เรื่องราวของวง Moderndog สร้างตำนานบนเวที ‘โค้ก มิวสิค อวอร์ดส’ เมื่อปี 2535
โค้ก มิวสิค อวอร์ดส’ (Coke Music Awards) รายการประกวดดนตรีระดับอุดมศึกษาที่มีชื่อว่านักร้อง และคณะดนตรีจากรั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ผ่านเวทีนี้ ล้วนเติบโตออกอัลบั้มผันผ่านจากมือสมัครเล่นสู่มืออาชีพในตลาดเพลง และได้เป็นส่วนหนึ่งของการวิวัฒน์ทางดนตรีและพัฒนาการของธุรกิจและอุตสาหกรรมดนตรีพาณิชย์ศิลป์มาถึงวันนี้’
เกร็ดความทรงจำที่น่าสนใจของรางวัลนี้ที่เกี่ยวพันเชื่อมโยงโดยตรงในการสร้างคณะดนตรีร็อกยุคใหม่ขึ้นมาจากรั้วมหาวิทยาลัย นั่นคือเวทีประกวดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งต่อมาคณะดนตรีคณะนี้กลายเป็นคณะชนะเลิศอันดับ 1 ของประเทศไทยในปีนั้น แล้วกลายเป็นหัวหอกบุกเบิกสร้างปรากฏการณ์ Indy Mania รวมถึงเป็นซาวด์แรกที่ออกมาจากเบเกอรี มิวสิค
ย้อนกลับในปี 2535 ขวบปีแห่งความสับสนอลหม่านของสังคมไทย เนื่องด้วยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ความวุ่นวายในสังคมค่อยๆ จางหายและจัดระบบใหม่ที่แข็งแรงขึ้น ปีนั้นเป็นปีที่มีการประกวดแล้วถูกเล่าขานเป็นตำนานหนึ่งของ โค้ก มิวสิค อวอร์ดส
โมเดิร์นด็อก ซึ่งนำทีมโดย ธนชัย อุชชิน (ป๊อด) ตำแหน่ง ร้องนำ-คนเขียนเพลง ได้ระดมเพื่อนฝูงมาฟอร์มคณะก่อนที่การประกวดระดับมหาวิทยาลัยของพวกเขาคือ จุฬาฯ จะมีขึ้น เพียงแค่ 3 วันเท่านั้น สมาชิกประกอบด้วย เมธี น้อยจินดา (เมธี) ตำแหน่ง มือกีต้าร์ , ปวีณ สุวรรณชีพ (โป้ง) ตำแหน่ง มือกลอง , สมอัตถ์ บุณยะรัตเวช (บ๊อบ) ตำแหน่งมือเบส และ สราวุธ เลิศปัญญานุช (แน่น) ตำแหน่งมือคีย์บอร์ด รวมเป็น 5 คน
ปีนั้นเป็นโค้ก มิวสิค อวอร์ดส ครั้งที่ 3 โดยมีการเขียนเล่าเรื่องจากปากคำของ ป๊อด โมเดิร์นด็อก ที่รำลึกเรื่องราวในคราวนั้นไว้อย่างละเอียดว่า
“ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ซึ่งถือว่าเลทจากเวลาจริงไปมาก ทางคณะกรรมการจึงให้แต่ละวงที่ยังไม่ได้เล่น ลดจำนวนเพลงที่จะโชว์จาก 4 เพลงเหลือวงละ 2 เพลง เมื่อป๊อดได้ยินดังนั้น จึงหันไปกระซิบกับเพื่อนร่วมวงทันทีว่า “เดี๋ยวพอถึงคิววงเราเล่น ไม่ต้องตั้งเสียงเครื่องดนตรีนะ ให้ทุกคนขึ้นไปซัดเลย 4 เพลงรวด และไม่ต้องหยุดเมื่อจบแต่ละเพลงนะ”
เมื่อถึงคิวของวงโมเดิร์นด็อก เพื่อนสมาชิกทุกคนก็ทำตามที่ป๊อดพูดจริงๆ พอจบเพลงแรก พวกเขาก็ซัดเพลงที่ 2 ต่อทันที พอจบเพลงที่ 2 เพลงที่ 3 ก็ถูกเล่นต่อโดยเร็ว และเมื่อจบเพลงที่ 3 ขณะที่ป๊อดเริ่มร้องเพลงที่ 4 ไปได้ไม่เท่าไหร่ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ สมาชิกทุกคนในวงตอนนั้นได้ยินแต่เสียงกลอง เพราะเครื่องดนตรีชนิดอื่นที่ต้องใช้ไฟฟ้าโดนปิดสวิตซ์ดับไฟหมด
ในช่วงเวลานั้น ทุกคนคิดในใจว่าจะต้องโดนจับแพ้ฟาล์วแน่นอน แต่ผลปรากฎว่า วงโมเดิร์นด็อกก็สามารถผ่านรอบแรก จนได้เข้าไปเล่นในรอบต่อๆ ไป และก็คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้เป็นตัวแทนของจุฬาฯ ไปแข่งขัน ณ เวทีใหญ่ระดับประเทศได้สำเร็จ จนท้ายที่สุด พวกเขาชนะเลิศโค้ก มิวสิค อวอร์ดส ครั้งที่ 3 ไปได้อย่างเหลือเชื่อ โดยคะแนนเบียดรองชนะเลิศครั้งนั้นไปแค่คะแนนเดียว…’
คนที่เป็นตัวช่วยทำให้คณะโมเดิร์นด็อกหลุดออกจากสถานการณ์เลวร้ายในการประกวดครั้งนั้นก็คือ “นีโน่-เมทนี บูรณศิริ” ซึ่งโด่งดังอย่างมากในช่วงเวลานั้นจากบทเพลง ‘คนขี้เหงา’ ที่บรรจุอยู่ในอัลบั้ม ‘ขอเป็นพระเอก’ ซึ่งออกกับค่ายคีตา เรคคอร์ดส เป็นเพลงยอดนิยมประจำปี 2534 และเขาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการประกวดของเวทีจุฬาฯ ซึ่งนีโน่เป็นศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ในความทรงจำของป๊อด หลังเหตุการณ์ผ่านไปหลายปี จนวันหนึ่งเขามีโอกาสได้เจอกับนีโน่ เขาก็ได้ถามถึงการตัดสินใจของนีโน่ในครั้งนั้น โดยนีโน่บอกกับป๊อดว่า
“วันนั้นที่วงโมเดิร์นด็อกเล่นรอบแรกใต้หอพักชายและทำผิดกติกา ตอนนั้นพี่ก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้วยนะ ซึ่งตั้งแต่ตอนที่โมเดิร์นด็อกเล่นจบเพลง 2 และต่อเพลง 3 ทันที ตอนนั้นก็มีกรรมการบางคนยกมือประท้วงแล้ว แต่พี่ก็เป็นคนบอกว่าไม่เป็นไร ให้น้องๆ เล่นกันไปก่อน และเมื่อถึงเพลงที่ 4 ที่โดนปิดไฟไล่ ตอนนั้นคณะกรรมการส่วนใหญ่ก็จะปรับให้โมเดิร์นด็อกแพ้ฟาล์ว เพราะทำผิดกติกาไปแล้ว แต่เป็นพี่นี่ล่ะ ที่ยืนกรานกับทางคณะกรรมการว่า การประกวดวงดนตรี เขาดูกันที่ฝีมือไม่ใช่เหรอครับ ถ้าวงนี้ฝีมือดีจริง ก็ควรต้องให้ชนะ แม้เขาจะทำผิดกติกาก็ตาม” นั่นคือรอยความทรงจำของการประกวดปี 2535 อันน่าตื่นเต้นและเล่ากล่าวขานมาจนถึงปัจจุบัน
เตรียมปักหมุดไว้เลย 14 ธันวาคมนี้ FEED MUSIC จะพาผู้ชมพบกับการแสดงดนตรีสดๆ จากพี่ๆ ระดับตำนาน Moderndog ที่ สนามหญ้าสีเขียว ณ มิวเซียมสยาม มาฟังดนตรีสดท่ามกลางสายลมหนาวพัดโชย กับการผสมผสานระหว่างวงรุ่นใหม่และวงระดับตำนาน เข้าชมฟรี!
นอกจากจะมา Share Your Vibe กับดนตรีสุดมันส์แล้ว! เราอยากชวนทุกคนมาร่วมทำภารกิจเพื่อโลกไปด้วยกันกับ AIS เพียงนำขยะ E-Waste หรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่ใช้แล้ว เช่น โทรศัพท์มือถือ สายชาร์จ หูฟัง
เม้าส์/คีย์บอร์ด หรือ ขยะ E-Waste อื่นๆ มาทิ้งให้ถูกที่ ที่จุดรับทิ้ง E-Waste ภายในงาน FEED MUSIC x AIS มาร่วมกันช่วยโลกให้น่าอยู่ ด้วยมือของเรา


