หน้าแรก บันเทิง ติ๊ก ชิโร่-เอ...

ติ๊ก ชิโร่-เอส กันตพงศ์ เป็นจิตอาสาถวาย ‘พระพันปีหลวง’ ขอเดินตามรอย ทำดีไม่หวังผลตอบแทน

5.11.25 | 14:11 น.

‘ติ๊ก ชิโร่-เอส กันตพงศ์’ เป็นจิตอาสาถวาย ‘พระพันปีหลวง’ ขอเดินตามรอย ทำดีไม่หวังผลตอบแทน

ตามที่ สำนักพระราชวัง ประกาศเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึงเวลา 16.00 น. นั้น เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่บริเวณท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ ทยอยเดินทางเข้ามาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างต่อเนื่อง

โดยมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานและจิตอาสาคอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาที่สนามหลวง ไม่ว่าจะเป็นจุดบริการน้ำดื่มและอาหารพระราชทานแก่ผู้ที่มาร่วมไว้อาลัย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยบริการกางเต็นท์ไว้ให้ประชาชนนั่งรับประทานอาหาร เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงจุดดูแลความปลอดภัย การจราจร จุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น รถสุขาเคลื่อนที่ และจุดทิ้งขยะ 10 จุด ทั้งนี้มีศิลปินและนักแสดงชื่อดัง นาย มนัสวิน นันทเสน หรือ ติ๊ก ชิโร่ และ นายกันตพงศ์ บำรุงรักษ์ หรือ เอส มาเป็นจิตอาสาร่วมกับมูลนิธิองค์กรทำดี เพื่อคอยบริการอาหารและเครื่องดื่มให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวามความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง

โดย ติ๊ก ชิโร่ เปิดเผยว่า ตนมาเป็นจิตอาสาร่วมกับมูลนิธิองค์กรทำดี มีบุ๋ม ปนัดดา และเอส กันตพงศ์มาช่วยกันแจกอาหารในวันนี้ ซึ่งผู้คนมากันเยอะแยะมากมาย โดยวันนี้ได้นำ กล้วย ขนม น้ำ ข้าวต้ม และข้าวผัด มาแจกจ่ายให้กับประชาชน

Advertisement

ติ๊ก ชีโร่ เผยอีกว่า สิ่งที่พระองค์สร้างไว้ให้กับประเทศไทยของเรานั้นมีมากมายในหลายๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกษตรกรรม เรื่องของสังคม เรื่องของความเป็นอยู่ อีกเรื่องก็คือเรื่องของศิลปะวัฒนธรรม เสื้อผ้าหน้าผม ผ้าไหมไทย โครงการพระราชดำริต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นอุปการที่พวกเราคงจะไม่สามารถมีวันนี้ได้ และโครงการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของชื่อเสียงที่สร้างให้กับประเทศชาติ

“เวลาที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปเป็นตัวแทนของประเทศชาติไปต่างประเทศ เพื่อพบปะประมุข พบปะกับกษัตริย์ พระราชินีในหลายๆ ประเทศ ก็ได้สร้างชื่อเสียงและเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคน ที่พระองค์ท่านได้ทรงสละเวลา โดยที่พระองค์ท่านไม่เคยบ่นว่าพระองค์เหนื่อย สิ่งที่พวกเราจะตระหนักไว้ และไม่มีวันลืมก็คือ ช่วยกันสร้างความดีให้สมกับที่พระองค์ท่านได้ช่วยสอนพวกเรามาให้รู้จักการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความรัก ความสามัคคี และทำทุกอย่างเพื่อส่วนรวมและเพื่อประเทศชาติ” ติ๊ก ชิโร่ กล่าว

ติ๊ก ชิโร่ เผยต่อว่า แนวทางที่พระองค์ท่านสอนลูกๆ พระองค์ท่านนั้นเป็นสิ่งที่พิเศษและยิ่งใหญ่มาก และพระองค์ท่านได้ทรงสอนให้ลูกๆ ทุกพระองค์มีความรักประชาชน มีความอดทน สอนเสมอว่าเราต้องร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี เพื่อที่จะช่วยเหลือ ดูแลประชาชนได้ แม้กระทั่งเรื่องของกีฬาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของผ้าไหมที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

“ถ้าเข้าไปดูพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่าน จะเห็นว่าในทุกอณูร่างกายของพระองค์ท่านจะเปี่ยมไปด้วยความเป็นไทยค่อนข้างเยอะมาก และไม่ว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ตอนนี้เราก็ยังภาคภูมิใจว่าสิ่งที่พระองค์ท่านได้เคยสร้างไว้มันมีค่ามากมายมหาศาลให้กับประเทศชาติมากๆ” ติ๊ก ชิโร่ กล่าว

ด้าน เอส กันตพงศ์ เปิดเผยว่าวันนี้นำใจมาเป็นจิตอาสาร่วมกับมูลนิธิองค์กรทำดี มาช่วยพี่ๆ แจกจ่ายของให้กับประชาชนที่มาในงาน “ถ้ามีเวลาก็อยากจะมาอีกเรื่อยๆ ความจริงวันนี้ก็มีงาน แต่ขอมาเป็นจิตอาสาก่อน เพราะว่าทราบจากพี่ติ๊กเมื่อคืน ก็รีบมาเลย ไม่คิดว่าประชาชนจะมาเยอะขนาดนี้ เห็นในข่าวว่าเยอะแต่ก็ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ ยังคงต่อแถวกันอีกยาวเหยียดเลย”

เอส กันตพงศ์ เผยอีกว่า พระองค์ท่านทรงเป็นต้นแบบอย่างชัดเจนคือ ท่านทำดีโดยไม่หวังผล ไม่ได้หวังให้ใครชื่นชม เช่นเดียวกับในหลวงร. 9 ที่ทำดีโดยไม่หวังให้ใครสรรเสริญ ไม่ว่าจะเป็นกับคนไทยหรือเพื่อนบ้านก็ตามที่ชื่นชอบพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน

“ตั้งใจว่าอยากจะเดินตามรอยเท้าท่าน อย่างที่บอกอยากจะเดินตามรอยเท้าพ่อและก็อยากจะเดินตามรอยเท้าสมเด็จพระพันปีด้วย เขาเรียกว่าทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน” เอส กันตพงศ์ กล่าว