หน้าแรก บันเทิง เก่ง หฤษฎ์ ทุ...

เก่ง หฤษฎ์ ทุ่มสุดตัวกับบทบาท ไอดอลเกาหลีชื่อดังระดับโลก ในภาพยนตร์ ดีว่า..ราวี

24.12.25 | 11:39 น.

เก่ง หฤษฎ์ ทุ่มสุดตัวกับบทบาท ไอดอลเกาหลีชื่อดังระดับโลก ในภาพยนตร์ ดีว่า..ราวี

หลังสร้างกระแสความฮือฮามาแล้วจากบท จิ่งนะ ในภาพยนตร์ วิมานหนาม และบทพ่อครูภรัณ ในซีรีส์ เขมจิราต้องรอด ล่าสุด นักแสดงหนุ่มสุดฮอต เก่ง – หฤษฎ์ บัวย้อย ก็พร้อมเปิดตำนานบทใหม่สุดท้าทาย กับการรับบท อเล็กซ์ คิม ไอดอลเกาหลีชื่อดังระดับโกลบอลที่มีความสามารถครบเครื่องทั้งการร้องและการเต้น ในภาพยนตร์อภิมหาความบันเทิง ‘ดีว่า..ราวี’ จากค่าย GDH กำกับโดยผู้กำกับมากฝีมือ เติ้ล – กิตติภัค ทองอ่วม ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบทบาทที่แตกต่างจากทุกงานที่เคยเล่นมาอย่างสิ้นเชิง โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นบทที่ทั้งตื่นเต้นและท้าทายอย่างมาก

“คิดว่าตอนเล่น วิมานหนาม หรือพ่อครูใน เขมจิราต้องรอด ทำมาเกือบหมดแล้ว แต่บทนี้แปลกใหม่มาก โดยเฉพาะการเต้น ซึ่งเก่งเต้นแทบไม่ได้เลย แต่พอเป็นอเล็กซ์ คิม ต้องเต้นเก่งมากจริงๆ”

เก่งเล่าว่าจุดเริ่มต้นของบทบาทนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เก่งกำลังถ่ายทำซีรีส์ เขมจิราต้องรอด ซึ่งผู้กำกับ เติ้ล – กิตติภัค ได้ติดต่อชวนมาแคสติ้งบทไอดอลเกาหลี ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ที่แตกต่างจากบทพ่อครูหรือบทจิ่งนะที่เขาเคยได้รับ

“รู้สึกว่าถ้าเราเล่นพาร์ตนี้ คาแรกเตอร์มันค่อนข้างแตกต่างจากบทที่เรารับมาตลอด ก็เลยรู้สึกอยากชาเลนจ์ตัวเอง และที่สำคัญอยากร่วมงานกับพี่เติ้ลมาก เป็นอีกหนึ่งคนที่รู้สึกว่าทำงานด้วยน่าจะสนุกมาก”

Advertisement

สำหรับบท อเล็กซ์ คิม เก่งต้องผ่านกระบวนเตรียมตัวอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การเวิร์กช็อปบุคลิก ท่าทาง ความมั่นใจ ไปจนถึงการพูดภาษาไทยสำเนียงเกาหลี โดยในพาร์ตชีวิตประจำวัน เก่งได้แรงบันดาลใจมาจาก พี่จอง-คัลแลน ยูทูปเบอร์ชื่อดังสัญชาติเกาหลี ที่มีความเป็นกันเอง น่ารัก และเต็มไปด้วยพลังบวก

“รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่น่ารัก มีสำเนียงที่น่ารัก เขามีความเป็นไทยเยอะมาก และเป็นคนเกาหลีที่พูดไทยเก่งมาก”

สำหรับการฝึกสำเนียงเกาหลีของเก่งนั้น เจ้าตัวเผยว่า “ใช้เซ้นส์ในการทำ มีการเปิดยูทูปดูพี่จอง-คัลแลนแล้วพยายามหัดพูดตาม อย่างพี่จองคัลแลนพูดก็จะมีสำเนียงเหมือนเมโลดี้ เก่งก็จำเหมือนเมโลดี้ เหมือนเพลง”

ขณะเดียวกัน ในพาร์ตไอดอลบนเวที เก่งหยิบยืมแรงบันดาลใจจาก แจ็คสัน หวัง ศิลปินชื่อดังระดับโลก มาปรับใช้กับคาแรกเตอร์ของอเล็กซ์ คิม

“พี่แจ็คเป็นคนที่มีความมั่นใจ มีความเป็นไอดอล เวลาอยู่บนสเตจแล้วมั่นใจ กล้าทำ แล้วคาริสม่าเยอะมาก”

เก่งเล่าต่อว่าพาร์ตความเป็นไอดอลทำให้ต้องทำความคุ้นเคยกับร่างกายของตัวเองมาก เพราะต้องฝึกซ้อมอย่างหนักไม่ต่างจากช่วงที่เคยขึ้นเวที DMD LAND และมองว่าไอดอลตัวจริงต้องผ่านการเทรนมาเป็นเวลาหลายปี ดังนั้นในเวลาการซ้อมและเวิร์กช็อปที่มี เขาจึงพยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์ที่สุด

“ก็ต้องคุยกับร่างกายทั้งหมด คุยกับคุณครู ทำให้เก่งรู้ลึกเรื่องการเต้นเยอะขึ้นเลย”

ส่วนผู้กำกับ เติ้ล – กิตติภัค ก็ให้กำลังใจและเชื่อมั่นในตัวนักแสดงหนุ่ม แม้เก่งจะรู้สึกกดดันอยู่บ้าง แต่เขามองว่านี่คือความท้าทาย และรู้สึกขอบคุณที่ได้รับความไว้วางใจให้รับบทอเล็กซ์ คิม ซึ่งเป็นบทบาทที่ต้องใช้องค์ประกอบในการแสดงสูงมาก อีกทั้งการทำงานในโปรเจกต์นี้ยังเป็นการแสดงจริงแทบทุกขั้นตอน ไม่มีสแตนด์อินหรือการพึ่งพามุมกล้องช่วย

“ผมรู้สึกว่าพอเราได้รับมอบหมายมาเรารู้สึกว่าเราอยากทำให้เต็มที่ก่อน ส่วนพาร์ตที่เรารู้สึกว่าเราอยากขอความช่วยเหลือเดี๋ยวเราบอกเอง แล้วเก่งก็พยายามทำให้ดีที่สุด ก็จะมีเรื่องบอดี้ เรื่องเพลง ทุกอย่างก็พยายามจัดการให้ดีที่สุด”

“พี่เติ้ลชาเลนจ์เก่งมาก ถือว่ามันเป็นสิ่งที่โชคดี แล้วเก่งโชคดีที่เจอคนที่โยนโจทย์มาให้เรา และเรารู้สึกท้าทายกับสิ่งที่เราจะทำ”

สำหรับบทนี้เก่งยอมรับว่าแทบไม่มีส่วนที่ง่ายเลย โดยเฉพาะการเมเนจเวลา เพราะต้องถ่ายทำซีรีส์ เขมจิราต้องรอด ควบคู่ไปกับการถ่ายทำบทอเล็กซ์ คิม ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“ตอนแรกที่รับมารู้สึกว่าใจหนึ่งเราจะทำได้หรือเปล่า แต่ใจหนึ่งเราก็สู้เต็มที่ ก็แบ่งพาร์ตเลย เสาร์-อาทิตย์เราก็จะไปเวิร์กช็อป จันทร์-ศุกร์ ก็จะถ่าย เขมจิราต้องรอด”

นอกจากนี้ เก่งยังเผยว่าการทำงานร่วมกับนักแสดงมากฝีมืออย่าง แจ็คกี้ – ชาเคอลีน มึ้นช์, ปิงปอง – ธงชัย ทองกันทม, นินิว – เพชรด่านแก้ว และ นุนิว – ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ ทำให้เขาได้รับทั้งพลังบวก รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสนุกสนานในกองถ่าย

“เป็นโปรเจกต์ที่เก่งรู้สึกว่ายิ้มเยอะที่สุดแล้ว อย่างพี่ปิงปองเขาก็จะมีมุมของเขา พอแอ๊กชั่นเขาก็จะต้องแกล้งคนอื่นให้ยิ้มก่อน พยายามจะให้ทุกคนหลุดยิ้ม ส่วนเราก็จะต้องคีพคาแรกเตอร์ของเราไว้ เพราะว่าเราคือไอดอล”

“จริงๆ รู้ว่าตัวเองมีมุมตลกแต่ไม่คิดที่จะให้ทุกคนได้ดู เพราะว่าเก่งรู้สึกว่ามันเป็นมุมที่เวลาเก่งอยู่หน้ากระจกเก่งชอบหัวเราะตัวเอง เป็นมุมที่ผ่อนคลาย แต่ไม่รู้ว่าพอให้ทุกคนเห็นทุกคนจะหัวเราะหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าเป็นมุมที่อยากให้ทุกคนได้เห็น เพราะว่าน่าจะสร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนได้ดี”

แม้จะมีกระแสความคาดหวังหลังมีผลงานดังต่อเนื่อง แต่เก่งก็ไม่กดดันกับคำว่าความสำเร็จ

“เก่งเต็มที่กับทุกผลงาน เชื่อว่าถ้าผลงานดี ทุกคนก็จะซัพพอร์ต เก่งทำพาร์ตของเก่งเต็มที่ไว้หมดแล้ว เก่งเชื่อว่าทุกคนจะได้เห็นงานที่คุณภาพแน่นอน ที่เหลือก็เป็นเรื่องที่เรารู้สึกว่าเราปล่อยจอย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นมันก็เป็นสิ่งที่ดีหมดเลย”

สามารถรับชมดีว่า..ราวีได้แล้ววันนี้ในทุกโรงภาพยนตร์