับที่ลึกซึ้งสำหรับหนูตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ในวัยของหนู การต้องเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย บางช่วงเวลาที่ผ่านมา หนูยอมรับว่ามันหนักมากในแง่ของจิตใจ แต่หนูก็ยังคงพยายามยืนหยัด และเลือกที่จะต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อให้ได้อิสรภาพในฐานะศิลปินกลับคืนมาอย่างถูกต้องและเป็นธรรม”

”ถึงวันนี้ สิ่งที่หนูต้องการที่สุดไม่ใช่ความสงสาร แต่คือ “กำลังใจ” จากทุกคน หนูอยากผลิตผลงานดีๆ ให้แฟนๆ ได้สนับสนุนและภูมิใจไปด้วยกันในแบบที่หนูตั้งใจและฝันไว้เสมอ ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะคะ สุดท้ายหนูก็อยากจะขอขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาส ให้ความเข้าใจ และยังเชื่อในตัวหนู ไม่ว่าจะเป็นพี่ๆ สื่อ คนในวงการ หรือแฟนๆ ที่คอยอยู่ข้างหนูมาตลอด หนูสัญญาว่าจะทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจและความซื่อสัตย์เหมือนเดิมค่ะ”

ศาลยื่นตัดสินแล้วใช่มั้ย?
“ใช่ค่ะ แล้วหนูก็จะได้ยื่นอุทธรณ์ต่อไป”

เขาตัดสินว่ายังไงบ้าง?
ทนาย: “ในรายละเอียดของคดีอาจจะยังชี้แจงไม่ได้มาก เพราะเดี๋ยวเราใช้สิทธิในการอุทธรณ์ และคดีนี้เราต่อสู้เพื่ออิสรภาพของพลอยชมพูที่ศาลประเทศมาเลเซีย ซึ่งในการตัดสินคดีเบื้องต้นก็มีคำวินิจฉัยว่าเราแพ้ ตัวสัญญายังมีผลผูกพันอยู่ แต่ศาลท่านก็เมตตาให้ทุเลาการบังคับคดี น้องก็ยังสามารถที่จะทำผลงานที่เมืองไทยได้”

จะมีผลอะไรกับเพลงที่ปล่อยระหว่างนี้มั้ย?
ทนาย “จริงๆ ตรงนี้ยังเป็นข้อต่อสู้ของเราอยู่ เรายังไม่สามารถฟันธงได้ ในคำตัดสินของศาลชั้นต้นยังมีหลายประเด็นที่เราไม่เห็นด้วย และทางทีมกฎหมายที่ประเทศมาเลเซียกำลังยื่นอุทธรณ์อยู่”

มีกี่เรื่องที่ต้องอุทธรณ์”
ทนาย: “เรื่องเดียวค่ะ เราสู้เรื่องของสัญญา”

ตอนนี้เพลงที่ปล่อยมาได้ขึ้นสตรีมมิ่งไปแล้วบ้างหรือยัง?
พลอยชมพู : “มีอยู่ น่าจะประมาณ 3-4 เพลงในช่วง 2-3 ปีทื่ผ่านมาที่ได้ปล่อย และยังอยู่บนสตรีมมิ่ง ยังสามารถฟังได้อยู่ค่ะ”

เขาเรียกร้องเงินจากเรา หรือเราเรียกร้องเงินจากเขาได้บ้างมั้ย?
ทนาย: “ไม่มีการเรียกร้องเรื่องเงินจากทางค่ายนะคะ ประเด็นการต่อสู้ของเราไม่ใช่ประเด็นเรื่องเงิน แต่เป็นประเด็นเรื่องสัญญาไม่เป็นธรรมกับศิลปิน หลักๆ เป็นการสู้เพื่ออิสรภาพของน้องค่ะ”

พอทางเขาชนะแล้ว เขาเรียกร้องเงินจากเรามั้ย?
พลอยชมพู : “ไม่มีค่ะ จริงๆ คดีนี้เริ่มต้นจากหนูฟ้องเขาก่อนค่ะ”

มีแพลนเจรจาไกล่เกลี่ยมั้ย?
ทนาย: “ในระหว่างการทำคดี เราพยายามที่จะไกล่เกลี่ยอยู่ตลอดค่ะ จริงๆ น้องเดินทางไปมาเลเซียหลายครั้ง มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เราพยายามที่จะไกล่เกลี่ยในประเด็นหลักคือให้อิสรภาพคืนกับเรา เพราะ 2 ปีที่ค้างไว้ทางค่ายก็ไม่ได้ปล่อยผลงานอะไรหรือดูแลศิลปินตามสัญญาที่เขาระบุไว้ พอการไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ เราก็ต่อสู้ในศาลของมาเลเซีย ในหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศจริงๆ หลักก็คล้ายๆ กัน แต่เราก็ไม่ก้าวล่วงในคำตัดสินของศาลประเทศมาเลเซีย เราทำได้เต็มที่ก็คือใช้สิทธิในการอุทธรณ์ต่อ ก็ไม่ได้มีการคุยกับคู่กรณีตั้งแต่นั้นค่ะ”

เพลงที่ปล่อยไปมีผลต่อเขามั้ย?
พลอยชมพู : “มันเป็นลิขสิทธิ์ของหนูหมดเลยค่ะ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับทางค่ายเก่าค่ะ”

เรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางหรือเรื่องค่าฟ้องร้อง เราไม่ได้คิดจะเรียกเก็บจากเขาเลยใช่มั้ย?
ทนาย: “ถามว่าจะเรียกเก็บเขามั้ย อันนี้เป็นสิ่งที่เราจะดูกันต่อ”

ระยะเวลาอุทธรณ์ใช้เวลาแค่ไหน?
ทนาย: “ตอนนี้ทีมกฎหมายที่ประเทศมาเลเซียกำลังเตรียมยื่นศาลอุทธรณ์ค่ะ คำตัดสินของศาลชั้นต้นเพิ่งออกมาเมื่อวันที่ 10 ต.ค. เราสามารถใช้สิทธิได้ภายในระยะเวลาปีนี้แหละค่ะ เราต้องยื่นแล้ว ซึ่งไม่แน่ใจว่าทางศาลอุทธรณ์ของมาเลเซียจะใช้เวลานานแค่ไหน”

อยากให้ออกมาแบบไหน?
ทนาย :”เรามองว่ามีหลายประเด็นในคำตัดสินของศาลช้้นต้นที่เราไม่เห็นด้วย และเราก็สู้ในทุกประเด็นที่เราไม่เห็นด้วยในชั้นอุทธรณ์ค่ะ และเราก็จะสู้จนถึงที่สุดจนถึงศาลสูงค่ะ”

สภาพจิตใจตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
พลอยชมพู: “หลังจากช่วงที่หนูยื่นขอคำคุ้มครองจากศาลและได้รับอนุมัติ หนูก็รู้สึกว่าสภาพจิตใจเริ่มดีขึ้น เพราะได้ปล่อยผลงาน ทำงานได้ปกติ เราสามารถเอาเพลงขึ้นสตรีมมิ่งต่างๆ ได้ แต่ถ้าให้พูดตรงๆ ตอนนี้ก็ค่อนข้างจะแย่เหมือนกันค่ะ มันมีหลายประเด็นที่เราไม่เห็นด้วย และค่อนข้างจะเซอร์ไพรส์ในบางประเด็นเหมือนกัน จริงๆ หนูก็เตรียมใจมาเผื่อว่ามันจะไม่ได้ออกมาเป็นตามที่เราคิด พอผลอกมาจริงๆ ก็ช็อกเหมือนกันค่ะ”

ทนาย: “เราค่อนข้างผิดหวังในคำตัดสินของศาลชั้นต้นค่ะ”

เราเชื่อมั่นกับทีมทนายในขั้นตอนยื่นอุทธรณ์ขนาดไหน?
พลอยชมพู: “ตอนนี้ได้คนที่โอเคและมีการปรับอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น ตอนนี้หนูก็มั่นใจมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้หนูยังไม่มีทีมทางไทยมาช่วยดูให้ แต่ในขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์ก็จะมีทางส่วนของไทยมาช่วยดูให้ด้วยค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ใช้ทีมทนายของมาเลเซียอย่างเดียวค่ะ เพราะหนูก็ไม่เคยมีการฟ้องร้องอะไรในชีวิตมาก่อน ตอนที่เริ่มหนูเพิ่งอายุ 20 กว่าๆ เอง ก็อาจจะไม่ได้มีประสบการณ์มาก เราก็เข้าใจว่าสัญญามันอยู่ในประเทศมาเลเซีย เราก็จำเป็นต้องใช้ทีมในมาเลเซีย แต่ตอนนี้เรามีทีมที่ไทยเป็นที่ปรึกษาแล้วด้วยค่ะ”

ตอนเราปล่อยเพลง ที่มาเลเซียมีฟีดแบ็กมามั้ย?
พลอยชมพู: “อันนี้ไม่ทราบเลยค่ะ เพราะเราไม่ได้รับอีเมล์หรือการติดต่ออะไรเลยค่ะ”

ทำไมถึงอยากจะยื่นอุทธรณ์ เพราะเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา?
พลอยชมพู: “เพราะหนูต้องการทำงานอย่างอิสระแบบนี้ต่อไป อาจจะมุมมองที่มองเรื่องของงานไม่ตรงกัน เลยคิดว่าอาจจะทำงานลำบากค่ะ”

ทนาย: “จริงๆ ก็อาจจะคล้ายๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับศิลปินที่เป็นผู้เยาว์ทั่วโลก คือศิลปินที่มีความฝันและอยากที่จะเข้าไปอยู่ในค่าย และทางค่ายก็มีข้อสัญญาหลายอย่างให้กับทางศิลปิน แต่สุดท้ายเราต้องมาพ่ายแพ้ด้วยข้อสัญญา ซึ่งตรงนี้เรามองว่าไม่เป็นธรรม จริงๆ เคสของน้องก็ไม่ได้ต่างจากเคสคนดังในหลายๆ เคสระดับโลก และที่ต้องสู้ถึงแม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะ ก็เพราะสู้เพื่อความฝันและอิสรภาพของตัวศิลปินเอง”

พลอยชมพู : “จริงๆ มันมีอีกหลายอย่างที่หนูฝันและโอกาสหลายๆ อย่างที่เข้ามาแล้วหนูคว้ามันไว้ไม่ได้ เหมือนมันอยู่แค่ปลายนิ้วมือเอง แต่เราไม่สามารถที่จะเอื้อมถึงมันได้ เพราะว่าสิ่งนี้ (เสียงสั่น)

เตรียมใจกับการอุทธรณ์ครั้งนี้ยังไง?
พลอยชมพู: “คือว่าต้องสู้ต่อไป จริงๆ ใจหนูมีหลายช่วงที่อยากจะยอมแพ้ ไม่ใช่ว่ายอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ว่าเรารู้สึกเหนื่อย หนูทำงานคนเดียว ไม่มีค่าย รับงานเอง เวลาเราสร้างสรรค์ผลงานทุกอย่างมันมาจากน้ำพักน้ำแรง เรื่องการลงแรง การหาทุน ครีเอทีฟ มันสมองของเรา ทำเองหมดเลย ประสานงานก็ทำ บางทีก็ท้อว่าเราทำอะไรเยอะแยะมากมายเพื่อหาเงินสู้กับคดีความนี้ บางทีมันรู้สึกโดดเดี่ยว”

ระยะเวลานานขนาดไหน?
ทนาย: “ระบบกฎหมายไทยกับมาเลเซียหรือหลายๆ ประเทศ มีศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และก็ศาลฎีกา เราจะสู้จนกว่าเราจะได้อิสระภาพของเรา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีสัญญาไหน ที่จะขังศิลปินไว้ตลอดไปมันเป็นไปไม่ได้ อย่างที่น้องเรียนว่าก่อนหน้านี้เขาก็สู้คนเดียวกับทีมทนายที่มาเลเซีย แต่ครั้งนี้เรานักกฏหมายที่เชี่ยวชาญด้านลิขสิทธิ์ทางปัญญา เราจะเข้าไปช่วยน้องดู ก็มั่นใจว่าศาล ที่ประเทศมาเลเซียก็น่าจะเหมือนศาลไทย ที่ให้ความเป็นธรรมกับศิลปิน สุดท้ายแล้วมันน่าจะมีทางลงได้ เพียงแต่ระหว่างทางน้องอาจจะเหนื่อยหน่อย บางเรื่องไม่ได้เกิดบ้านเราหลายๆ อย่างอาจจะตอบไม่ได้ ถ้าเป็นบ้านเราใช้เวลาอุทธรณ์ก็เกือบปี กว่าผลอุทธรณ์จะออก คล้ายๆ กันกับประเทศไทยถ้าเราต้องฎีกา ซึ่งเราก็จะขออนุญาตฎีกา ก็ไม่รู้ว่ากระบวนการฎีกาจะเป็นยังไง”

มีตัวอย่างคดีที่ศึกษามา ระยะเวลาเขานานไหม?
ทนาย: “จริงๆ ถ้ามีความจริงใจต่อกัน ระหว่างค่ายกับศิลปิน มันจะเร็วมาก มันควรจะอยู่ในกระบวนการไกล่เกลี่ย ทุกวันนี้ทางค่ายก็มีน้องเป็นศิลปินคนเดียว การที่ค่ายรีครูสศิลปินเข้าไป คือการช่วยน้องสร้างสรรค์ผลงาน แต่การที่ไม่ช่วยศิลปินสร้างผลงาน แล้วยังไม่ให้อิสระอันนี้มันเป็นความไม่แฟร์ ถ้าถามว่าส่วนใหญ่ไกล่เกลียกันได้ไหม ในต่างประเทศหลายๆ คดี ถ้าถามเราในฐานะนักกฎหมาย ศิลปินต้องได้อิสรภาพ มันเป็นไปไม่ได้ที่ศิลปินไม่มีอิสระเลยมันขัดต่อกฎหมายความสงบเรียบร้อย”

ยื่นอุทธรณ์หรือยัง?
ทนาย: “ทนายที่นู่นเตรียมเอกสารแล้ว เร็วๆ นี้ แล้วจะให้น้องอัพเดตให้นะคะ”

มีการเปลี่ยนทีมนักกฎหมาย?
พลอยชมพู: ”ต้องมีทนายความที่มาเลเซียอยู่ ทนายความไทยว่าความที่นู่นไม่ได้ แต่มีทนายไทยดูแลให้“

ทนาย: ”เราเปลี่ยนเป็นทนายมือดีที่นู่น ซึ่งมือดีคือมีชื่อเสียงที่นู่น ทีมทนายไทยก็ไปช่วยขันน็อตให้แน่นขึ้นไปอีก อย่างที่บอกถ้าเราจะสู้ให้สุด เราไม่ได้มองแค่ศาลอุทธรณ์“

ทนายมีชื่อก็ต้องแลกกับค่าตัวที่สูง ถือว่ายอมทุ่ม?
พลอยชมพู: “ต้องไปต่อ ไม่อย่างนั้นอนาคตจะร้องเพลง ทำเพลงลำบาก มันยังเป็นสิ่งที่หนูอยากทำอยู่ เพราะหนูทำมาตั้งแต่อายุสิบกว่าขวบ(สะอิ้น)”

พร้อมไกล่เกลี่ยไหม?
ทนาย: “เราพร้อมไกล่เกลี่ยทุกเมื่อ ถ้าค่ายเห็นใจศิลปิน ฝากถึงทางค่ายคือพร้อมคุยเลย มันคือการคืนอิสรภาพให้กับศิลปิน ไม่มีดีกับทั้งสองฝ่ายเลย”

ฝากบอกทางค่าย?
พลอยชมพู: “ฝากถึงแฟนๆ ที่ติดตามแล้วกัน อยากจะขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจมาตลอดตั้งแต่เริ่มต้นเรื่องมาจนถึงตอนนี้ รวมถึงพี่ๆ ในวงการด้วยที่คอยซัพพอร์ตและช่วยติดต่อมาจ้างงานตลอด รู้สึกขอบคุณทุกๆ โอกาส ถ้าไม่มีแฟนๆ พี่ในวงการ แม้แต่พี่ๆ สื่อมวลชนที่มาช่วยซัพพอร์ตจริงๆ อยากขอบคุณมากๆ และถ้าหากมีโอกาสว่าใครสนใจจะร่วมงานด้วยติดตามมาได้เช่นกันค่ะ หนูมีทีมนักกฎหมายถ้าใครที่คอยแนะนำค่ะ สามารถมาคุยกันได้ค่ะ”

อยากให้เรื่องนี้จบยังไง?
พลอยชมพู: “หนูอยากได้อิสรภาพ จริงๆ อยากจะสร้างผลงานที่มาจากใจของเรา จริงๆ หนูเริ่มต้นมาไม่ได้อยากเป็นนักร้องเพราะว่าอยากหาเงินได้หลายๆ ล้าน แต่มันเป็นแค่ผลพลอยได้ที่เราทำเพลงออกมาแล้วประสบความสำเร็จ ในเนื้อแท้ของหนูคืออยากสร้างสรรค์ผลงานที่มันเป็นตัวหนูจากใจหนูจริงๆ แล้วก็หนูมีความสุขที่สุดก็คือเวลาได้ร้องเพลง ได้เห็นแฟนๆ มีความสุขด้วยกันค่ะ”