หน้าแรก บันเทิง ไบเบิ้ล เล่าเ...

ไบเบิ้ล เล่าเคยกดดันเรื่องงานแสดงหนัก ทำสุขภาพแย่ เปิดเป้าหมายอยากแต่งงานเป็นพ่อที่ดี

17.12.25 | 17:01 น.
ไบเบิ้ล เล่าเคยกดดันเรื่องงานแสดงหนัก ทำสุขภาพแย่ เปิดเป้าหมายอยากแต่งงานเป็นพ่อที่ดี

 

ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส เล่าชีวิตจากติวเตอร์สอนภาษาสู่นักแสดงชื่อดัง จากเด็กอินโทรเวิร์ตที่ไม่กล้าเผชิญหน้าคนสู่ชีวิตในวงการที่ต้องรับแรงคาดหวังแบบฉับพลัน ผ่านทั้งความเครียดเรื้อรัง นอนแย่ กินอาหารผิดวิธี  กดดันหนักจนเกือบพัง พร้อมเล่าเป้าหมายในอนาคต ผ่านรายการ Prime Cast

จุดเริ่มต้นเส้นทางการเข้าวงการบันเทิง?

หาโอกาสเฉยๆ ตอนนั้นเรียนอยู่ที่ธรรมศาสตร์แล้วก็มีรุ่นพี่คนหนึ่งเขาบอกว่า เห็นว่าทำงานนู่นนี่นั่น เป็นติวเตอร์ เป็นแบบว่าแปลเอกสาร ทำไมไม่ไปลองแคส”

เป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็ก?

Advertisement

ถนัดภาษาภาษาอังกฤษมากกว่าไทย แต่พูดไทยไม่ชัดเพราะว่าโรงเรียนอินเตอร์ของเรามันเป็นแบบ 90% ของคนที่อยู่ในโรงเรียนเป็นต่างชาติหมดเลย น้อยกว่า 10% เป็นคนไทย”

แสดงว่าเพื่อนที่สนิทก็ไม่ใช่คนไทย?

ไม่ใช่คนไทย เพื่อน ม.ปลายไม่ใช่คนไทย แต่ว่าเพื่อนมหาวิทยาลัยก็คนไทยหมด”

พูดภาษาอังกฤษตั้งเด็กจนโตเลยไม่ค่อยพูดภาษาไทย?

ใช่ ที่บ้านก็พูดภาษาอังกฤษ”

คือพ่อแม่พูดไทยใส่ แต่ไบเบิ้ลตอบภาษาอังกฤษ?

ใช่ เข้าใจกัน เราก็พูดตอบกันอย่างนี้ แต่ตอนนี้ภาษาไทยก็ดีขึ้นแล้วนะ”

เจอกันครั้งแรกไปทริปเมืองนอกด้วยกัน ไบเบิ้ลอินโทรเวิร์ตมากช่วงนั้น ?

ตอนนี้ก็ยังอินโทรเวิร์ตอยู่ (หัวเราะ) (เป็นคนที่ค่อนข้างพูดน้อย?) คือไม่ได้ชวนพูด สิ่งที่เรากล้าพูดมากกว่า คนคิดว่าเราเป็นอินโทรเวิร์ต ไม่ค่อยคุยมันไม่จริง มันเป็นแค่พาร์ทที่คนอาจจะเข้าใจผิด แต่ว่าสิ่งที่เราสนใจเราจะคุยได้ตลอด”

ถ้ามีคนมาชวนคุยแต่ว่าเป็นเรื่องอะไรที่เราไม่ค่อยถนัดจะรู้สึกว่ามันฝืนไหม?

แล้วแต่ว่าเค้าเป็นใคร ถ้าไปเจอนักแสดงคนอื่น ตอนไปทำงานต่างประเทศเราจะชอบคุยมาก เพราะว่ามันน่าสนใจมาก เพราะว่าเรามาอยู่ที่เดียวกันแต่ว่าเส้นทาง มันเหมือนเรามาจากคนละโลกเลย”

ก่อนหน้าที่จะทำงานวงการบันเทิงที่บอกว่าทำงานที่มหาวิทยาลัยทำอะไรบ้าง?

เป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษ แล้วก็เป็นติวเตอร์สอนภาษาไทย แต่ว่าเป็นภาษาไทยสำหรับต่างชาติ”

สอนภาษาอังกฤษให้คนไทย สอนภาษาไทยให้คนอังกฤษ?

สอนภาษาไทยให้คนจีน สอนคณิตให้ ม.ต้น อะไรอย่างนี้ด้วย เบสิคมาก ประมาณ ปี”

เป็นลูกคนเดียวใช่ไหม?

มีพี่ชาย 1 คน (เคยมีฝาแฝด?) เคยมีฝาแฝด ก็คือตอนคุณแม่เขาตั้งครรภ์ ตอนไปอัลตราซาวนด์มีหัวใจเต้น ดวง แล้วก็ไม่รู้ว่าอยู่ใน Trimester ไหนแต่ว่าจากที่เล่า แล้วก็จากที่จำได้ เขาแค่บอกว่าแฝดไม่รอด แล้วก็เหมือนเป็นเนื้องอกแล้วก็สลาย And I got absorbed back into my mom. Probably, I don’t know how. อาจจะมีคนที่บอกว่าแบบเหมือนมีสองวิญญาณอยู่ในตัว”

เคยมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นไหม?

ก็มีอยู่นะ อาจจะเป็นความรู้สึกว่ามีเป็นคนที่มีเซ้นต์ มีสัญชาตญาณที่ดี”

พอมีคนชวนให้ไปแคสต์ งานแรกทำอะไร?

อย่างแรกเลยคือเราต้องไปแคสต์เพื่อจะได้เข้าโมเดลลิ่งก่อน พอเข้าโมเดลลิ่งเสร็จแล้วเราก็เอาชื่อโมเดลลิ่งขึ้นในไอจี แล้วก็เอาเบอร์โทรของผู้จัดการ แล้วก็เราก็วิ่งแคสต์ทุกอย่างเลยหนัง ซีรีส์ โฆษณา เดินแบบ แต่ว่าเดินแบบไม่ได้เพราะเราตัวเตี้ยเกิน สมัยก่อนเขาคัดที่ 175 แต่ว่าตอนเราขึ้นมหาวิทยาลัยเนี่ยเค้าคัดที่ 180 แล้ว แต่ว่าได้เดินแบบนะ แต่ว่าเดินแบบรวมที่ไม่ใช่แค่นายแบบแต่ว่ามีอินฟลูเอนเซอร์กับศิลปินคนอื่นด้วย”

แล้วก็มาเล่นซีรีส์หนัง?

เป็นเรื่องแรกที่แคสต์ผ่าน แล้วก็เป็นเรื่องแรกที่ได้เล่นเลย คินน์พอร์ช”

ตอนที่เล่นคินน์พอร์ช รู้สึกไหมว่าชอบมาก แล้วอยากทำงานอยู่ในวงการบันเทิง?

กดดัน เครียดมากตอนนั้นสุขภาพแย่ ทั้งสุขภาพจิตทั้งกายเลย ก็คือช่วงนั้นเราต้องสอบด้วย ต้องเรียนด้วย เข้าปี ธีสิสก็ต้องทำ สอบไฟนอลก็ต้องทำ ต้องจำบท เป็นการแสดงครั้งแรกด้วย แล้วทุกอย่างกดดันไปหมด เพิ่งปลดโควิดด้วย ทุกอย่างมันเทมาที่เราหมดเลยว่าเราต้องทำให้ได้ เพราะว่าถ้าเราไม่ผ่านมันกลับมาถ่ายที่เดิมไม่ได้แล้ว เพราะว่าโลเกชั่นมันมีคิวจ่อเต็ม เรื่องภาษา เรื่องแอ็คติ้ง ต้องอ่านหนังสือที่กองเพื่อจะไปสอบวันต่อมาอะไรงี้ ตอนคอนฯของ คินน์พอร์ช ด้วย จำได้ว่าตอนนั้นอยู่ที่โรงแรมแล้วไม่มีเสื้อเชิ้ต ต้องไปยืมเสื้อเชิ้ตของทางโรงแรม เป็นเสื้อเชิ้ตสตาฟฟ์เพื่อมาใส่แล้วก็ไปยืมห้องประชุมของเขาเพื่อมาเซ็ตคอมฯ แล้วก็พรีเซนต์ให้อาจารย์เป็นไฟนอล ธีสิส”

ระยะเวลากี่เดือนที่ต้องแบบรู้สึกว่าพยายามมากตอนนั้น?

ทั้งหมดช่วงเวลาถ่ายทำก็ประมาณ เดือน กดดันมาก แล้วยิ่งพอซีรีส์มันบูมแล้วเหมือนเรากลายเป็นคนที่ไม่ใช่คนธรรมดาแบบโอเวอร์ไนท์เลย”

เกิดอะไรขึ้นวันนั้นที่เรารู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไป?

มันยังไม่ได้ขนาดนั้น เพราะว่าเหมือนเราเก็บตัวทั้งแก๊งเลย แบบทั้งแก๊งคินน์พอร์ชเก็บตัว ไม่ได้ออกไปเจอโลก ช่วงนั้นยังไม่ได้รับงานพวกอีเวนต์ แต่ว่าเริ่มรู้สึกตอนไปเมืองนอกแล้วไปจัดแฟนคอนฯ แล้วประเทศแรกที่ไปสิงคโปร์ แล้วพอจัดแฟนคอนฯเสร็จแล้วไปเที่ยวที่ Universal มีคนรุมเหมือนเราเป็นดาราแบบเมืองนอกเลย เขาตามเราไปทุกที่”

รู้สึกยังไง?

ไม่ชอบเพราะเราเป็นอินโทรเวิร์ต งง แล้วก็ทำตัวไม่ถูกจริง ๆ เพราะเราไม่รู้ว่าจะต้องมันไม่มีเทรนนิ่งหรือไม่มีบอกว่า Instinct อะไรเกี่ยวกับการเป็นมนุษย์ที่เราจะต้องดีลกับสิ่งแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้ก็สามารถใช้ชีวิตได้ปกติแล้ว”

ค่อนข้างอินโทรเวิร์ตแต่พอมาเป็นดาราต้องปรับตัวเองเป็นเอ็กซ์โทรเวิร์ตเพราะต้องเจอคนมากเราต้องใช้พลังงานเจอคนทำให้หมดพลังไหม ?

ตอนแรกๆ มันรู้สึกฝืนเพราะเราหาจุดพอดีไม่เจอ เหมือนพอเราเป็นอินโทรเวิร์ตอยู่แล้วมาเจอคนเยอะ ๆ เหมือนเราแบบ Retract เข้าไปในแบบเหมือนเหมือนเต่า You know? Go back to my shell. เหมือนมันแบบว่ามันถูก Amplify ขึ้นมาด้วยซ้ำ แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ เราก็รู้สึกว่าจริงๆ เราสามารถเป็น Ambivert ได้ เราแค่ต้องหาเส้นพอดี เราไม่ต้องฝืนอะไรแล้วตอนนี้”

สมมุติถ้าเครียดมาก ๆ จะทำอะไรเพื่อจัดการความรู้สึก?

เมื่อก่อนจัดการไม่ได้เลย เป็นคนเครียดแล้วก็คนซีเรียสตลอดเวลา คนที่ปิดสวิตช์ไม่ได้ ว่าช่วงเวลานี้คือโอเค ช่วงเวลานี้ทำงานเครียดได้ กดดันได้ แต่ว่าเวลามันเสร็จแล้วปลอดภัยแล้วก็แบบ I can’t switch it off เป็นคนที่เหมือนมีแบบว่ามีเมฆดำลอยอยู่บนหัวตลอดเวลา

ถ้าว่างชอบอยู่บ้านคนเดียวหรือว่าชอบออกไปทำกิจกรรม?

จริง ๆ ผมเป็นคนสายกิจกรรมมาก ชอบกิจกรรมแต่ถ้าโดย default แล้วชอบบ้านมาก เป็นคนรักบ้าน เหมือนเราเอาทุกอย่างที่เราชอบเราเอามารวมอยู่ในบ้านหมดเลย เล่นเกม บางทีก็ดูซีรีส์ ดูหนัง ต่อกันดั้ม เลี้ยงแมว เลี้ยงหมา เลี้ยงงู”

ปกติเป็นคนตื่นเช้าหรือว่าตื่นสาย?

ร่างกายเป็น Night Owl แต่ว่าจริง ๆ ตื่นเช้าก็ได้ แต่ว่าช่วงนี้นอนแบบนอนเละมาก 02:00  03:00 น.”

รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีปัญหาเรื่องการนอนไหม?

มีมาก Sleep habit ของเรามันไม่ค่อย Consistent เท่าไหร่ เราสนใจเรื่องแบบว่าต้องทำยังไงเพื่อจะ Improve มัน เราก็เลยซื้อแบบตัววัด Tracker มา พอเห็นแล้วมันหนักกว่าเดิม ทำไมค่ามันแย่แบบนี้ แต่ว่ามันก็ช่วย บางทีเราก็กลับไปย้อนดูว่าพฤติกรรมที่เราทำก่อนนอนมันเป็นอะไร มันถึงแดงทำไมถึงได้ค่าเท่านี้ก็ช่วยบ้างนิดหน่อย”

กินยานอนหลับไหม?

เมื่อก่อนกิน Melatonin แต่ว่าเดี๋ยวนี้ไม่แล้ว สู้กับมัน”

ค่อนข้างจะเป็นคนแอดแวนเจอร์ ไปเข้าป่าอาทิตย์หนึ่งเหรอ?

แก๊งเพื่อนตอน ม.ปลาย เขาเป็นสายแอดแวนเจอร์ เราก็เลยติดมาจากเขา เหมือน ๆ เป็นแบบว่าโชคดีที่เราชอบกันหมดเลย เราชอบธรรมชาติ เราก็เลยเหมือนเป็นเด็กขี้เบื่อ อยู่ที่บ้าน Hang out ที่บ้านใครสักคนหนึ่งไม่ได้ เราต้องแบบออกไปทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ไม่งั้นเราเราจะรู้สึกว่าเวลามันเสียไป เวลามีค่ามาก เราก็เลยไปเข้าป่า ไปแคมป์ปิ้ง ไปตั้งเปล หรือว่าแบบไปหาตึกร้าง คฤหาสน์ร้าง รีสอร์ตร้างที่เค้าสร้างไม่เสร็จ”

จุดไหนที่เริ่มเปลี่ยนตัวเองเลิกกินฟาสต์ฟู้ดแล้วกินให้ดีขึ้น?

ไม่ได้มีจุดนั้นนะ ทุก ๆ วันก็กินอยู่ เราเริ่มเข้ามาอินกับฟิตเนส และ โภชนาการ ตอน ม.ปลาย ตอนนั้นเรายังแบบว่าไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่พอที่จะศึกษาให้มันเต็มที่กว่านั้น เราแค่อ่านผ่านๆ โอเคเก็ตแล้วๆ ไม่ยากๆ น่าจะเกือบครึ่งปีแล้ว แล้วก็มีเข้าใจอะไรผิดๆ กิน Carnivore กินเนื้อสัตว์ล้วนๆ เกินครึ่งปี มันย่อยยากแล้วเราก็กินผิดเวลาด้วย กินมั่วๆ อาหารก็เลยไม่ย่อยในกระเพาะ ก็เลยมีปัญหาเรื่องกระเพาะ เลยเลิกกินช่วงนั้นอายุ 15-16″

เป้าหมายชีวิตของไบเบิ้ลอยากเห็นตัวเองไปถึงจุดไหน?

ในอีก ปีก็คงคิดว่าอยากจะทำงานเป็นนักแสดงต่อ แล้วก็อยากพัฒนาอยากที่จะมีโปรเจคที่น่าสนใจที่คนเขาจะดูแล้วสนุก แต่ถ้าแบบท็อป ๆ เลยก็อยากแต่งงาน มีครอบครัว อยากมีลูก ก่อนที่เราจะไปถึงจุดนั้นต้องเป็นคนที่จะเป็นพ่อที่ดีก่อนเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดี ตอนนี้โฟกัสเป็นคนที่ดีก่อน คนเราต้องพัฒนา”

มองตัวเองตอนอายุ 40-50 เป็นยังไงบ้าง?

อยากที่จะมีเงินพอที่จะแบบว่าปิดโลกของตัวเองเลย คือไม่ต้องฟังใคร ไม่ต้องทำอะไร อยากนั่งอยู่ที่บ้าน นั่งอยู่กับธรรมชาติ”