ช่างตัดผมที่มีมง ‘ฝ้าย พีรญา’ ทุ่มเงิน 7 หลัก ลุยเปิดธุรกิจร้านทำผม เผยบินไปเรียนไกลถึงอังกฤษ
เรียกว่าขยับบทบาทสู่เส้นทางธุรกิจอย่างจริงจัง สำหรับ ฝ้าย พีรญา มะลิซ้อน ที่ล่าสุดเจ้าตัวลงทุนถึง 7 หลักเปิดธุรกิจร้านทำผม KHANTHONG STUDIO ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง อีกทั้งเจ้าตัวยังได้ลงทุนไปเรียนตัดผมทั้งในประเทศไทยและประเทศอังกฤษ เมื่อสาวฝ้ายได้เปิดให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมร้าน จากนั้นเจ้าตัวก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดธุรกิจในครั้งนี้
“KHANTHONG STUDIO ชื่อร้านมาจากนามสกุลของคุณย่า ซึ่งเป็นบุคคลอันเป็นที่รักมาก ๆ ของฝ้าย และตอนนี้คุณย่าก็ได้ไปเป็นนางฟ้าแล้ว ฝ้ายเชื่อว่าตอนนี้ย่าน่าจะกำลังนั่งยิ้มและภูมิใจที่ได้เห็นความสำเร็จของหลานสาวคนนี้
ธุรกิจร้านทำผมนี้จริงๆ แล้วเป็นธุรกิจที่ก่อนหน้านี้ฝ้ายเคยเปิดมาก่อน แต่ครั้งนี้เป็นการกลับมาทำด้วยตัวเอง 100% อย่างเต็มรูปแบบ
ฝ้ายมีการไปเรียนด้านการทำผมทั้งในประเทศไทยและประเทศอังกฤษ รวมถึงในช่วงนั้นยังมีงานถ่ายซีรีส์ไปพร้อมๆ กัน มีการทักท้วงกับตัวเองอยู่บ้าง แต่เมื่อทุกอย่างลงตัว จึงตัดสินใจเปิดร้านจริง ๆ ตอนนั้นก็คิดเหมือนกันว่าจะทำได้ไหม แต่วันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ

ฝ้ายไม่ได้เป็นแค่นักธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นช่างตัดผมด้วยตัวเอง ?
“ฝ้ายเป็นช่างตัดผมที่สามารถแสดงได้นิดหน่อย (หัวเราะ)”
และถือเป็นช่างตัดผมระดับท็อปของประเทศ?
“ช่างตัดผมมีมง”
ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ค่อยมีช่างผมที่เป็นคนดังและเปิดร้านตัดผมของตัวเองพร้อมลงมือตัดเองด้วย?
“ฝ้ายเองก็ชอบงานนี้มาก เพราะเป็นคนรักศิลปะ และรู้สึกว่าการตัดผมเป็นเหมือนการเปลี่ยนพู่กันมาเป็นกรรไกร เพื่อสร้างงานศิลปะบนเส้นผม
เหตุผลที่เลือกไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ เพราะเป็นสถาบันที่สอนในระดับโลก ทำให้รู้สึกอยากไปเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ อยากเห็นความเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล ความเป็นมืออาชีพ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อนำมาปรับใช้กับร้านของตัวเอง ซึ่งถามว่าคุ้มค่าหรือไม่ ต้องบอกว่าคุ้มค่ามาก ได้ประสบการณ์อย่างมหาศาล แม้จะเป็นคอร์สแอดวานซ์ระยะสั้น ไม่ได้เรียนนาน แต่ก็รู้สึกภูมิใจมากที่วันนี้ได้มาเปิดร้านเป็นของตัวเอง”

ในเรื่องของเงินลงทุน เพราะร้านตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง ?
“7หลัก”
เรื่องการจองคิว?
“หากใครอยากมาอุดหนุนร้าน สามารถเริ่มต้นจองคิวกับช่างภายในร้านได้เลย แต่สำหรับการจองคิวกับฝ้ายเองในฐานะอาร์ตติสดีไซน์ ทางเพจจะแจ้งรายละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากตอนนี้ฝ้ายยังมีงานถ่ายซีรีส์ควบคู่ไปด้วย ต้องมีการแบ่งเวลาให้ชัดเจน ฝ้ายพยายามเข้าร้านให้ได้ตลอด เช่น หากวันจันทร์ถึงพุธถ่ายซีรีส์ วันพฤหัส ศุกร์ และเสาร์ ก็จะเข้าร้าน แต่ส่วนใหญ่จะรับลูกค้าที่บุ๊กเข้ามา”
สาเหตุที่ตัดสินใจทำธุรกิจนี้คนเดียว?
“เพราะไม่อยากวุ่นวาย และไม่อยากมีปัญหากับใคร การตัดสินใจทุกอย่างจะได้ง่ายและชัดเจนขึ้น“
เรียกว่า “ซ้อฝ้าย” ได้ยัง?
”ยังเเป็นวัยรุ่นสร้างตัวเล็กๆ อยู่ อย่าเพิ่งเรียกซ้อ“
ความคาดหวังกับร้านนี้ขนาดไหน ลงทุนเยอะแยะไปเรียนมาไกลด้วย ?
“ก็คาดหวัง แต่สิ่งที่คาดหวังมากที่สุดคือการที่ลูกค้าเข้ามาแล้วประทับใจ มีความสุขกับการทำผม และกลับมาใช้บริการซ้ำ นั่นคือความสุขของช่างและเป็นแรงผลักดันให้ฝ้ายพัฒนาตัวเอง บุคลากร และมาตรฐานของร้านต่อไป“
ในเรื่องราคา?
“ทางเพจจะแจ้งรายละเอียดราคาตัดกับฝ้ายอีกครั้ง โดยจะแบ่งเป็นระดับอาร์ตติสและราคามาตรฐานทั่วไป แม้ร้านจะตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ราคายังคงเป็นมาตรฐานที่จับต้องได้ เช่น ทรีตเมนต์เริ่มต้นที่ 1,500 บาท ใช้ผลิตภัณฑ์นำเข้าและออร์แกนิกทั้งหมด เพื่อรองรับลูกค้าที่มีหนังศีรษะเซ้นส์ซิทีฟ
ลูกค้าสามารถเข้ามาปรึกษาก่อนได้ หากต้องการสีผมที่จัดมากๆ ก็ต้องเข้าใจเรื่องความแห้งเสีย เพราะแม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ก็ยังมีส่วนผสมของเคมีเล็กน้อย1-2% ซึ่งทางร้านจะแจ้งให้ลูกค้าทราบอย่างตรงไปตรงมา ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนำเข้าจากญี่ปุ่นและอิตาลี และแชมพูที่ใช้กับลูกค้าในร้านเป็นเกรดเดียวกับที่นำมาจำหน่ายหน้าร้านไม่มีการแยกเกรด“
ภูมิใจแค่ไหน ในอาชีพช่างตัดผม?
“ภูมิใจ อยากมอบบริการที่ดีที่สุดทั้งกับลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมรักษามาตรฐานร้านและคุณภาพการบริการให้ดีที่สุด
แม้อาชีพช่างตัดผมจะสามารถเป็นอาชีพหลักได้ แต่ฝ้ายยังมีงานอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ทั้งงานแสดงซีรีส์ และแบรนด์เสื้อผ้าที่กำลังจะออกคอลเลกชันใหม่ในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน“

กลายเป็นนักธุรกิจ?
“เป็นวัยรุ่นสร้างตัว ฝ้ายเชื่อว่าคนเราสามารถรักและทำหลายอาชีพไปพร้อมกันได้ ก็ไม่เร่งรีบอะไรเน้นทำเท่าที่มีศักยภาพ ฝ้ายไม่ได้รู้สึกเครียดกับการจัดสรรเวลา เพราะโชคดีที่มีบุคลากรในทุกด้านที่เป็นมืออาชีพ สามารถวางใจและมอบหมายงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งร้านทำผมหรือฝั่งงานแสดง ทำให้ฝ้ายไม่รู้สึกกดดัน และมีความเชื่อมั่นในทีมงานที่ดูแลอยู่ทั้งหมด”


