หน้าแรก บันเทิง พลอย เฌอมาลย์...

พลอย เฌอมาลย์ ต่อสู้เอฟเฟกต์มะเร็ง เข้าสู่วัยทองโดยยากดฮอร์โมน พร้อมเปิดมุมมองความรัก

29.12.25 | 12:35 น.

‘พลอย เฌอมาลย์’ ต่อสู้เอฟเฟกต์มะเร็ง เข้าสู่วัยทองโดยยากดฮอร์โมน พร้อมเปิดมุมมองความรัก

หลังจากที่ฝ่าฟันมรสุมชีวิตทั้งต่อสู้กับโรคมะเร็งและเรื่องความรัก นางเอกตัวแม่ พลอย เฌอมาลย์ ก็พร้อมเป็น นิวพลอย ที่เปลี่ยนมุมมองความรักใหม่ ล่าสุดพลอยมาร่วมรายการ “โต๊ะหนูแหม่ม” ก็ได้ให้บทเรียนชีวิตและมุมมองความรัก พร้อมย้อนเล่าถึงช่วงเวลาที่ต่อสู้กับโรคมะเร็ง

ย้อนถามถึงการต่อสู้กับโรคมะเร็ง ค้นพบอาการนี้ยังไง?

“พลอยเจอระยะ2เลย กล่องจุ่มของพลอยได้ซีเคร็ท2ตัวค่ะ (หัวเราะ) เป็นแบบดรักเต้า มะเร็งเต้านม และตรงต่อมน้ำเหลือง จุดเริ่มเราเจอก้อนเนื้อ ไม่มีอาการอะไรเลย เจอก้อนเนื้อหมอก็บอกว่าต้องเฝ้าติดตาม อาจจะโตอาจจะอะไรต้องติดตามกันอยู่เรื่อยๆ ช่วงนั้นแอบเกเรกับตัวเองนิดนึงเพราะว่าไม่ได้ไปตรวจสุขภาพ เพราะคิดว่าตัวเองแข็งแรงไม่เจ็บไม่ป่วย เพราะพลอยเป็นคนออกกำลังกายเยอะ เรื่องของเรื่องคือเป็นคนไม่ชอบเจอเข็มกลัวเข็มมาก ดื้อตลอด จนผ่านไปปีครึ่ง เพื่อนก็บอกว่าไปตรวจสุขภาพได้แล้วนะ ไม่ตรวจเลยหรอ ก็เลยกัดฟันไปตรวจ พอไปตรวจก็เจอเลยค่ะ ก็เลยผ่าตัดอะไรเรียบร้อย”

วินาทีที่คุณหมอแจ้งว่าเราเป็นมะเร็ง ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไง?

Advertisement

“วินาทีนั้นพลอยไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเกิดขึ้นกับเรา มันเป็นอะไรที่ใกล้ตัวมาก คิดว่ามันใช่หรอมันเกิดขึ้นกับเราแล้วนะในเวลานี้ แล้วก็สั่นไปหมดเลย คำว่ามะเร็งเป็นคำที่ใครๆ ก็กลัว น้ำตาคลอ ยืนงงว่ามันใช่เหรอคะ แต่ตอนหลังก็ทำใจต้องสู้กับมันไป”

ใช้เวลาทำใจเพื่อสู้กับมันอยู่นานมั้ย?

“ทำใจเรื่อยๆ เลยค่ะ”

ไม่คิดจะบอกใครถึงอาการที่เป็นเลยใช่มั้ย?

“พลอยเริ่มทำใจได้ และสู้กับมันไปได้ พลอยเป็นห่วงคนรอบข้างเค้าจะเป็นห่วงเรามาก พลอยยังคิดว่าเรายังจัดการตัวเองได้อยู่ พลอยสู้เพื่อตัวเองก่อน ไม่อยากบอกใครเพราะกลัวคนอื่นจะเป็นห่วง เพราะคำว่ามะเร็งมันน่ากลัวแล้วน่าตกใจมากจริงๆ แล้วพลอยคิดว่าการที่พลอยไปหาหมอนั้น รู้เร็วเจอเร็ว คุณหมอบอกว่ามันไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้แล้ว เรารู้เร็วรักษาเร็วมันหายเร็ว”

ขั้นตอนในการรักษาสมัยนี้รักษายังไง?

“ก็มีเรื่องของการผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อร้ายออก แล้วเค้าก็เอาเข้าแล็บไปตรวจ ตอนแรกพลอยก็นึกว่าเป็นแค่ที่เต้านม จนตรวจมาเจอว่าเจอสองสายพันธุ์นะต้องผ่าตัดอีกรอบก็คือต่อมน้ำเหลือง ตอนนั้นพลอยก็ถามว่าพลอยจะลามไปสเตทไหน สเตทสามหรือเปล่า เค้าก็บอกว่าต้องลุ้นกันตอนผ่าตัดอีกที ตอนที่ฉีดสีเข้าไปแล้ว อันนั้นเครียดเลย เครียดร้องไห้ ตอนนั้นคิดไว้ว่าถ้าเราเป็นสเตทที่สาม แล้วเราจะอยู่ยังไง อวัยวะเราจะเป็นยังไง สุขภาพเราจะเป็นยังไง เรามีคำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว ก็ยอมรับว่าใจเสีย แต่ตอนผ่าตัดพลอยก็ทั้งสวดมนต์ ทั้งทำสมาธิก็คิดว่าเป็นไงเป็นกัน แต่ด้วยความที่โชคดีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าข้างพลอย มันจบที่สเตทสอง พลอยก็ดูแลรักษาตัวเองแล้วก็ฉายแสงต่อ 25ครั้ง”

ตอนนั้นเราต่อสู้กับหัวใจของตัวเองยังไง?

“คือมันเหมือนเราสู้กับความกลัวของเรา คือตอนนั้นไม่กล้าบอกใครบอกคนที่ใกล้มากๆ มีแค่คุณแม่ และคนสนิทบ้าง บอกไม่กี่คน ญาติบ้างคนยังไม่รู้เลย การสู้ของพลอยคือการทำใจและยอมรับกับมันไป พลอยรู้สึกว่าต้องทำใจและเข้าใจกับมันก่อน และการยอมรับ”

คอมพลีทอาการตอนนี้กลับมากี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?

“เพิ่งกลับไปอัพเดตตรวจ PET scan คือสแกนรอบตัวเลยว่ามีอะไรหรือเปล่า ข่าวดีคือตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว รอดๆ สุขภาพดีแต่ก็ต้องไปตรวจอีกนะคะ ทุกๆ 6เดือน และก็ยังต้องมอนิเตอร์อยู่เรื่อยๆ และพลอยก็ต้องทานยากดฮอร์โมนเอสโตรเจน ก็คือ tamoxifen เท่ากับว่า ณ ตอนนี้ พลอยเป็นผู้หญิงวัยทองโดยยา ไม่มีประจำเดือนแล้ว ต้องดูในเรื่องของฮอร์โมนตัวเอง เดี๋ยวพลอยจะไปหาหมอปรึกษาเรื่องฮอร์โมน เป็นอะไรที่เราต้องดูแล มีอาการร้อนๆ วูบๆ วาบๆ ผมหงอกขึ้นเยอะมาก ผิวเหี่ยวง่ายอะไรแบบนี้ต่างๆ นานา”

ตอนนี้เริ่มหันมาเรียนรู้ทำธุรกิจ ส่วนความรักไม่ต้องเรียนรู้แล้วเนอะ?

“พอแล้ว เรียนรู้มาเยอะแล้ว โรงเรียนนี้จบปริญญาเอกแล้ว (หัวเราะ) สอบตกไม่รู้กี่รอบแล้ว”

มุมมองความรักตอนนี้เป็นยังไง?

“มุมมองความรักพลอยก็ยังมองว่าความรัก เป็นเรื่องที่สวยงามเหมือนเดิม ตอนนี้พลอยก็ไม่ได้คิดอะไรเลย สิ่งที่โฟกัสมากที่สุดตอนนี้ก็คือกลับมารักตัวเองก่อน มีความสุขกับตัวเองให้ได้ก่อน เพราะว่าตอนนี้คิดว่าชีวิตตัวเองได้กลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแล้ว และพลอยก็เอ็นจอยกับมันอยู่ มุมมองความรักพลอยไม่เคยคิดลบกับความรักเลย มันก็เกิดขึ้นและก็ผ่านมา และก็ผ่านไป ความรักยังคงสวยงามเสมอ ความรักมันเป็นบทเรียน”

มุมมองเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ?

“เพราะพลอยเชื่อว่าบ้างทีคนที่เข้าในชีวิตเราแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นคนรัก เพื่อน หรือว่าใครก็แล้วแต่ บ้างที่เค้าเข้ามาบ้างคนก็เป็นของขวัญ แต่บ้างคนก็เข้ามาเพื่อเป็นบทเรียนในชีวิตเรา ก็ไม่เป็นไรค่ะ..เราก็ยังเดินหน้าต่อได้ วันที่เราพร้อมเราก็เดินหน้าต่อ”