หน้าแรก บันเทิง อิงฟ้า ยันไม่...

อิงฟ้า ยันไม่กระทบ หลังคู่ฟรีน-เบคกี้ พักถ่ายโปรเจ็กต์ 4 ELEMENTS ชาล็อต เผยอาการป่วยแพนิกดีขึ้นมาก

17.12.25 | 14:33 น.

‘อิงฟ้า’ ยันไม่กระทบ หลังคู่ฟรีน-เบคกี้ พักถ่ายโปรเจ็กต์ 4 ELEMENTS ‘ชาล็อต’ เผยอาการป่วยแพนิกดีขึ้นมาก

จากกรณีก่อนหน้านี้ 2 คู่จิ้นสุดฮอต ฟรีน สโรชา และ เบคกี้ รีเบคก้า มีปัญหากับต้นสังกัดเดิมปมเงินค่าตัว พร้อมขอสิ้นสุดสัญญาในการเป็นศิลปินภายใต้การดูแลของบริษัทอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเหตุทำให้ต้องพักถ่ายโปรเจ็กต์ 4 ELEMENTS ในเรื่องเสน่หาวาโยที่ทั้งคู่เป็นนักแสดงนำไปชั่วคราว

ล่าสุด อิงฟ้า วราหะ และ ชาล็อต ออสติน มาร่วมงาน 2025 Thailand Headlines Person of the year ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC LIVE) ในฐานะที่เป็นอีกหนึ่งในนักแสดงนำจากโปรเจ็กต์ 4 ELEMENTS ก็ได้เปิดใจถึงกรณีดังกล่าวว่ามีผลกระทบต่อเรื่อง นทีร้อยเล่ห์ ที่ทั้งสองเป็นนักแสดงนำด้วยหรือไม่ พร้อมอัพเดตอาการป่วยแพนิกของชาล็อต

ถามถึง 4 ELEMENTS ไปถึงไหนแล้ว?

อิงฟ้า: “อีกประมาณ 1-2 วันก็ปิดกล้องแล้ว ก็น่าจะได้รับชมกันต่อจากเรื่องของดิน ซึ่งเรื่องดินก็จะได้รับชมกันประมาณเดือนมกราคมทางช่อง 7 HD”

Advertisement

กับเรื่องราวที่ผ่านมามันมีผลกระทบเราไหมของคู่ฟรีน-เบคกี้ ที่อยู่โปรเจ็กต์เดียวกับเรา?

อิงฟ้า: “ไม่มีค่ะ อันนี้ชื่นชมทีมงานที่แก้ไขปัญหาสถานการณ์ได้ดีมากๆ เขาก็จะรู้ว่าในกรณีที่ปัญหาเกิดขึ้นควรจะต้องถ่ายอันไหนก่อน อันไหนหลัง เอาอันไหนแทนได้หรืออะไรอย่างนี้ก็ทำกันเต็มที่ ทุกคนก็เดินหน้ากันต่อไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้ก็รับการแก้ไขไปแล้วเรียบร้อย ตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”

ถ้าถามของคู่เรากับคู่อื่นมีเปอร์เซ็นต์การเจอกันยังไงบ้าง?

อิงฟ้า: “มีทุกเรื่อง โดยเฉพาะบ้านวาทินวณิช 4 พี่น้องจะต้องเจอกัน หนูก็ต้องไปเรื่องอื่นด้วย เขาก็ต้องมาเรื่องเราด้วย (แต่มันไม่ได้มีผลกระทบกับเรื่องของเรา?) ไม่มี เพราะเขามาหมดแล้ว (หัวเราะ)”

ชาล็อต: “ยังเหลือ 2 เรื่องก็ให้ถ่ายไปก่อน ก็ถ้าสมมุติว่าหลังบ้านยังเคลียร์กันไม่ได้ก็ถ่ายเรื่องนึงก่อน (แสดงว่าของเราเป็นคิวแรกๆ?) ใช่เพราะเราต้องรีบถ่าย รีบออน”

อิงฟ้า: “เพราะว่าเราออนมีนาคม เรื่องละ 2 เดือน (อันอื่นยัง?) ยัง แต่ว่าตอนนี้เขาก็โอเคกันแล้วเรียบร้อย ส่วนของเราเหลืออีกประมาณ 2 วัน”

เป็นยังไงบ้างของเราพอถ่ายทำเสร็จแล้ว

อิงฟ้า: “ก็เป็นยูริที่น่าจะใช้งบเยอะที่สุดตั้งแต่เคยมีมา เพราะว่าแต่ละสถานที่ก็ใช้งบเยอะ สวยๆ เราไม่ได้ถ่ายกันที่กรุงเทพฯ อย่างเดียว คือไปต่างจังหวัด ก็คือไปไกลมาก โลเกชั่นสวยแน่นอน”

ชาล็อต: “หนูสวยมากเลยล่ะเรื่องนี้ อยากจะบอกนะไม่ว่าจะเป็นการจัดไฟ กล้องเอย มุมภาพต่างๆ ก็คือหนูดูหลังมอนิเตอร์แล้วแบบโห สวย แล้วอยากเห็นตั้งแต่เรื่องแรกจนถึงเรื่องสุดท้าย ถ้าใครบอกว่าอุ๊ย รอดูเรื่องของคู่นู้นคู่นี้อะไรอย่างนี้ ต้องดูตั้งแต่เรื่องแรกเลย เพราะว่าสวยแล้วก็คุ้มค่าการดูแน่นอน สนุกแน่นอน เพราะว่าไปถ่ายก็สนุกแล้ว”

ใช้คำว่าคุณหนูได้เลย?

ชาล็อต: “อุ๊ย ไม่อยากพูดเลยอ่ะ ล่าสุดไปถ่ายครอบครัวตัวเองมา ซึ่งเครียดมากเลย เป็นวันที่ทุกคนเครียดจริงๆ เพราะว่าถ้าใครได้อ่านนิยายของชลลดา ตัวละครหนูจะมีความแบบว่า..ต้องไปอ่านไม่อยากสปอยล์เลย รอดูแล้วกันเนาะ (นิสัยรวยเหรอ?) พ่อไม่รักในเรื่อง”

แล้วเราเข้าถึงบทบาทไหม หรือรู้สึกว่าตีบทแตก?

ชาล็อต: “ก็เข้าถึงอยู่ พ่อโหดมากในเรื่อง อุ๊ย ไม่อยากพูดเลยค่ะเดี๋ยวมันสปอยล์มากกว่านี้ (ชีวิตจริงพ่อโหดไหม?) ชีวิตจริงพ่อหนูใจดี”

แสดงว่าจะได้ดูเดือนมีนาคมใช่ไหม?

อิงฟ้า: “ประมาณเดือนมีนาคม เพราะว่าเรื่องแรกเขาจะอนอนก็คือเดือนมกราคมเรื่องละ 2 เดือนค่ะ มีทั้งหมด 8 อีพี”

ชาล็อตอาการแพนิกเราดีขึ้นหรือยัง?

ชาล็อต: “กินยามาเรียบร้อยแล้วค่ะ วันนี้สดใส จริงๆ จะบอกว่าเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ แค่ไปหาคุณหมอ ไม่จำเป็นต้องกลัว หนูว่าคนปกติไม่ชอบให้ใครมาจู่โจมอยู่แล้วแหละ หรือว่าเขาเรียกว่าอาการอย่างนี้แต่ละคนจะมีอาการหรือว่าการกระตุ้นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งของหนูก็อย่างที่บอกคือความเร็วหรือเสียงดังหนูจะรู้สึกตกใจง่าย เหมือนหลายคนก็อาจจะบางคนเจอแสงไฟแล้วเป็นแพนิก บางคนเจอคนเยอะแล้วเป็นอะไรอย่างนี้ ซึ่งมันก็มาไม่ได้บ่อย ก็ถ้ามาเราก็มียาแล้ว ก็คือไปหาคุณหมอรักษาตามอาการ แล้วก็ลดโดสลงมาแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ร่างกายมันค่อยๆ ดีขึ้น หรือว่าตัวหนูจะรับรู้ได้เองว่าหนูเริ่มมีความสุขแล้ว หนูเริ่มปล่อยวางแล้ว อาจจะเพราะว่าคดีสิ้นสุดแล้วด้วย มันก็เลยไม่มีเรื่องเครียดแล้ว”

แต่อาชีพเรามันต้องเจอแสงสีเสียง คนเยอะแยะมากมาย?

“นี่คือสิ่งที่ทำให้หนูต้องไปหาคุณหมอ เพราะว่าหน้าที่เราคือต้องมาเจอคนเยอะมากๆ ต้องมาพบปะผู้คนอยู่บนเวที คือต้องเป็นคนที่จิตใจค่อนข้างแข็งระดับหนึ่งเลย แต่ว่าพอเจอคุณหมอเราก็อธิบายให้เขาฟัง เขาก็บอกว่าถ้าสมมุติจะใช้ยาในการรักษาก็ได้นะ แต่หนูก็บอกว่าหนูไม่อยากใช้ไปตลอดชีวิตนะคะ เขาก็บอกว่าดีแล้ว เพราะว่าจริงๆ มันจะมีอีกอันนึงก็คือเป็นการฟื้นฟูจิตบำบัด ก็เหมือนเป็นเวลเนสให้กับตัวเราด้วยไม่ใช่ว่ากินยาอย่างเดียวหรืออะไร เราก็ต้องปรับที่ตัวเราด้วย (คุณหมอได้บอกวิธีการไหมว่าต้องทำงานกับมันอะไรยังไงบ้าง?) ไม่เลยค่ะ เพราะว่าจริงๆ ยาตัวนี้คือช่วยให้ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องวิตกกังวลแล้วก็หลับลึก ไม่สะดุ้งตื่น อาจจะเป็นเพราะว่าเรามีความเครียดเยอะช่วงที่เราโดนมิจจี้ ตอนนี้แฮปปี้ดีแล้วค่ะ”

แล้วอย่างอิงฟ้าเคยเจออาการแพนิกของชาล็อตไหมที่รู้สึกว่าน้องมีความกังวล?

ชาล็อต: “เคยมีช่วงมิสแกรนด์เมื่อปีแรกเลย ที่หนูรู้สึกตอนนั้นยังไม่รู้เป็นอะไร แล้วหนูก็บอกว่าพี่ฟ้าหนูหายใจไม่ออก เขาก็เลยลากหนูออกไป”

แสดงว่ามันเพิ่งเกิดขึ้น ณ วันนั้น?

ชาล็อต: “ใช่ จริงๆ คือ โห มันน่าจะเป็นเรื่องของแบ๊กกราวด์ของคนคนนึงที่ในอดีตเขาเคยเจอความรุนแรง ความเสียงดังมาตั้งแต่เด็ก เป็นจิตใต้สำนึก หรือจุดที่มันอยู่ข้างในที่เราไม่รู้เหมือนกันถ้าไม่มีใครพูดหรือว่าถ้าเราไม่ได้พูดกับใครไป การไปหาจิตแพทย์ก็เหมือนกัน การให้เราได้ไประบาย ได้ไปรักษาจิตใจที่มันขุ่นเคืองในใจให้มันดีขึ้น”

แล้วในวันนี้ถ้า 100% เราสดใสกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?

ชาล็อต: “สดใสได้ 70 เปอร์เซ็นต์ค่ะ อีก 30 เปอร์เซ็นต์ ยังรอ 4 ล้านอยู่ค่ะ (ยิ้ม)”