หน้าแรก บันเทิง หนิง ปณิตา โล...

หนิง ปณิตา โล่งมิจฯ อ้างชื่อหลอกขายของโดนจับแล้ว ขอบคุณตำรวจ หวังผู้เสียหายได้รับการเยียวยา

16.11.25 | 15:55 น.

หนิง ปณิตา โล่งมิจฯ อ้างชื่อหลอกขายของโดนจับแล้ว ขอบคุณตำรวจ หวังผู้เสียหายได้รับการเยียวยา

หลังจากที่ หนิง ปณิตา พาผู้เสียหายหลายคน ไปแจ้งความดำเนินคดี ดาราหนุ่มที่แอบอ้างชื่อตนไปหลอกขายโทรศัพท์ – บัตรคอนเสิร์ต ทำให้มีหลายคนหลงเชื่อสูญเงินกว่า 10 ล้านบาท เมื่อกลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวานนี้(15 พ.ย.) ตำรวจจับตัวผู้กระทำเหตุดังกล่าวได้แล้ว ล่าสุด หนิง ปณิตา ที่มาร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “BioActive+ Concentrated Liquid KERA” เคราตินกินได้! ในงาน Life Expo 2025 ณ UOB LIVE, EMSPHERE ชั้น 6 ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า

“ก็ทราบเรื่องจากข่าวแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการความยุติธรรม ในส่วนของหนิงเองแจ้งความในส่วนที่เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่เอาชื่อเราไปแอบอ้างใดใด”

“เมื่อวานสายไหม้มาก แต่วันเสาร์-อาทิตย์จะอยู่กับลูก ถ้าใครโทรหาจะไม่รับใครเลย ก็ว่ากันอีกทีวันจันทร์ พร้อมยินดีอยู่แล้วถ้าโดนเรียกจะไปพูดคุยใดใด”

โล่งใจมั้ยเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเร็ว?

Advertisement

“ถามว่าโล่งใจมั้ย ถ้าตอบไม่โลกสวย ก็โล่งใจ แต่อีกมุมหนึ่งก็รู้สึกแบบ มันเพราะเราหรือเปล่าทำให้เขาโดนจับ ในมุมหนึ่งแอบคิดแว้บๆ (ถอนหายใจ)”

ที่เราให้สัมภาษณ์วันนั้น ทำให้มีการเร่งคดีเร็วขึ้น?

“ใช่ ทุกอย่างมันเร็วขึ้น สิ่งที่ทำให้หนิงตัดสินใจต้องแจ้งความในส่วนของหนิงเอง ก็คือผู้เสียหายพูดกับหนิงว่า พี่ไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรหน่อยหรอ ถ้ามีการเอาชื่อพี่มาแอบอ้าง มองสองมุม ถ้ามุมคนที่มองว่าอ้าวแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรา เราไม่รู้เรื่องอะไร มันมองมุมนั้นก็ได้ แต่พอมันเจอผู้เสียหายหลายๆ คนที่ติดต่อเข้ามา ต้องใช้คำว่าเราทำในส่วนของเรา แต่พอเห็นในหน้าข่าว ทุกคนก็ขอบคุณเรา แต่อีกมุมหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรารู้สึกว่ามันเป็นเพราะเราป่ะวะ”

พอเขาโดนจับแล้ว ฟีดแบ็กผู้เสียหายที่มาถึงเรา เป็นยังไงบ้าง?

“ขอบคุณหมดเลยค่ะ ทุกคนบอกว่าเขาพยายามทำสิ่งนี้มาเป็นปีแล้ว แล้วก็เสียงเขาไม่ดังพอ ก็ขอบคุณที่เราออกมาเป็นกระบอกเสียงให้กับทุกคนที่เสียหาย”

พอเราเป็นกระบอกเสียงแล้ว เรื่องดำเนินเร็วขึ้น?

“จริงๆ หนิงเชื่อว่าเวลามันเกิดเรื่องเกิดราวอะไร หลายๆ อย่างประชาชนมักจะคาดหวังให้คนที่มีเสียงที่ดังกว่าช่วยแล้วก็ซัพพอร์ตตรงนั้น ในมุมหนึ่งก็รู้สึกว่ามันเป็นประโยชน์กับคนอีกหลายๆ คน แต่มันก็ทำให้เห็นอะไรบางอย่างว่า บางทีคนที่เสียหายแล้วไม่มีเสียงที่ดัง เขาก็จะไม่ได้รับกระบวนการที่เร็ว ซึ่งต้องบอกว่าครั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก ๆ ที่ทำงานเร็ว”

“ที่หลายคนอาจจะมีความคิดมันอาจจะต้องใช้เสียงที่มันดังขึ้น หนิงว่าบางทีมันอาจจะไม่ใช่หรอก ถ้ามันอยู่ในกระบวนการนั้นแล้ว หนิงว่าเจ้าหน้าที่ก็อยากจะทำทุกเคสทุกรายแหละ แต่บังเอิญว่ามันอาจจะเป็นจังหวะที่ผู้เสียหายทุกคนก็ไม่กลัวด้วยต้องใช้คำนี้ เพราะว่าพอหนิงออกมาเป็นกระบอกเสียงหนึ่งมันทำให้พวกเขาไม่กลัว ส่วนใหญ่ผู้เสียหายที่กลัวเพราะเขากลัวจากคำขู่ จากภาพที่เห็น อย่างเช่นภาพที่เอาของไปมอบให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ แล้วก็โชว์เป็นภาพโปรไฟล์ ผู้เสียหายมักจะกลัวสิ่งนี้เสมอจากการที่หนิงได้คุยนะคะ เขาก็จะพูดว่าเราจะไปสู้อะไรได้ เขารู้จักผู้หลักผู้ใหญ่อันนี้พูดรวมๆ ในหลายๆ เคสเลย เพราะส่วนใหญ่คนที่กระทำสิ่งบางอย่างให้เกิดกับผู้เสียหาย เขาจะมีการแอ๊กชั่นอะไรบางอย่างที่ทำให้ผู้เสียหายที่เขาเป็นประชาชนตัวเล็กๆ เกิดความกลัวว่าเขาจะต่อสู้ได้ไหม เขาจะเจออะไรไหมหรือแม้กระทั่งคำพูดคำขู่อะไรหลายๆ อย่าง อันนี้หนิงพูดรวมหลายๆ เคสนะ”

สบายใจไหม หลังจากที่เราออกมาพูดแล้วเขาโดนจับ?

“คือในพาร์ตของหนิงเอง หนิงสบายใจในส่วนของหนิงว่าชัดเจนว่าหนิงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร สองหนิงไม่ได้ไปซื้อโทรศัพท์แล้วไม่จ่ายสตางค์ หนิงแคร์ข้อนี้มากกว่า เรื่องที่เอาชื่อหนิงไปแอบอ้างแล้วหนิงได้ส่วนได้ส่วนเสีย อันนั้นหนิงไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่ เพราะหนิงมั่นใจตัวหนิงเองอยู่แล้วว่าหนิงไม่ได้ทำ แต่กรณีหลังที่เอามาโพสต์แขวนว่า ตัวหนิงไปซื้อไอโฟนแล้วไม่จ่ายสตังค์ หนิงไม่ได้ทำ ไม่ควรเอามาโพสต์แขวน”

ยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง?

“ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรใดใดทั้งสิ้นเลย อันนี้เป็นความสบายใจของหนิง แต่ส่วนหนึ่งพอเวลาเราเห็นใครที่โดน มันเพราะเราหรือเปล่า แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างมันก็เป็นไปตามสิ่งที่เขากระทำ กรรมมันไม่เคยเลือกส่งผลกรรมผิดคนอยู่แล้ว”

“ในมุมของผู้เสียหายเขาก็รู้สึกว่าทำไมยังกล้าปฏิเสธอีก แต่ถ้าถามในแง่กฎหมายมันไม่ผิดหรอกที่จะเป็นกระบวนการไปต่อสู้ในศาล ก็ต้องปฏิเสธไว้ก่อน เพราะการปฏิเสธไว้ก่อนมันสามารถมันมีช่องของกฎหมายในการไปต่อสู้กระบวนการทางศาลแล้ว ซึ่งหนิงว่ามันก็ต้องไปอยู่ในกระบวนการทางศาลนั่นแหละ แล้วถ้าสมมติว่ามันไม่ได้มีมูลเหตุ หรือว่ามูลค่าของความเสียหายขนาดนั้น หนิงว่าสุดท้ายแล้วเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้มีหมายจับที่จะจับ อันนี้คือมันส่วนหนึ่งอยู่แล้วว่ามีมูลเหตุที่เกิดขึ้นที่เหลือก็คือเป็นกระบวนการที่จะไปต่อสู้กันทางกฎหมายในศาลค่ะ”

“ในความความรู้สึกหนิงก็อยากให้ผู้เสียหายทุกคนได้รับการเยียวยา ได้รับความยุติธรรมบ้างไม่มากก็น้อย ในการเกิดเหตุครั้งนี้ พอดีเวลามันเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ขึ้นมาแล้วโดยเฉพาะเรื่องที่มันเป็นเงินๆทองๆ ท้ายที่สุดกฎหมายไม่ได้คุ้มครองความเสียหายทั้งหมดให้กับผู้เสียหาย ผู้เสียหายมักจะได้รับการเยียวยาหรือการได้รับคืนจากคนที่กระทำบางส่วนเท่านั้นเองไม่ได้เพียงพอกับการเสียหาย จริงๆ คนจะมองตรงนี้มากกว่าว่าเวลาที่จะตัดสินใจซื้อของหรือตัดสินใจทำอะไร มันต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนมากกว่านี้ที่จะไม่ให้เรา สุดท้ายกลายเป็นว่าได้รับแค่การเยียวยา มันก็เป็นอีกบทเรียนหนึ่ง แล้วก็อย่าเชื่อคำกล่าวอ้างเยอะ”

มีคลิปเสียงที่บอกว่ามีผู้เสียหายประมาณ 5 คน?

“ถ้าเท่าที่หนิงทราบในกรุ๊ปที่มีการรวมผู้เสียหาย มีประมาณ 47 คน”