หน้าแรก บันเทิง อาเล็ก ธีรเดช...

อาเล็ก ธีรเดช เล่าเจอเรื่องสุดแปลกตอนแคสหนังข้างบ้าน รับถ่ายเรื่องนี้จบทำให้กลัวผีน้อยลง

2.12.25 | 14:34 น.

‘อาเล็ก ธีรเดช’ เล่าเจอเรื่องสุดแปลกตอนแคสหนัง ‘ข้างบ้าน’ รับถ่ายเรื่องนี้จบทำให้กลัวผีน้อยลง


พระเอกหนุ่ม อาเล็ก ธีรเดช มาร่วมงานกาล่าพรีเมียร์ภาพยนตร์เรื่อง ข้างบ้าน ณ ลานอินฟินิซิตี้ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 จากนั้นหลังจบงานเจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงภาพยนตร์ ข้างบ้าน ที่มีคนเจอประสบการณ์สุดหลอนในกองถ่าย พร้อมเผยประสบการณ์สุดแปลกตอนที่เจ้าตัวไปแคสหนังเรื่องนี้ ซึ่งงานนี้เจ้าตัวถึงกับออกปากว่าต้องหาโอกาสทำบุญแก้เคล็ดแล้วแหละ

หนังผีครั้งที่เท่าไหร่ในชีวิต?
“หนังผีครั้งแรกในชีวิตคือผมจำได้ ผมเคยประกาศในวงสื่อว่าผมจะไม่เล่นหนังผีเด็ดขาด แต่ว่าก็ด้วยวัย อาจจะด้วยประสบการณ์น่ะ แล้วเรารู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้ว ที่เราอาจจะต้องแบบฉีกอะไรของตัวเอง หรือว่ากระโดดข้ามทำลายกำแพงบางอย่างของตัวเอง ซึ่งหวยก็มาตกที่หนังผีครับ ตอนแรกที่ผู้จัดการโทรฯมา บอกว่ามีหนังพี่โขมติดต่อมา ผมบอกอยากเล่น อยากเล่นพี่โขมอยู่แล้ว แต่หนังผีนะ งั้นไม่เล่น”

คือชื่นชอบตัวผู้กำกับ แต่ว่าผียังก่อน?
“แต่พอได้อ่านบท ได้รู้โลเกชันในการถ่ายว่ามันไม่ได้น่ากลัวมาก เป็นแบบบ้านคนจริงๆ เราก็เลยลองดูสักตั้ง เพราะว่ามันก็เป็นบทบาทที่เราเองแบบไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้ด้วย นอกเหนือจากเรื่องผีนะ บทบาทของตัวละครวินในเรื่องเนี่ย มันเป็นบทที่เราไม่เคยได้รับบทอะไร รู้ไหม คนธรรมดา ผมเล่นเป็นคนรวย เล่นเป็นหมอ เล่นเป็นมาเฟีย เล่นเป็นเจ้าของเกาะมาตลอดชีวิตเนี่ย แล้วมาเรื่องเนี้ยมันเป็นคนธรรมดาซึ่งผมเองไม่เคยรับจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่ามันทำยังไงให้คนธรรมดาดูน่าสนใจ”

Advertisement

ท้าทายไหมกับการต้องเล่นเป็นบทคนธรรมดา?
“มันก็มีคำถามเกิดขึ้นในใจผมว่าตัวผมเองก็เป็นคนธรรมดา ถึงแม้จะหล่อ แต่คือเราก็รู้สึกว่ามันทำยังไงให้บทของคนธรรมดา มันแบบมันดูน่าสนใจ ซึ่งมันก็สนุกแล้วก็ท้าทายไปอีกแบบครับประกอบกับมีเรื่องของเอฟเฟค ความลี้ลับ ความน่ากลัวเข้ามาเสริมสร้างเรื่อง “ข้างบ้าน” มันเลยดูน่าสนุกเข้าไปอีกครับ”

เราตีความตัวละครตัวนี้ยังไง?
“ก็เป็นคนธรรมดาที่มีตรรกะธรรมดา คือผมก็เป็น เอาจริงๆ อาเล็ก ธีรเดช ก็เป็นคนที่มีความฝันธรรมดา ที่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากมีบ้าน อยากมีชีวิตที่มั่นคงตัววินเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ว่าเขาอาจจะเคยทำอะไรที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนโดยไม่รู้ตัว พอแล้วสปอยล์”

รู้สึกยังไงบ้างคนแซวเรื่องมีม?
“ผมว่าด้วยความที่มันจะมีหนังผีที่เกี่ยวกับบ้าน มันจะมีหนัง “ลัดดาแลนด์” กับ “บ้านเช่าบูชายัญ” ที่เขามีมีมของตัวละครชายที่ก้อง (ก้อง สหรัฐ)กับพี่เวียร์(ศุกลวัฒน์)ใช่ไหม มีมีมของเขามาอยู่แล้ว แล้วบังเอิญเรื่องนี้มันเป็นเรา มันก็มีจริงๆ ผมว่าในเรื่องยังมีอีก ก็รู้สึกดีครับผม เพราะว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้คนสงสัยว่ามีมอะไร แล้วคนก็อาจจะตามมาดูได้ครับผม”

ทีนี้พอเข้าสู่ขั้นตอนของการถ่ายทำ พี่เล็ก เราเป็นคนนึงที่กลัวมาก เราไม่เจอหรอกแต่คนที่เจอเขามาบอกเรา?
“คือจริงๆ แล้วมีกฎในกองเลยว่าห้ามเล่าเรื่องใครก็ตาม คือเรื่องนี้มันต่างคนต่างความเชื่อนะสำหรับผมนะ แต่ตัวผมเองก็เป็นคนที่เชื่อแล้วกัน แต่ผมก็บอกทางกองตั้งแต่แรกแล้ว ผมกลัวผีมากนะ เขาเลยเหมือนไม่ว่าใครจะเจอเรื่องแปลกอะไรก็ตาม ห้ามเล่า ห้ามเอามาปั่นกันต่อในกองอ่ะ อันนี้คือกฎตั้งแต่แรก ห้ามให้ง่ายๆ ห้ามให้นักแสดงรู้ หรือว่าห้ามให้ทีมงานที่กลัวรู้ เพราะว่าเดี๋ยวจะอาจจะทำงานลำบากอะไรเงี้ย ผมก็เลยไม่ได้เจออะไรเลยแต่ว่าพอปิดกล้องปุ๊บ เขามีเล่าให้ฟังกันบ้างว่ามันมีเรื่องนู้นเรื่องนี้ เรื่องที่มันผิดแปลก เรื่องที่มันแบบน่าฉงน”

เด็ดที่สุดที่เราเคยฟังจากทีมงานคือเรื่องอะไร?
“น่าเป็นเรื่องเรื่องของพี่โขมอ่ะ เรื่องของพี่โขมที่เขาทำพิธีกันก่อนที่จะเข้าไปถ่ายในบ้าน มันจะมีบ้านร้างหลังนึงในหมู่บ้าน เขาก็เข้าทำพิธีในบ้านหลังนั้น แล้วก็เจออะไรต่อมิอะไร เขาบอกว่าอย่างมีจุด เอาบุหรี่ไปจุดใส่กระถาง เพื่อที่ให้เหมือนแบบสัมภเวสีวิญญาณมาเป็นเหมือนการให้เขา แล้วบุหรี่มันฟูๆๆ แบบไฟลดเร็ว แบบลดเร็วมากเหมือนมีคนมาสูบจริงๆ เออ ซึ่งผมก็ไม่รู้พี่โขมจะโกหกผมทำไมเนอะ แล้วก็ไม่รู้จะเล่าให้ผมฟังทำไมเหมือนกัน ผมไม่ได้อยากรู้ แต่ว่ามันก็มีหลายเรื่องเลยที่คนเอามาเล่าให้ฟัง แล้วผมจะรู้สึกมาตลอดว่า โอ๊ย หนังผีที่มันผ่านมา หนังผีเรื่องนู้นเรื่องนี้ ทำไมโปรโมทหนังผีต้องมีเรื่องลี้ลับในกองวะอะไรเงี้ย ปั่นหรือเปล่าผมจะคิดแบบนี้มาตลอด แต่พอมาถ่ายจริงๆ ตัวผมเองก็เจอนิดนึงคือตอนแคส”

เรื่องที่เจอตอนแคสคือเรื่องอะไร?
“คือผมต้องแคส 5 ซีน แคสหนังเรื่องเนี้ย แล้ววันรุ่งขึ้น ตอนแคสเนี่ยเขาก็ให้ผมเช็กว่าเผื่อจะแก้อะไรอย่างงี้ ผมก็เช็กจากกล้องไปเรียบร้อย แล้ววันรุ่งขึ้น เขาโทรบอกผู้จัดการว่าให้พี่อาเล็กไปแคสใหม่หน่อย เสียงมันหาย ผมก็เออมันอาจผิดพลาดทางเทคนิคแหละ แล้วก็วันที่ผมไปแคสเขาบอกว่า พี่เล็กขอโทษที่ต้องมาแคสใหม่ แต่ว่าซีนที่เสียงหาย หายแค่ 3 ซีน แล้วเป็น 3 ซีนที่มีผี แต่อีก 2 ซีนที่เสียงอยู่ครบอ่ะ ไม่มีผี ผมก็เอาล่ะ มันตอนนั้นเราก็แอบขนลุกเหมือนกัน แต่ว่าก็คิดว่าก็อาจจะเป็นเรื่องเทคนิคก็ได้ แต่เราก็ไม่ลบหลู่ และขออนุญาตว่าเราทำเพื่อความบันเทิงเพื่อความสนุกสนานให้กับผู้ชมไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดี ก็ขอแล้วแคสใหม่อีกรอบก็ไม่มีอะไรนี่คือเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมเจอ”

แล้วส่วนตัวเชื่อไหมว่าเรื่องลี้ลับอะไรแบบนี้ ส่วนตัวเราเชื่อไหมว่ามีอยู่จริง?
“คือผมเชื่ออยู่แล้ว คือผมยังเป็นคนที่ไม่ตัดสินด้วยประสบการณ์ส่วนตัวแล้วกัน คือตัวผมไม่เคยเจอแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต แต่ว่าคนใกล้ตัวเจอ ก็มี คนที่เรารัก คนที่รักเรา เขาเจอก็มีอะไรเงี้ย เพราะฉะนั้นเราเองก็ไม่รู้ ตัวผมเองตอบไม่ได้ว่ามันมีจริงหรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่ามันมี”

เคยมีคนทักไหมว่าแบบพอเราเล่าเรื่องอะไรแบบนี้ หน้าเราเริ่มซีด?
“ตอนนี้เหรออาจจะเลียปากตัวเองแล้วกินลิปหรือเปล่า”

ในรายการ The Ghost ที่ครั้งที่แล้วก็ด้วยเหมือนกัน
“อันนั้นบรรยากาศเนาะ คือคุณผู้ชมต้องไปเห็นใครที่กลัวผีต้องไปดูออฟฟิศของ The Ghost Radio Office พี่แจ็คครับ รูปเริบอะไรไม่รู้เต็มไปหมด แล้วก็ไปเล่าตอน 22:00-23:00 น. ผมเองก็เสพบรรยากาศพวกนั้นมาทั้งคืน แล้วพอไปนั่งฟังอีก ผมเองเป็นคนไม่ชอบฟังอะไรเงี้ยะอยู่แล้ว ผมกลัว แต่เล่นหนังผี 2 เรื่องนะ”

มีไปทำบุญแก้เคล็ดบ้างไหม?
“จริงๆ ก็ต้องเดี๋ยวต้องหาโอกาสไป แต่พวกเรามีทำเรียกว่าบริจาคโรงศพไปตอนก่อนเปิดกล้องไปแล้วครับ”

หลังจากนี้ถ้ามีติดต่อเข้ามาอีกรับไหม ?
“แต่เอาจริงๆ คือพอถ่ายเรื่องนี้จบ “ข้างบ้าน” ผมรู้สึกว่ากลัวผีน้อยลง รู้สึกเหมือนกับว่าเราเริ่มชินกับสถานการณ์แห่งความน่ากลัว แต่ก็ไม่ได้หาย แต่เรารู้อยู่เต็มอกว่าตรงนั้นมันคือเซต แต่ว่าไม่รู้ว่าเจอจริงๆ ไม่เจอ ไม่เจอ อย่าเจอแล้วกันนะ”