‘เชาเชา’ เตรียมบวชอุทิศให้ผู้เสียชีวิต บอกที่ผ่านมาให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ต้น แต่การสื่อสารอาจผิดพลาด

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 นายชวลิต ศรีมั่นคงธรรม อายุ 41 ปี หรือดีเจเชาเชา พร้อมด้วย ศักดา ทวีแก้ว ทนายความ ได้แถลงข่าวเปิดใจกรณีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถมอเตอร์ไซค์เป็นเหตุให้ นายจิรภาษ ธงอาษา อายุ 18 ปี เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหากับดีเจเชาเชา 3 ข้อหาคือ ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ใบขับขี่ขาดอายุนานกว่า 1 ปี และไม่มี พ.ร.บ.ประกันภัยภาคบังคับ โดยดีเจเชาเชาเปิดเผยว่า ในคืนวันที่ 26 เมษายน หลังจัดรายการวิทยุเสร็จตอน 23.45 น. ก็ขับรถกลับบ้านตามปกติ แต่ระหว่างเดินทางเจอกลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ก็พยายามระวัง ขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชั่วโมง แต่จู่ๆ ก็มีรถคันหนึ่งปาดมาเลนขวาโดยตนไม่ทันตั้งตัว

“มันเร็วจนทำอะไรไม่ถูก แต่สิ่งแรกที่เห็นคือน้องเขานอนเจ็บอยู่ เลยเปิดประตูลงไปดู หลังจากนั้นจึงเอารถไปจอดทางด้านซ้ายและรีบวิ่งไปหาคนเจ็บ ตอนนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว มีผมอยู่กับเขา เลยโทรหา อพปร. กู้ภัยสายไหม แจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุ”

ดีเจเชาเชาบอกอีกว่า หลังจากกู้ภัยช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็นำส่ง รพ.ภูมิพล ซึ่งตนขับรถตามและเฝ้าดูอาการจนถึง 04.00 น. คุณหมอจึงบอกให้กลับ ก่อนกลับยังไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.สายไหม

“ผมคิดว่าผมทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ถ้าคิดจะหนีคงไม่ลงไปดู ไม่ไปโรงพยาบาล ไม่ไป สน. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันมาก คุณเคยขับรถแล้วมีหินเขวี้ยงใส่ไหม คือมันปังเข้ามาเลย ถ้าใครอยู่ตรงนั้นจะเข้าใจความรู้สึกของผม เราไม่ได้ตั้งใจจะขับไปชนเขา แต่สิ่งที่ผมเห็นคือคนเจ็บ ผมต้องไปช่วยเขาก่อน ผมยังเชื่อว่าการที่เราคิดดีทำดี ช่วยเหลือคนจะเป็นสิ่งที่ดี จะทำให้เราปลอดภัย นี่แหละคือสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกวันนี้มันยังคอยหลอกหลอนอยู่” ดีเจเชาเชาเล่าทั้งน้ำตา

ส่วนที่คนมองว่าหากไม่มีคลิป ตนคงไม่ยอมรับนั้น เชาเชาบอกว่า นี่คือสิ่งที่สะเทือนใจที่สุด

“คำถามนี้ทำให้ผมคิดหนัก ว่าตกเป็นจำเลยของสังคมตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ถามว่าเขาขับรถพุ่งมา ผมรู้สึกยังไง เป็นคำถามที่คาใจมาทุกวันนี้ ผมไม่มีกล้องหน้ารถ ถ้ามีกล้องคลิปคงออกไป แล้วผมคงสบายใจกว่านี้เยอะเลย” เชาเชากล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

สำหรับข่าวที่ออกไปว่าตนคิดหนี ที่จริงเพียงแค่การไปขยับรถให้จอดทางซ้าย เพราะมีรถตามมาข้างหลัง ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

ส่วนที่มารดาของผู้เสียชีวิตอ้างว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากตน ตนได้ช่วยตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ และให้ผู้จัดการติดตามอยู่ตลอด แต่อาจเป็นเพราะการสื่อสารที่ผิดพลาด เลยทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ทั้งนี้ ตนพร้อมให้การช่วยเหลือตามมนุษยธรรมอย่างเต็มที่

“ผมคิดว่าอีกไม่กี่วันเขาจะหาย ไม่คิดว่าเขาจะเสีย พอรู้ว่าเขาเสีย ผมตกใจมาก เป็นเรื่องใหญ่โตสำหรับเรามาก”

เชาเชาเล่าต่อว่า ค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นตนมอบไปแล้วเป็นเงินสามหมื่นกว่าบาท และแจ้งมารดาผู้เสียชีวิตไปด้วยว่าจะช่วยค่าใช้จ่ายทางวัดทั้งหมดด้วย

เรื่องข่มขู่ที่มีข่าวก็ไม่ใช่ตน เพราะไม่มีความจำเป็นต้องทำขนาดนั้น

ทั้งนี้ ดีเจเชาเชายืนยันด้วยว่า วันเกิดเหตุไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ได้ขับรถโดยประมาท

ส่วนเรื่องใบขับขี่และ พ.ร.บ.ที่ขาดอายุไป 1 ปี ยอมรับว่าเป็นความสะเพร่าที่ไม่ได้ไปต่ออายุ

“อยากจะบอกครอบครัวของคุณแม่ว่า ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น อยากให้เข้าใจว่าผมไม่ได้ใจร้าย เรื่องนี้สุดวิสัยจริงๆ แล้วถ้าคุณแม่อยากให้ช่วยอะไร บอกมา แม้จะไม่ได้ตัดสินว่าใครผิดใครถูก แต่ผมเห็นใจ ผมเชื่อว่าความดีเป็นสิ่งที่ควรทำครับ” ดีเจเชาเชากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

พร้อมกับว่า หลังจากเสร็จเรื่องราวทั้งหมดจะบวชเพื่ออุทิศกุศลให้กับผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 15 วัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon