หน้าแรก บันเทิง ไมโครซีรีส์จี...

ไมโครซีรีส์จีน-ไทย “สวัสดี-พรหมลิขิตมหัศจรรย์แห่งแดนสยาม” ถ่ายทอดมิตรภาพสองแผ่นดิน

20.12.25 | 10:33 น.

ไมโครซีรีส์จีน-ไทย “สวัสดี-พรหมลิขิตมหัศจรรย์แห่งแดนสยาม” ถ่ายทอดมิตรภาพสองแผ่นดิน

เปิดตัวละครสั้นเรื่อง “สวัสดี-พรหมลิขิตมหัศจรรย์แห่งแดนสยาม” ที่ได้ผสมผสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศในรูปแบบภาพยนตร์สั้น ไปเป็นที่เรียบร้อย นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ระหว่างจีนและไทย โดยมีทีมนักแสดงทั้งชาวจีนและไทย อาทิ ข้าวหอม-ภูธณ สโรชนันท์จีน, Hou Zhongyu, Ren Tianye, Tang Wenlong, Huang Shilu  ร่วมสร้างสีสันผ่านจอ

ทั้งนี้ ซู หยู่ (su yu) รองผู้อำนวยการศูนย์การสื่อสารต่างประเทศ สถานีวิทยุและโทรทัศน์กว่างซี ได้เผยผลงานเรื่องนี้ว่า ละครสั้นเรื่อง “สวัสดี-พรหมลิขิตมหัศจรรย์แห่งแดนสยาม” เป็นซีรีส์ขนาดสั้น เพื่อถ่ายทอดมิตรภาพระหว่างจีน-ไทย ถือเป็นความพยายามสร้างสรรค์นวัตกรรมครั้งใหม่ของสถานีโทรทัศน์กวางซี

“สิ่งที่ฉันเห็นในกองถ่ายคือกระบวนการผลิตที่แตกต่างจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์แบบดั้งเดิมหลายอย่าง เช่น โครงเรื่องที่กระชับจำเป็นต้องเร่งกระบวนการผลิตให้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งทำให้นักแสดงและทีมงานมีความกดดันในการถ่ายทำสูงขึ้น เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพด้านภาพ เราไม่ได้ใช้วิธีการถ่ายทำในสตูดิโอแบบเร่งด่วน หรือการฝังฉากที่ออกแบบด้วย AI เหมือนสมัยนี้ แต่เรายืนหยัดที่จะ ถ่ายทำในสถานที่จริง ซึ่งทุกคนจะได้เห็นทิวทัศน์ที่แท้จริงของจีนและไทย สิ่งนี้ทำให้ทีมงานถ่ายทำต้องคำนวณเวลาที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานที่กับเวลาถ่ายทำจริงให้แม่นยำมากๆ ดังนั้น การถ่ายทำไมโครซีรีส์คุณภาพสูงภายในระยะเวลาอันสั้น จึงเป็นความท้าทายสำหรับเราจริง ๆ แต่แน่นอนว่าเราก็ได้ผลิตผลงานออกมาได้ตรงตามกำหนดและมีคุณภาพ”

ทั้งยังเล่าถึงการทำงานวงจรการผลิตไมโครซีรีส์ที่สั้นมาก ทำให้นักแสดงทุกคนอาจจะไม่ได้มีโอกาสในการทำความรู้จักคุ้นเคยกันมากเท่าไหร่นัก แต่กระนั้นทุกคนมีความเป็นมืออาชีพและเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ก่อนที่จะเข้าฉากถ่ายทำ

Advertisement

“ซีรีส์เรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายทำไม่ถึงสองสัปดาห์ นักแสดงหลายคนจะเข้ากองถ่ายเมื่อถึงคิวแสดงของตนเองเท่านั้น นักแสดงแต่ละคนจึงต้องใช้เวลาอันสั้นในการทำความเข้าใจบทบาทของตนเอง เข้าใจสิ่งที่ผู้กำกับต้องการ และเข้าใจวิธีการประสานงานกับนักแสดงที่เข้าคู่กัน แน่นอนว่าการผลิตไมโครซีรีส์โดยทั่วไปแล้วอาจใช้เวลาเพียงแค่วันเดียวในการถ่ายทำทั้งเรื่อง แต่พวกเราเพิ่งจะลงน้ำก็ต้องเรียนรู้ที่จะว่ายน้ำเสียก่อน จึงใช้เวลาในการถ่ายทำกว่า 10 วัน การฟังคนอื่นพูดหรือดูคนอื่นทำ ก็ไม่ดีเท่ากับการได้ลงมือทำด้วยตัวเองสักครั้ง ในอนาคต เมื่อเราถ่ายทำไมโครซีรีส์อีกครั้ง เรามั่นใจว่าจะปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานของตลาดได้มากขึ้นเรื่อยๆ”

ในเรื่องของความนิยมของละครสั้นและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ซู หยู่ เผยว่า “ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยดูไมโครซีรีส์จนจบเรื่องเลย ทำได้แค่เลือกดูเป็นช่วงๆ เท่านั้น แต่รูปแบบการรับชมแบบนี้นี่แหละ คือ ข้อได้เปรียบที่สำคัญมาก ที่ทำให้ไมโครซีรีส์แตกต่างจากละครและภาพยนตร์แบบดั้งเดิม ไมโครซีรีส์ไม่ได้เน้นความต่อเนื่องเป็นพิเศษ ใครก็ตามที่กำลังเล่นโทรศัพท์มือถือ สามารถเหลือบมองเพียงครู่เดียวก็จะพอรู้ว่าเรื่องราวกำลังพูดถึงอะไร เนื้อหานั้นจะเต็มไปด้วย จุดกระตุ้นอารมณ์ ก่อนหน้านี้เราได้ศึกษาความชอบในการรับชมซีรีส์ของชาวเน็ตไทย พบว่าพวกเขาชอบเนื้อหาที่มีจังหวะรวดเร็ว อารมณ์เข้มข้น และมีเรื่องราวที่น่าติดตาม ซึ่งคล้ายกับความชอบของคนหนุ่มสาวชาวจีน”

โดยปีที่แล้วไมโครซีรีส์ในประเทศจีนเข้าสู่ช่วง การเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหม่เอี่ยมที่เกิดขึ้นมาได้เพียงสามถึง 4 ปีเท่านั้น ในช่วงแรกไม่ได้มีการผลักดันใดๆ อย่างตั้งใจ แต่เป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญจากการที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์แบบดั้งเดิมพยายามปรับเปลี่ยนตัวเอง ในประเทศจีน ไมโครซีรีส์ได้สร้างงานกว่า 1.33 ล้านตำแหน่ง และประมาณ 80% ของผู้ที่เคยทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์แบบดั้งเดิม ได้ก้าวเข้าสู่ภาคส่วนใหม่นี้แล้ว นักแสดงและทีมงานหลายตำแหน่งล้วนเคยถ่ายทำภาพยนตร์หรือละครยาวมาก่อน ตอนนี้พวกเขาจึงต้องดูแลงานทั้งฝั่งละครแบบดั้งเดิมและซีรีส์สั้นควบคู่กันไป

“สิ่งนี้ทำให้ซีรีส์สั้นต้องเปลี่ยนจากการสร้างที่เรียบง่ายและหละหลวมในช่วงเริ่มต้น ไปสู่การต้อง พิถีพิถันและแสวงหาความเป็นเลิศ เนื่องจากรสนิยมและความต้องการของผู้รับชมออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นแรงกดดันในการประเมินผลจากตลาด ขณะเดียวกัน ภายในอุตสาหกรรมก็มีการแข่งขันกันเอง ใครก็ตามที่สามารถผลิตเนื้อหาคุณภาพสูงได้ ก็จะสามารถดึงดูดผู้รับชมและปริมาณการเข้าชมได้ ดังนั้น การที่เราเลือกใช้รูปแบบการสื่อสารที่ร้อนแรงและมีการแข่งขันสูงที่สุดในปัจจุบัน เพื่อถ่ายทอดแก่นเรื่องที่ยิ่งใหญ่อย่าง “มิตรภาพจีน-ไทย” ผ่านไมโครซีรีส์ จึงถือเป็นความพยายามที่จำเป็นของสื่อดั้งเดิมในการเข้ามามีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย”

ด้านของ หวาง ซือ ลู่ พิธีกรในงานที่ได้ร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วย ก็ได้แบ่งปันประสบการณ์และความรู้สึกส่วนตัวในการทำงานครั้งนี้ด้วยว่า “นึกย้อนไปตอนนี้ก็ยังรู้สึกสนุกสนานในกองถ่ายที่ทำให้การถ่ายทำมีสีสันค่ะ ในช่วงที่ผ่านมา ฉันได้ใช้ชีวิตร่วมกับทีมงานสร้างสรรค์ชาวจีนและชาวไทยอย่างใกล้ชิดค่ะ ถึงแม้จะมีอุปสรรคทางภาษา แต่เราก็ค่อยๆ ตรวจทานบทพูดกันทีละประโยค และในเวลาพักก็พูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกัน ความเข้าใจและความอบอุ่นนี้มีค่ามากจริงๆ ค่ะ ฉันหวังว่าทุกคนจะสามารถเห็นทิวทัศน์ของกวางสซี เห็นเสน่ห์ของประเทศไทย และเห็นมิตรภาพอันอบอุ่นระหว่างสองประเทศผ่านละครเรื่องนี้ค่ะ”

“การได้มาเป็นนักแสดงครั้งแรก ฉันได้สัมผัสถึงความรู้สึกของการทุ่มเทอย่างเต็มที่ อย่างแท้จริงค่ะ มันไม่ใช่แค่ความสวยงามหน้ากล้อง แต่เป็นความมุ่งมั่นที่จะขัดเกลาบทบาทซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อภาพเพียงช็อตเดียว เป็นความมุ่งมั่นกัดฟันสู้เพื่อฉากๆ หนึ่ง ประสบการณ์นี้ทำให้ฉันก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของการเป็นพิธีกร และเข้าใจถึงเสน่ห์ของการแสดงค่ะ ละครเรื่อง “สวัสดี-พรหมลิขิตมหัศจรรย์แห่งแดนสยาม” กำลังจะออกอากาศให้ทุกคนได้รับชมแล้วนะคะ ละครเรื่องนี้เต็มไปด้วยความจริงใจและความตั้งใจของพวกเราค่ะ สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทีมงานเบื้องหลังทุกคนเป็นพิเศษ ขอขอบคุณผู้ผลิตที่มอบโอกาสให้ฉันได้ลองก้าวข้ามบทบาทและถ่ายทอดวัฒนธรรม และขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ให้ความสนใจในละครเรื่องนี้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในฐานะพิธีกร หรือในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ ฉันหวังว่าจะไม่ทำให้ความรักความทุ่มเทนี้สูญเปล่า และจะขอร่วมเดินทางตามคำมั่นสัญญาทางวัฒนธรรมที่ข้ามขุนเขาและทะเลนี้ไปกับทุกท่านค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

ในกิจกรรมแบ่งปันประสบการณ์ ทีมงานสร้างสรรค์ละครได้แบ่งปันถึงไฮไลท์สำคัญของการผลิตละครเรื่องนี้ ตั้งแต่การถ่ายทอดสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมจีนและไทยผ่านบทละครได้อย่างแม่นยำตรงประเด็น ไปจนถึงความร่วมมือผนึกกำลังข้ามพรมแดนในด้านการคัดเลือกตัวนักแสดง การออกแบบเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ประกอบฉาก และกระบวนการอื่นๆ ทุกรายละเอียดล้วนสะท้อนถึงเจตนารมณ์การจับมือสร้างสรรค์ผลงานในลักษณะแลกเปลี่ยนสองทาง

ส่วนทีมงานชาวไทยก็ได้แบ่งปันประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ในการถ่ายทำภาพยนตร์แบบข้ามพรมแดนนี้ โดยเน้นย้ำว่าพวกเขายึดมั่นในหลักการ “เคารพในความแตกต่างและแสวงหาความประทับใจร่วม” ในกระบวนการสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเอาชนะอุปสรรคทางภาษาหรือการประสานจังหวะในการถ่ายทำ ผลงานชิ้นนี้จึงแบบตัวอย่างอันทรงคุณค่าในภาคปฏิบัติของการแสวงหารูปแบบความร่วมมือระหว่างผู้สร้างภาพยนตร์ชาวจีนและไทย นอกจากนั้น ยังมีตัวแทนจากกรมประชาสัมพันธ์และสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ รวมถึงองค์กรสื่อมวลชนต่างๆ ต่างแสดงความชื่นชมต่อการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่ละเมียดละไมของนักแสดง รวมถึงการผสมผสานฉากและสไตล์การเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์และลงตัว

เชื่อว่าละครสั้นเรื่อง “สวัสดี-พรหมลิขิตมหัศจรรย์แห่งแดนสยาม” จะใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมจีนและไทย และจุดประกายอันงดงามภายใต้เลนส์ ที่ช่วยให้การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศได้ขยายวงกว้างต่อไป