หน้าแรก บันเทิง เอกชัย ทำเพลง...

เอกชัย ทำเพลงถวาย ‘พระพันปีหลวง’ ฝากภาครัฐเปิดกว้าง ให้เด็กนาฏศิลป์ต่อยอดวัฒนธรรมไทย

10.11.25 | 13:54 น.

เอกชัย ทำเพลงถวาย ‘พระพันปีหลวง’ ฝากภาครัฐเปิดกว้าง ให้เด็กนาฏศิลป์ต่อยอดวัฒนธรรมไทย

เอกชัย ศรีวิชัย ผู้กำกับและศิลปินชื่อดัง ได้สร้างสรรค์บทเพลงเพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ล่าสุด เอกชัย ศรีวิชัย มาร่วมพิธีบวงสรวงภาพยนตร์จากตำนานหลอนบางขวาง เรื่อง “กิ่งแก้ว” ณ ลานหินขัด ศูนย์การค้ารัชโยธิน อเวนิว ก็ได้เปิดใจถึงบทเพลงดังกล่าวให้ฟังว่า

พี่เอกทำเพลงไว้อาลัยสมเด็จพระพันปีหลวงใช่ไหม?
“ใช่ครับ คือจริงๆ มันจะมีทำสองภาคส่วน คือต้องบอกว่าผมเองเป็นคนทำเพลงให้กับในหลวง โครงการแรกก็คือ ร้อยล้านกำลังใจเพื่อถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 10 และพระราชินี ทำมาก่อนหน้านี้ ก็จะมีเพลงถวายในหลวง ถวายให้กับพระราชินี มีเพลงทุกภาค มีหมอลำด้วยที่ทำทั้งหมด เป็นคนทำเองทั้งหมดเลย แล้วพอมาถึงพระพันปี พอเกิดเหตุการณ์นี้ ก็จะมีสมาคมนักร้องลูกทุ่งเขาทำซึ่งไปร่วมกับเขา แล้วส่วนตัวเองก็ทำคนเดียว

โดยมี อ.เจษฎา เรืองนาม เป็นคนเขียน ชื่อเพลงอะไรยังไม่กำหนดหรอกว่าจะชื่ออะไร แต่เป็นทำนองภาคใต้แล้วก็ปนเห่เรือ เป็นเพลงใหม่เขียนใหม่หมดเลย ซึ่งเนื้อหาเป็นการถวายความอาลัยแล้วก็รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว”

Advertisement

เพลงนี้ใครมีส่วนร่วมอะไรยังไงบ้าง?
“ศิลปินคนอื่นๆ ก็จะมาร้องคัฟเวอร์ในเวอร์ชั่นเดียวกันทั้งหมด ก็จะมีนักร้องภาคใต้เกือบจะทุกคนมาร้อง”

ในความรู้สึกตอนที่เราร้องถ่ายทอดมันเป็นยังไง?
“คือจริงๆ ผมไม่รู้ว่าเด็กรุ่นใหม่เป็นยังไงแต่ว่าถ้ารุ่นเรา เราซึมซับกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมาตลอดระยะเวลาทั้งชีวิตเรา เราเห็นและเราคุ้นชินกับสิ่งที่พระองค์ปฏิบัติมาแล้วเราก็เห็นมาตลอด เหมือนเราอ่านหนังสือเยอะๆ พอวันที่เราคิดอะไรไม่ออก หนึ่งบทความในหนังสือมันก็จะพุ่งเข้ามาในหัวเรา เหมือนกันวันนี้เราแทบจะไม่ต้องอะไรเลยแค่หลับตาปั๊บเราก็เห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านก็ทำให้เราทำอะไรให้กับพระองค์ท่านแบบเทหมดใจ เมื่อไหร่ที่เราเห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 เราจะเห็นเงาของในหลวงเป็นพระพันปีมาตลอดระยะเวลา แล้วเงาของพระพันปีก็คือในหลวงองค์ปัจจุบัน”

ตัวพี่เอกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระพันปีหลวงในเรื่องของอะไรบ้าง?
“คือตัวเองไม่ได้เป็นโขน แต่ตัวเองจะเป็นในเรื่องของวัฒนธรรมพื้นบ้าน เรื่องหนังตะลุงเรื่องของโนรา แล้วพอพระองค์ท่านมาดูแลเรื่องโขน คือวันนั้นถ้าไม่มีพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน เราไม่รู้ว่าทิศทางของโขนมันยังจะคงเป็นรากของแผ่นดินเอาไว้เชิดชู หรือเอาไว้ให้แขกต่างบ้านต่างเมืองได้เห็นถึงรากวัฒนธรรมของเราเท่ายุคปัจจุบันนี้ไหม”

วัฒนธรรมพื้นบ้านพี่เอกก็ไม่เคยทิ้งเลย ทุกวันนี้ก็ยังมี?
“ในหนังกิ่งแก้วก็มี อันนี้เป็นเพลงโคราช เพราะว่าหนังมันเกิดในโคราช”

พระองค์ท่านทรงเป็นแรงบันดาลใจหลายๆอย่าง เรื่องการอนุรักษ์ที่เกี่ยวกับไทยๆ พี่เอกได้รับแรงบันดาลใจจากตรงนี้มายังไง?
“มีพระราชดำรัสของพระองค์ท่านบอกว่า ‘วัฒนธรรมสร้างชาติ’ คือจริงๆ คำนี้ถ้าเรามองเผินๆ มันแทบไม่มีอะไร แต่คำว่าวัฒนธรรมสร้างชาติมันหมายถึงทุกองค์กรของวัฒนธรรมมันหล่อหลอมมา แล้วมันรวมขึ้นมาเป็นแกนหลักของชาติว่าเรามีรากเหง้าเป็นแบบไหนเป็นยังไง วันนี้เราไปเต้นตามฝรั่ง หรือไปเต้นตามเกาหลี ใดๆ คือคนไทยเก่งอยู่แล้ว เก่งมาก เราเต้นได้เท่ากับเขาไหม ในความรู้สึกของผมมันได้ในระดับหนึ่ง แต่จะไม่เท่าต้นฉบับ แต่เมื่อไหร่ที่คนไทยรำและฟ้อน ให้ฝรั่งให้เกาหลีมาฟ้อนยังไงก็ไม่มีทางเท่ากับของเรา มันเป็นเรื่องของอัตลักษณ์ใครอัตลักษณ์มัน เพราะฉะนั้นในตรงนี้มองว่าเด็กรุ่นใหม่อาจจะไม่ได้ซึมซับเอาไปทั้งหมดแต่ขอแค่อย่าลืมหนึ่งอณูของรากวัฒนธรรมตรงนี้ คุณใส่ไปเสิร์ฟตรงนั้นตรงนี้ไม่ได้ถือว่าเชยแต่ถือว่ารักษาวัฒนธรรม แต่มีข้อแม้ว่าคนไหนที่ดูถูกวัฒนธรรมของแผ่นดินคนนั้นกำลังดูถูกปู่ย่าตายายของตัวเอง ต้องถามว่า ดีเอ็นเอปู่ย่ามาจากไหนถ้าจะดูถูกนะ แต่ผมเชื่อว่าเด็กไทยทุกคนรัก แต่เราจะนำเสนอในรูปแบบไหนแล้วแต่ เพราะว่าโครงสร้างที่สมเด็จพระพันปีสร้างไว้ตรงนี้
จริงๆ

ถ้าพูดเรื่องนี้ขออนุญาตของขึ้นนิดนึงอยากฝากไปถึงกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงศึกษาว่าเวลาที่เราไปดูโขนสมเด็จ คือพี่ไปดูด้วยตัวเองของทุกยุคแล้วปีหนึ่งไปดูจำชื่อตอนไม่ได้ แต่ว่าไปดูอินทรชิตแปลงกับมังกรกัณฐ์ ซึ่งมังกรกัณฐ์เป็นยักษ์วัยรุ่นเป็นญาติของทศกัณฐ์ เด็กที่เล่นวันนั้นเป็นเด็กนาฏศิลป์จังหวัดพัทลุง ต้องบอกว่าที่มาที่ไปของโขนสมเด็จคัดมาจากหลายๆ ที่ ส่วนคนที่เล่นเป็นอินทรชิตแปลงมือไม้เท้าเขาคือเหมือนทุกอย่าง เป็นเด็กอ่างทอง อันนี้คือคนที่คัดมาแต่พอเด็กพวกนี้เรียนจบกลับไปทำงานที่ร้านสะดวกซื้อ

อันนี้คำถามที่พี่จะถามว่าในกระทรวงหรือในกรมต่างๆ ทำไมเราไม่เปิดกว้างให้เด็กพวกนี้ได้มีโอกาสรับราชการเลย แล้วเขาเอาวิชาความรู้ที่เขามีเป็นตัวหลัก อย่าลืมนะว่านี่คือโขนสมเด็จที่เขาคัดมาจากคนทั้ง 70 กว่าจังหวัดทั่วประเทศ มีหนึ่งเดียว แล้วทำไมไม่เอาเด็กพวกนี้ไปต่อยอดให้กับวัฒนธรรมต่อ มันจะตายไหมถ้าให้เขาได้ทำงานเลยแล้วกลับทีหนังสือที่เสริมสร้างประสบการณ์ของเด็กป. 1 ป. 2 ที่นักวิชาการเขียน แล้วไปอีท่าไหนก็ไม่รู้ให้บรรจุเขียนมาในหนังสือ แล้วเด็กต้องพกหนังสือไปโรงเรียนเกือบจะตาย ทำไมมันยัดเข้าไปได้ ทำไมทำไปได้ แล้วทำไมเด็กพวกนี้…วันนั้นทักไลน์ไปถามเขา เขาบอกว่าเขาทำหน้าทำเสียงทำอะไรอย่างนี้จำหน่าย แล้วทำงานร้านสะดวกซื้อ ผมร้องไห้เลย นี่แหละคือสิ่งที่อึดอัด”

เขาควรได้อนุรักษ์ต่อ?
“ถูกต้องครับ เขาควรที่จะมีงานแกนหลักของเขา แต่สิ่งที่เป็นวิชาชีพที่เขาติดตัวมาเขาควรจะถ่ายทอดไว้บนแผ่นดินไม่ใช่ตายไปกับเขา แต่มันก็เคยมีนักวิชาการของกระทรวงศึกษา ผมจำไม่ได้ว่าเป็นใครที่เขาออกมาบอกว่าผลเฉลี่ยของเด็กไทยที่เรียนหนังสือไม่เก่งเป็นเพราะไปเรียนรำ มันเคยมีอยู่ช่วงนึง ซึ่งนักวิชาการคนนั้นอาจจะตายไปแล้วหรือเกษียณออกไปแล้ว ซึ่งพี่มองว่าอันนี้เป็นคำพูดที่พี่อยากไปหาดีเอ็นเอของปู่ย่าตายายของเขามากเลยว่าสรุปแล้วเขาเกิดในแผ่นดินนี้ไหม พี่อยากจะถามจังเลยว่าวันที่เราส่งพ่อหลวงเรากลับสู่สวรรค์ เราใช้วัฒนธรรมอะไร ที่สนามหลวงเราใช้อะไร โขนใช่ไหม คุณอย่ามาพูดดูถูกว่าเด็กเรียนรำแล้วโง่”

เพลงที่ทำไว้อาลัยพระพันปีหลวงจะได้ฟังวันไหน?
“ผมเอาไปให้ทุกหน่วยงานราชการ คือไม่ได้ทำแล้วเอามาไว้ในช่อง คือผมไม่มีช่อง ทำแล้วก็แจกไปทั่วเลย เดี๋ยวได้ฟังแน่ ไม่ว่าจะเป็นหลวงไก่ บ่าววี หรือใครก็แล้วแต่ที่เป็นนักร้องใต้ ทุกคนต้องมาร้องกับพี่หมดเลย”