หน้าแรก บันเทิง คนบันเทิง ส่ง...

คนบันเทิง ส่งท้ายปีเก่า เปิดแพลนงาน-ชีวิตรับปีใหม่

31.12.25 | 11:39 น.

คนบันเทิง ส่งท้ายปีเก่า เปิดแพลนงาน-ชีวิตรับปีใหม่

เตรียมต้อนรับปีใหม่กันอย่างมีความสุข แต่หลายคนก็ยังไม่ลืมภาพความทรงจำเรื่องราวว่ามีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตบ้าง ซึ่งเชื่อว่าทุกคนต่างผ่านทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายมานับไม่ถ้วน ขณะที่บางคนปีที่ผ่านมาก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆ ที่น่าจดจำ ทั้งนี้ มติชน ได้รวบรวมมุมมองและเรื่องราวส่งท้ายปีจากดาราและคนดัง พร้อมเปิดแพลนช่วงปีใหม่ และเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ในปีหน้า

โดยเริ่มจากนักแสดงสาวสวยมากฝีมือ โม-อมีนา พินิจ ที่เผยว่าปี 2569 แพลนทั้งหมดแทบจะเป็นเรื่องงานล้วนๆ เพราะกำลังเริ่มทำงานเบื้องหลังและงานโปรดักชั่นอย่างจริงจัง และแพลนในช่วงปีใหม่ก็เน้นทำบุญในกรุงเทพมากกว่า ถามว่าอยากเที่ยวพักผ่อนไหมก็อยากเหมือนกัน แต่คงเป็นช่วงปลายปี เพราะต้องดูแลเรื่องสุขภาพด้วย

“โมเป็นคนที่มีความสุขกับการเที่ยวในประเทศไทย รู้สึกว่ายังเที่ยวไม่ทั่ว และมองว่าเมืองไทยมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาก ไปต่างประเทศก็ไปได้ แต่ถ้าเลือกได้ก็ยังอินกับการเที่ยวไทยมากกว่าค่ะ”
และยังขอโฟกัสไปที่งานเบื้องหลังเป็นหลัก ตอนนี้กำลังต่อยอดซีรีส์ที่เคยทำไว้ มีซีรีส์ยูริที่เตรียมออนแอร์และยังอยู่ระหว่างพูดคุยโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ที่มีแพลนจะรับหน้าที่เป็นผู้จัดเองด้วย”ปี 2569 ก็คืองานล้วนๆ เลย นอกจากเรื่องงาน โมยังต้องดูแลคุณพ่อที่ป่วย และดูแลสุขภาพตัวเอง หลังจากเพิ่งผ่านการผ่าตัดมา และปีหน้าก็จะอายุครบ 40 ปีพอดี จึงอยากจะเน้นการทำบุญเป็นหลัก”

ถ้าให้เมื่อมองย้อนกลับไปในปีที่ผ่านมา โมรู้สึกว่ามีเรื่องใหม่ๆ ในวงการบันเทิงเกิดขึ้นเยอะมาก ต้องเรียนรู้และปรับตัวค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะการก้าวมาเป็นผู้จัด ที่ต้องตามทุกเทรนด์ให้ทัน ทั้งในแง่ของคอนเทนต์และสื่อออนไลน์ ซึ่งเติบโตเร็วมากจนรู้สึกตกใจ “อยากให้ปี 2569 เป็นปีที่ดีของวงการบันเทิงไทย”

Advertisement

ด้านนักแสดงสุดฮอตอย่าง เติ้ล-มติมันท์ ศรีบุญเรือง ได้เผยว่า ในปี 2568 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ดี เพราะได้มีโอกาสเล่นซีรีส์ ‘เขมจิราต้องรอด’ และได้รับกระแสตอบรับดี เหมือนเป็นก้าวหนึ่งของการเติบโต มีคนรู้จักเรามากขึ้น และมีผลงานออกมาให้ทุกคนได้เห็นบ่อยขึ้น

สำหรับเป้าหมายหลักในปีหน้าคือ อยากมีคอนเสิร์ตร่วมกับ เฟิร์สวัน-วรรณกร เรืองรัตน์ และถ้ามีโอกาสก็อยากไปแฟชั่นวีคที่ต่างประเทศด้วย

ขณะที่ เฟิร์สวัน ก็ได้เผยว่า ซีรีส์ ‘เขมจิราต้องรอด’ เป็นสิ่งที่ประทับใจที่สุดในปี 2568 เพราะตนก็ตั้งใจทำผลงานนี้มากๆ พอได้รับผลตอบรับที่ดีจากทุกคนก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจกับทุกคนและตัวเองมากๆ

สำหรับเป้าหมายในปี 2569 ก็ตั้งเป้าไว้ว่า อยากจะมีคอนเสิร์ต อยากออกเพลงให้เยอะขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซิงเกิ้ลหรืออัลบั้ม และก็อยากมีโอกาสทำเพลงร่วมกับพี่ๆ ในวงการด้วย

มากันที่ นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ ได้เผยว่า “ปีใหม่นี้ถ้าเป็นช่วงเคาต์ดาวน์ก็คงได้เคาต์ดาวน์กับแฟนๆ เพราะมีงานเคาต์ดาวน์ด้วยกันอยู่แล้ว”

สำหรับเป้าหมายในปี 2569 มีหลายอย่างที่อยากทำขึ้นอยู่กับโอกาสที่เข้ามา แต่สิ่งที่ตั้งใจมากที่สุดคืออยากทำอัลบั้มของตัวเองให้สำเร็จลุล่วง ปี 2569 จะมีอัลบั้มแน่นอน มีเพลงใหม่ๆ และอาจจะมีลุคใหม่ให้ทุกคนได้เห็นด้วย รวมถึงอยากจัดคอนเสิร์ตอีกครั้ง จะเป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวหรือคู่ก็ค่อยไปลุ้นกัน

แต่ถ้าหากย้อนกลับไปในปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเป็นปีที่ได้ทำอะไรหลากหลายมาก ทั้งงานเพลง งานแสดง และคอนเสิร์ต ตั้งแต่ซีรีส์ ‘ข้ามฟ้าเคียงเธอ’ ซึ่งเป็นโปรเจกต์ใหญ่ของตัวเอง ต่อด้วยภาพยนตร์ ‘ดีว่า..ราวี’ รวมถึงการเดบิวต์ในหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี และยังมีคอนเสิร์ตคู่กับซี-นุนิวอีกหลายงาน ถือว่าเป็นปีที่เติบโตขึ้นเยอะเลย

ด้านศิลปินหนุ่ม แจ๊คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย ได้เผยว่า สำหรับปี 2568 มีเรื่องราวที่หลายอย่างมาก อย่างแรกคือคอนเสิร์ตครั้งแรกในชีวิต เป็นการจัดคอนเสิร์ตด้วยตัวเองครั้งแรก ลงทุนด้วยตัวเองครั้งแรก และเป็นโชว์เดี่ยวครั้งแรกด้วยเหมือนกัน

“ถือเป็นการเซอร์ไพรส์ช่วงชีวิตของตัวเองเหมือนกัน เพราะจริงๆ แล้วเพิ่งเปิดบริษัทได้ไม่นาน การตัดสินใจลงทุนอะไรใหญ่ๆ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เลยรู้สึกว่านี่คือหนึ่งในสิ่งที่เซอร์ไพรส์มากที่สุดของปี อีกอย่างคือการปล่อยเพลงในปีนี้ ก็แพลนมาให้แต่ละเพลงมันถูกทำงานในแบบของมันเอง”

ซึ่งปี 2568 ถือว่าเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น โตขึ้น ความคิดก็เปลี่ยนไปบ้าง มองโลกกว้างขึ้น รอบคอบมากขึ้น และที่สำคัญคือรักตัวเองมากขึ้น

ส่วนเป้าหมายในปี 2569 อยากทำผลงานเพลงออกมาให้ครบเป็นอัลบั้มที่สมบูรณ์แบบ และอยากทำโปรเจ็กต์พิเศษที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็คิดว่าน่าจะเป็นปีที่เหนื่อยมาก และได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมากกว่าปีก่อน
“แต่ผมเชื่อว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น”

นักแสดงหนุ่มฮอต เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ได้เผยว่า ช่วงปีใหม่นี้ตนยังต้องทำงานอยู่ แต่หลังจากนั้นอาจจะมีโอกาสไปต่างจังหวัดบ้าง ไปตีกอล์ฟเบาๆ ส่วนแพลนเที่ยวก็อาจจะยัง แต่อาจจะชวนครอบครัวมาร่วมงานปีใหม่ด้วยกัน

“ถ้าพูดถึงปีที่ผ่านมา ผมว่าทุกปีมันก็มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป ปี 2568 เป็นปีที่ค่อนข้างหลากหลาย วาไรตี้ดี ถึงจะมีทั้งช่วงที่เหนื่อย ผิดหวัง สมหวัง หรือมีความสุข แต่ผมก็สนุกกับมันและมองว่าทุกอย่างเป็นประสบการณ์ ซึ่งปีนี้ให้ประสบการณ์ผมเยอะมาก โดยเฉพาะในเรื่องงาน ก็หวังว่าปี 2569 จะเป็นอีกปีที่สนุกเหมือนกัน”

“ในปี 2569 มีหลายงานที่รับไว้แล้ว ก็อยากทำให้เต็มที่ อยากทำออกมาให้ดีกว่าเดิม และพยายามทำให้มันแตกต่างมากขึ้น แค่นั้นก็ถือว่าน่าพอใจสำหรับผมแล้ว ส่วนโอกาสอื่นๆ ที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นอะไร ก็อยากจะทำมันให้ดีที่สุดและให้มันอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุด”

ก็อยากบอกตัวเองในปี 2569 ว่าให้ดูแลตัวเองให้มากขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ และตั้งใจกับงานให้เต็มที่ พยายามกับทุกงานให้มากที่สุด

ในส่วนนักแสดงสาว เบสท์-รักษ์วนีย์ คำสิงห์ ก็ได้เผยว่า สำหรับปี 2568 เป็นปีที่ได้ทำอะไรใหม่ๆ เยอะมาก และเป็นปีที่มีความสุขอีกปีหนึ่ง

“ถ้าถามว่าปี 2568 เติบโตขึ้นแค่ไหน เรารู้สึกว่าไม่สนใจคนได้มากขึ้น ดราม่าไหนไม่จำเป็นก็เลือกไม่สนใจ เรื่องไหนควรสนใจก็สนแค่พอดี รู้จักแยกแยะเป็นมากขึ้น ออนไลน์คือออนไลน์ สื่อคือสื่อ ซึ่งชีวิตจริงก็คือนอนดูซีรีส์อยู่บ้าน”

หากถามถึงเป้าหมายในปี 2569 เบสท์บอกว่า จริงๆ ไม่ได้ตั้งเป้าอะไรชัดเจน แค่อยากให้ออนไลน์ของเรายังมีคนติดตาม มีงานไลฟ์บ้าง ให้งานและเงินเข้ามาเรื่อยๆ ดีกว่า แต่ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อสำหรับปีนี้ก็อยากขอให้รวย ขอให้มีเงินเข้าเยอะๆ

“และสิ่งที่อยากจะบอกตัวเองในปี 2569 ก็คือ ดูแลตัวเองให้สวยต่อไปนะเบสท์ ถ้าสวยก็จบ ถ้าสวยปุ๊บคนก็จะไม่ด่า ชาวเน็ตก็จะไม่บูลลี่ เราก็จะมีความสุข ดูแลตัวเองต่อไปให้ดีที่สุด ในส่วนเรื่องหัวใจ ก็ยังไม่รีบ อายุแค่ 25 เอง ขอใช้ชีวิตหาเงิน เก็บเงินให้เยอะๆ ก่อน”

ด้านพระเอกหนุ่มดาวรุ่ง เอม-สรรเพชญ์ คุณากร เผยว่า ถ้าให้รีแคปปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเป็นปีที่เติบโตขึ้นเยอะมาก เป็นปีแรกที่ได้เข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนที่มอบโอกาสให้ได้ชิมหลายรสชาติ แม้จะมีบางสิ่งที่ยังต้องปรับปรุงพัฒนาต่อไป แต่ก็เป็นปีที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองเยอะมากจริงๆ แถมยังเป็นปีเบญจเพสพอดี ตอนแรกไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่พอผ่านมาทั้งปีแล้วก็เริ่มเชื่อว่ามันมีจริง

“ปีที่ผ่านมาก็คิดว่าตัวเองโตขึ้นเยอะ ทั้งเรื่องการรับมือกับสื่อ การพูดคุย จากคนที่เคยขี้อายมากเวลาอยู่หน้ากล้อง ตอนนี้เริ่มปรับตัวและใช้ชีวิตกับมันได้ดีขึ้น มีหลายอย่างที่ยังอยากพัฒนา โดยเฉพาะการเปิดรับผู้คน เพราะโดยพื้นฐานเป็นคนขี้อาย ชอบอยู่คนเดียว ก็อยากจะเปิดตัวเองให้มากขึ้น”

เป้าหมายในปี 2569 ตั้งใจว่าจะทำเยอะขึ้น คิดน้อยลง และอีกเรื่องที่โฟกัสคือเรื่องหุ่นที่อยากเพิ่มวินัยในการออกกำลังกายให้มากขึ้น

ถ้าจะบอกอะไรกับตัวเองสำหรับการใช้ชีวิตในปีหน้า ก็คงเป็นประโยคเดิมที่ย้ำกับตัวเองเสมอ คือ “คิดน้อยลง ทำให้เยอะขึ้น” แค่นี้ก็พอแล้วครับ

และอีกหนึ่งคนที่ถือว่าปี 2568 ที่ผ่านมาเป็นปีทองของเธอ นั่นคือ กชเบล-ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 และรองอันดับ 1 มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ซึ่งเจ้าตัวได้เผยว่า เคยคิดว่าปีก่อนหน้าคือที่สุดแล้ว แต่พอถึงปี 2568 กลับกลายเป็น The Best of the Year จริงๆ

“หนูไม่รู้ว่าปีหนึ่งของคนอื่นใช้ชีวิตกันคุ้มแค่ไหน แต่สำหรับหนู ปี 2568 คือโคตรคุ้ม โคตรที่สุดจริงๆ เป็นปีที่เรียกได้ว่า 3 มงฯ ของจริง ตั้งแต่มงฯภูเก็ต ต่อด้วยมงฯแกรนด์ไทยแลนด์ ไปจนถึงตำแหน่งรองอันดับ 1 แกรนด์อินเตอร์ และยังมีโอกาสได้เล่นภาพยนตร์อีกด้วย ตอนนี้เหลือเพียงอีกหนึ่งบันไดที่หนูรู้สึกว่าน่าจะเป็นที่สุดของที่สุดในปีนี้ นั่นคือภาพยนตร์เรื่อง ‘ข้างบ้าน’ ทำรายได้ 100 ล้านบาท”

ถ้าถามว่าปี 2568 เป็นที่สุดของชีวิตไหม กชเบลเผยว่า ตลอด 29 ปีที่ผ่านมา ตนคิดว่านี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว ตั้งแต่วันที่หยอดกระปุกออมสิน ตั้งใจสะสมผลงานและพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ

“เหมือนผลประกอบการที่เราลงทุนกับตัวเองทั้งหมดในชีวิตมันมาเห็นผลที่สุดก็คือตอนนี้”
ในปี 2569 กชเบล ก็ว่าพร้อมก้าวต่อไป และวางแพลนไว้ว่าอยากออกทัวร์ต่างประเทศ และขยายฐานแฟนคลับให้กว้างขึ้นในระดับอินเตอร์ “ปีก่อนถือว่าโกลด์แล้ว ปี 2569 ขอเป็นแพลตตินัม”

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ดีสำหรับหลายคนและพร้อมต้อนรับปีใหม่ด้วยความสุขกันแบบเต็มที่