‘ครูสลา’ เปิดใจปม ‘ลำไย’ โดนฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ‘โบว์รักสีดำ’ แนะให้ทุกฝ่ายหันหน้าคุยกัน
จากกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์เพลง โบว์รักสีดำ ที่ร้องโดยนักร้องดัง ศิริพร อำไพพงษ์ ยื่นฟ้อง นักร้องสาว ลำไย ไหทองคำ เรียกเงินจำนวน 20 ล้านบาท ปมละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ล่าสุด (11 พ.ย.) เจอครู สลา คุณวุฒิ ที่มาร่วมงานครบรอบ 42 ปี บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จํากัด (มหาชน) ณ บริเวณล็อบบี้ อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส ก็ได้เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว
ประเด็นที่ ลำไย ไหทองคำ โดนฟ้องเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง โบว์รักสีดำ ลิขสิทธิ์เป็นของใคร?
“ในรายละเอียดครูไม่ทราบ แต่ครูทราบเฉพาะคนแต่ง คนแต่งก็คือ อาจารย์สุพรรณ ชื่นชม ท่านก็เป็นศิลปินชาวบ้าน พี่นาง ศิริพร ก็ร้องเอาไว้ แต่ในรายละเอียดภาคกฎหมาย ครูไม่ทราบจริงๆ”
ลิขสิทธิ์เป็นของพี่นาง ศิริพร หรือของค่ายเดิม?
“จริงๆ ต้องเริ่มจากที่ PGM เพียงแต่ว่าในตัวหนังสือที่เป็นสัญญาที่ตกลงกันไว้เป็นของใคร อันนั้นครูไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เลยไม่ทราบ รู้แต่ว่าคนแต่งคือ อาจารย์สุพรรณ ชื่นชม คนร้องคือศิริพร อำไพพงษ์ คนทำดนตรีคือ พี่หนุ่ม ภูไท ส่วนรายละเอียดภาคกฎหมายไม่ทราบจริงๆ ครูก็อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน คือถ้าคุยกัน เราคุยกันแบบศิลปิน สร้างงานศิลปะด้วยกัน มันน่าจะได้ดีด้วยกัน”

ในฐานะคนทำเพลง มองอย่างไรในเรื่องเรียกเก็บลิขสิทธิ์นักร้อง จากการนำเพลงที่คนอาจจะลืมไปแล้ว กลับมาดังอีกครั้งเพราะนักร้องคนนั้น?
“เราอาจจะต้องแยกออกระหว่างว่าในภาพมาตรฐานของสังคม มันจะต้องมีกฎหมาย กติกา เราก็ต้องยอมรับตรงนั้น แต่ในขณะเดียวกันในทางรัฐศาสตร์ การแก้ปัญหาถ้าหากว่ามันเกิดขึ้น ครูก็อยากเห็นบรรยากาศของความเป็นไทย ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน หาทางออกที่ทุกคนอยู่ได้ในเงื่อนไขที่กฎหมายรองรับ”
งงมั้ยอยู่ๆ เป็นประเด็นขึ้นมา ทั้งที่พี่นางร้องเพลงนี้มา 30 ปี?
“อันนี้ไม่งง ยุคสมัยที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่มันเป็นเรื่องใหม่สำหรับทุกคนตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการเผชิญหน้ากับมัน การแก้ปัญหา มันต้องดูในทุกวัน แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่อยากให้มีคือ ให้เรารักกัน ให้คุยกันได้ อยากให้คุยกันได้ ไม่อยากเห็นบรรยากาศของการฟ้องร้อง อยากเห็นบรรยากาศของการพูดคุยกัน ถูกผิดก็มีตัวหนังสือรองรับอยู่ คนเป็นเจ้าของสิทธิที่แท้จริงก็จะไม่ได้อะไร ถ้าหากว่าอยู่ในบรรยากาศของความขัดแย้ง แต่ถ้าเราอยู่ในบรรยากาศของการถ้อยทีถ้อยอาศัย เหมือนเราเป็นเจ้าของบริษัทขายรถยนต์นั่นแหละ ถ้าเราจะยึดอย่างเดียว มันก็ยึดได้ในทางกฎหมาย แต่ว่าเราก็ไม่ได้อะไรเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทางเจ้าของสิทธิที่แท้จริง อยากเห็นบรรยากาศการพูดคุยที่น่ารักแบบคนไทยเรา เข้าอกเข้าใจกัน ก็ได้ด้วยกัน ถ้าสดไม่ได้ ก็ผ่อนก็ได้ สู้ไปด้วยกัน”
ได้ถามพี่นางมั้ยว่าเขารู้สึกอย่างไรบ้าง?
“ยังไม่ได้คุยกัน แต่ครูก็อยากเห็นบรรยากาศที่ดีต่อกัน เพราะครั้งหนึ่งทุกคนก็เคยรักกันมาก่อน สัญญาไม่เกิดขึ้นถ้าไม่รักกันมาก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าวันหนึ่งเมื่อสัญญาทำให้เรามีเหตุต้องทะเลาะกัน ก็กลับไปทวนเรื่องเดิมว่าเรารักกันนะ เราถึงได้ทำสัญญา”
“ครูคิดว่ามันคงไม่ใช่เคสเดียว มันจะมีอีกหลายเคสถ้าเป็นแบบนี้ แต่ถ้าหากว่าเคสโบว์รักสีดำ แก้ปัญหาโดยละม่อมโดยทุกฝ่ายโอเค ทุกฝ่ายมีความสุข มันจะเป็นบรรทัดฐานสำหรับอีกหลายกรณีต่อไป ก็อยากให้สังคมได้ช่วยกันให้กำลังใจทุกฝ่ายให้คุยกันอย่างมีความเป็นไทย ด้วยหัวใจไทยที่รักกัน”



