หน้าแรก บันเทิง 9 เทรนนี่ SHI...

9 เทรนนี่ SHINEBOYS เปิดใจ เส้นทางความฝันและแพชชั่นสู่การเป็นศิลปิน

14.01.26 | 10:39 น.

9 เทรนนี่ SHINEBOYS เปิดใจ เส้นทางความฝันและแพชชั่นสู่การเป็นศิลปิน


เต็มไปด้วยความฝัน ความมุ่งมั่น และแพชชั่นที่ชัดเจนของการอยากก้าวสู่การเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว สำหรับเหล่าเทรนนี่จากรายการ SHINEBOYS รายการเรียลลิตี้เฟ้นหาบอยกรุ๊ปที่เปิดโอกาสให้เด็กฝึกมากความสามารถได้พิสูจน์ตัวเอง ผ่านการใช้ชีวิตร่วมกัน การฝึกฝนอย่างเข้มข้น และการเผชิญหน้ากับมิชชั่นสุดท้าทาย ภายใต้คำแนะนำจากศิลปินและเมนเทอร์ระดับแนวหน้าของวงการ T-Pop

หลังจากเปิดตัวและเริ่มการแข่งขัน เส้นทางความฝันของผู้เข้าแข่งขันก็เริ่มชัดเจนขึ้น พร้อมกับการเติบโตของฐานแฟนคลับทั้งชาวไทยและอินเตอร์ ที่คอยติดตาม ให้กำลังใจ และร่วมโหวตสนับสนุนหนุ่มๆ ในทุกสเตจ เพื่อผลักดันให้พวกเขาก้าวเข้าใกล้เป้าหมายการเดบิวต์มากขึ้น

ล่าสุด เหล่าเทรนนี่จาก SHINEBOYS ได้แก่ แทค (TACTOD), เปา (PAO), ข้าวโอ๊ต (KAOOAT), ปังปอนด์ (PANGPOND), บอส (BOSS), ชีโตส (C-TOS), เปปเปอร์ (PEPPER), เคน (KEN) และดีดี (DD) ได้เปิดใจพูดคุยกับ มติชนออนไลน์ ถึงประสบการณ์ตลอดเส้นทางในรายการ รวมถึงแพชชั่นและภาพฝันของตัวเองบนเส้นทางการเป็นศิลปินในอนาคต

Advertisement

การที่ได้มาร่วมรายการนี้มันเปิดประสบการณ์ให้กับเรายังไงบ้าง

บอส: ผมคิดว่าประสบการณ์ที่ได้ ก็คือประสบการณ์ที่เราได้ขึ้นเวทีสำหรับตัวผมนะ ก็คือตอนนี้เรากำลังเป็นเด็กฝึกกันอยู่ ซึ่งประสบการณ์นี้ ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ว่าใครที่แบบจะเป็นกันก็ได้ ตอนนี้เรากำลังเป็นเด็กฝึกที่กำลังเทรนเพื่อที่จะไปเป็นศิลปินใช่ไหมครับ ซึ่งผมรู้สึกว่าประสบการณ์ที่เราได้มา ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องการเพอร์ฟอร์ม การร้อง เต้น การแสดง อย่างนี้ผมรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนจำเป็นต้องมีในการที่จะเป็นศิลปินไอดอลครับ ผมเลยรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากๆ ในการเป็นเทรนนี่ ณ ตอนนี้ครับ

ปังปอนด์: ก็อย่างของผมสิ่งที่ได้คือเรื่องประสบการณ์การใช้ชีวิตที่มากขึ้น แล้วก็เรื่องการจัดการเวลาของตัวเองที่มากขึ้น แล้วอย่างปกติคือด้วยความที่ถ้าเราใช้ชีวิตปกติ เราแทบไม่ได้มาอยู่รวมกลุ่มกันกับหลายๆ คนเลยเพราะอย่างรายการ SHINEBOYS ที่เรากำลังทำอยู่เราแยกกันเป็นบ้านเพื่ออยู่ด้วยกันกับเพื่อนทุกคน  เหมือนถ้าเราไม่ได้เข้ารายการเราก็แทบไม่มีโอกาสที่เราจะได้รู้จักคนมากขึ้นแบบ อยู่ๆ วันหนึ่งเราจะรู้จักกับ 38 คน ภายในระยะเวลาแป๊บเดียว แล้วก็ได้ทำในสิ่งใหม่ๆ ที่มันมากกว่าปกติที่เราจะสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน ก็เลยคิดว่าประสบการณ์ชีวิตในรอบนี้ในการเข้ามาแข่งขันรายการ ผมคิดว่าเยอะมากๆ ในทุกๆ ส่วน แล้วก็เหมือนประสบการณ์ที่จะพัฒนาตัวเองก็เยอะมากเหมือนกัน เพราะว่ารายการมีเทรนเนอร์ มีคุณครู มีผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คนที่ให้ความรู้แล้วก็สอนพวกเราก็เยอะมากๆ ที่จะสามารถเอาไปพัฒนาต่อได้ครับผม

เรามีความสนิทสนมกันมากแค่ไหนแล้วตอนนี้?

ทุกคน: มากถึงมากที่สุด มากๆ เลยครับ (หัวเราะ)

แต่ละคนเริ่มมีแฟนคลับทั้งไทยและอินเตอร์แล้ว มันฟูลฟิลใจเราแค่ไหน?

ข้าวโอ๊ต: สำหรับผมเขาเป็นกำลังใจที่ดีมากๆ บางทีแฟนคลับต่างประเทศบอกว่ามันโหวตไม่ได้ เขาก็พยายามหาวิธีจนโหวตให้เราได้ เวลาเราไลฟ์แล้วมีคอมเมนต์เชียร์ มันทำให้เราหายเหนื่อยและภูมิใจมากที่มีแฟนคลับที่รักเราในแบบที่เราเป็นจริงๆ

เปปเปอร์: เราโตมากับ K-Pop เห็นแฟนคลับตัดคลิปศิลปินที่เขาชอบลงโซเชียล พอวันหนึ่งกลายเป็นคลิปเรา มันค่อนข้างมีความหมายกับเรามาก ไม่ว่าจะตัดแบบตลกหรือแบบเท่ แต่ส่วนใหญ่ของเปอร์จะเป็นมีมตลกๆ มากกว่า แต่มันมีความหมายกับเปอร์มาก ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับไทยหรือต่างชาติ

เคน: ผมเพิ่งเข้าใจคำว่า ศิลปินรักแฟนคลับ เมื่อก่อนผมไม่เข้าใจว่าความรู้สึกที่แฟนคลับรักศิลปิน หรือศิลปินรักแฟนคลับมันเป็นยังไง แต่ผมเพิ่งเข้าใจตอนที่เข้ามาในรายการ SHINEBOYS เพราก่อนหน้านี้ผมไม่ได้มีฐานแฟนคลับเลย ผมเพิ่งมารู้สึกว่าคนๆ นึงทั้งมาตามดูเราไลฟ์ ไปหาตามงาน หรือตัดคลิปให้ แต่สุดท้ายก็เกิดขึ้นกับผมจริงๆ มันเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ผมอยากพัฒนาตัวเอง อยากทำให้เขาภูมิใจ เหมือนที่เราอยากทำให้พ่อแม่ภูมิใจครับ

วิธีฮีลใจในวันที่เหนื่อยหรือท้อ?

แทค : วิธีการฮีลใจของผมคือ ปกติเวลาผมเศร้าหรือคิดอะไรมากๆ ผมชอบอยู่คนเดียวครับแล้วก็เปิดฟังเพลง แล้วก็ชอบมองแม่น้ำมากๆ รู้สึกว่าการมองแม่น้ำเหมือนเป็นการพาเรื่องเครียดๆ อะไรสักอย่าง เหมือนไหลออกไป รู้สึกว่าถึงมันจะดูเหงา ดูอินโทรเวิร์ตไปหน่อย แต่ก็รู้สึกว่ามีความสุขมากๆ กับการได้ทำอะไรแค่เล็กน้อยแค่นี้

ข้าวโอ๊ต: วิธีการฮีลใจของข้าวโอ๊ต ก็คือการดูคลิปตลกตามโซเชียลต่างๆ มันรู้สึกว่ามันทำให้เราเบาสมองแล้วก็เบาใจลงมาบ้าง แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่ช่วยฮีลใจข้าวโอ๊ตได้ก็คือ การได้เอาเรื่องที่เครียดๆ ไปปรึกษากับทุกคน กับคนที่เรารักและไว้ใจ มันจะทำให้รู้สึกว่าเราได้ระบายอะไรออกมาบ้างจะได้ไม่กดดัน

อย่างตอนนี้แพชชั่นของพวกเรามันเป็นยังไงบ้าง มันแข็งแกร่งแค่ไหน?

เปปเปอร์: แพชชั่นของเปอร์ตอนนี้คือ เปอร์ค่อนข้างผ่านอะไรมาเยอะ แล้วก็รู้สึกว่าเคยผ่านหลายบริษัทที่เคยอยู่ด้วย หรืออะไรอย่างนี้ เคยเจอผิดหวังมาเยอะมาก แต่หนึ่งอย่างที่เปอร์รู้สึกเลยคือถึงเปอร์จะไม่อยากทำ แต่เปอร์เป็นพวกเสียหน้าไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องทำแบบให้มันเต็มที่อะไรอย่างนี้ แล้วจุดมุ่งหมายของเปอร์ในรายการนี้ก็คือ ทุกคนก็น่าจะเหมือนกันก็คืออยากจะเดบิวต์แต่แค่ว่าเดบิวต์ในตำแหน่งไหน ซึ่งพอมาอยู่จริงๆ เปอร์รู้สึกว่ามีแพชชั่นมาก เพราะเราได้อยู่กับเพื่อนๆ แล้วเพื่อนๆ ช่วยกันส่งมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราอยากไปจุดนั้น และหวังไว้ว่าอยากอยู่กับเพื่อนตอนเดบิวต์ มันเลยทำให้เปอรมีแพชชั่นมากขึ้น ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนแต่แพชชั่นก็ไม่เคยลดน้อยลงไปเลย

ชีโตส: สำหรับผมรู้สึกว่าแพชชั่นของผม คือ ผมเป็นคนที่ชอบการแข่งขันมาก แต่หมายถึงการแข่งกับตัวเองมากกว่า ผมรู้สึกว่าแพชชั่นของผมคือการก้าวข้ามตัวเองคนเมื่อวาน ผมอยากจะเป็นคนที่เก่งขึ้นกว่าเมื่อวานสัก 1% ก็ยังดี ผมรู้สึกว่ามันเป็นแพชชั่นที่ทำให้ผมอยากทำต่อ อยากพัฒนาตัวเองให้ถึงจุดสูงสุด อันไหนที่เมื่อวานผมทำไม่ได้ วันนี้ผมก็ขอแค่ให้ทำได้ดีมากขึ้นกว่าเมื่อวาน ผมรู้สึกว่าอันนี้เป็นแพชชั่นที่ผมตั้งไว้กับตัวเองเสมอ คือการแข่งกับตัวเอง

เปา: คือส่วนตัวเปาแล้ว เปาคิดว่าเปาเป็นคนไม่มีแพชชั่น แต่ว่าเปาจะมองแพชชั่นเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตครับ ซึ่งคิดว่าแพชชั่นมันเกิดจากชีวิตจริงของเรา มันเกิดจากช่วงระยะเวลาที่เราจดจ่ออยู่หรือเรากำลังจะเจอมัน รู้สึกว่ามันสร้างความท้าทาย มันสร้างสิ่งใหม่ๆ มันเลยทำให้เราเกิดแพชชั่นในตอนนั้นได้เลย ซึ่งคิดว่าไม่ควรที่จะไปห่วงหรือกังวลกับอนาคตว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น หรือว่าไฟในตัวเรามันจะหมดตอนไหน ผมไม่ได้คิดเรื่องว่าเราจะเหนื่อยนะในอนาคต เราจะไม่มีกำลังใจ เราจะไม่มีแรง หรือเราจะไม่มีไฟนะต่อไป แต่คิดว่าตัวเราคือไฟครับ ซึ่งผมพยายามคิดอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นไม้ขีดครับ แล้วก็จะเดินหน้าต่อไปครับ

ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการเดบิวต์ แต่ละคนมองภาพตัวเองเป็นศิลปินแบบไหนกันบ้าง?

ชีโตส: ในส่วนของโตส โตสมองตัวเองคืออยากเป็นศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น เพราะอย่างโตสที่อยากเป็นศิลปินส่วนหนึ่งก็มาจากการที่โตสชื่นชอบศิลปิน อย่างล่าสุดคือพี่ๆ วง Perses พี่จั๋งละกันครับ ตอนกรอกใบสมัครโตสก็เขียนว่าพี่จั๋งคือไอดอล เป็นโรลโมเดลเลย วันหนึ่งถ้าโตสได้เป็นศิลปิน โตสก็อยากมอบความรู้สึกนี้ให้กับคนอื่นเหมือนกัน คือมอบแรงบันดาลใจให้คนอื่นเหมือนที่โตสได้รับมาจากรุ่นพี่ไอดอลครับ

ดีดี: สำหรับดี ศิลปินที่ดีอยากเป็นคือ เป็นศิลปินที่สามารถมอบความสุขให้ได้ครับ ทุกครั้งที่ร้องเพลงดีรู้สึกว่ามันเป็นการส่งผ่านอิโมชั่นของตัวเองสู่ผู้อื่น เพราะเพลงมันเป็นอะไรที่เข้าถึงง่าย คนเข้าถึงได้ และมันจะไม่มีการแต่งเพลงหรือการสื่อสารออกมาถ้ามันไม่มีอิโมชั่น ก็เลยรู้สึกว่าการทำให้คนอื่นมีความสุข หรือเข้าใจฟีลลิ่งของเรา หรือการที่เราแต่งเพลงออกมาแล้วมันไปโดนใจคนอื่น เหมือนเขามีเพื่อนที่เข้าใจฟีลลิ่งของเขา ก็เลยอยากเป็นศิลปินที่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น

ข้าวโอ๊ต: คิดเหมือนดีดีเลยครับ ที่อยากเป็นศิลปินที่มอบความสุขให้กับคนดูคนฟังครับ แล้วก็อยากเป็นศิลปินที่มีคุณภาพครับ ทั้งเรื่องการร้อง การเต้น การแร็ป แล้วก็อยากเป็นศิลปินที่พอมารวมกันแล้วมันลงตัว และเป็นคนที่พร้อมจะเสนอสิ่งดีๆ ให้กับทุกๆ คนครับ

ความสนุกของรายการที่แฟนๆ จะได้เห็น?

บอส: ด้วยความที่ระยะเวลามันน้อยมากๆ แล้วก็จะมีพี่ๆ ศิลปินที่มาในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งพี่ๆ เขาก็จะมีการ์ดซัพพอร์ต 10 ใบที่รู้สึกว่า อุ๊ย คนนี้เข้าตาอะไรอย่างนี้ มันก็เลยเป็นความท้าทายที่อยากให้พี่เขาเลือกเรา มันสนุกตรงนี้ด้วย แล้วก็การทำงานกับเพื่อน บางทีอาจมีความคิดไม่ตรงกันบ้าง แต่มันก็ท้าทายตรงที่จะทำยังไงให้โชว์มันออกมาลงตัวและดูดีแล้วก็ไม่มีปัญหากับเพื่อนที่สุด

ปังปอนด์:  ถ้าเป็นเด็กฝึกปกติทั่วไปแบบตามตามที่ต่างๆ เราฝึกเราอาจจะต้องฝึกโดยที่เราไม่รู้ว่าเราจะได้เดบิวต์ตอนไหน อาจจะ 5 ปี 4 ปี 3 ปี เราก็ไม่มีทางรู้เลยว่าเราต้องฝึกไปอีกนานแค่ไหนจนกว่าเราจะได้เดบิวต์ หรือว่าเราอาจจะไม่ได้เดบิวต์ใช่ไหมครับ แต่ว่าพอเราอยู่ในรายการ เรารู้เส้นทางปลายทางอยู่แล้วว่ารายการจะจบภายใน 3 เดือน 4 เดือน โดยที่เราจะรู้เลยทันทีว่าเราได้เดบิวต์หรือไม่ได้เดบิวต์ อันนี้มันก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งว่าเราจะสามารถทำได้หรือเปล่าในระยะเวลาแค่ 3-4 เดือน แล้วก็พัฒนาตัวเองให้มันสามารถเทียบเท่ากับคนที่ฝึกระยะเวลาแบบ 3-4 ปีที่เขาฝึกหนักๆ มันก็เป็นโจทย์ที่ยากมากๆ คิดว่าทุกคนน่าจะคิดเหมือนกันว่ามันยากมากๆ ในการที่พัฒนาตัวเองให้ก้าวข้ามผ่านด้วยความเร็วแสงแบบมากๆ

เปปเปอร์: คือในรายการก็จะได้เห็นพาร์ตของพวกเราทุกคนในการเอาตัวรอดในแต่ละสถานการณ์ แล้วก็เป็นพาร์ตของเรียลลิตี้ด้วย ที่จะได้เห็นความสนุกสนาน เฮฮา ปั่นๆ ป่วนๆ ของพวกเราในรายการ ผมว่ามันน่าจะมีครบรสเลย ทั้งสนุก เฮฮา ร้องไห้อะไรอย่างนี้ครับ ก็อยากจะให้ทุกคนได้ติดตามพวกเราไว้ครับ

ฝากติดตามรายการหน่อย?

ชีโตส: ตอนนี้รายการของพวกเรากำลังทำการโปรโมตผ่านแพลตฟอร์มติ๊กต็อกกันอยู่ครับ ซึ่งในแต่ละวีคพวกเราก็จะทำการ Performance Live ทุกๆ สเตจ ทุกๆ วีค แล้วก็จะเริ่มมีการออนแอร์ผ่านทางช่องทางก็เร็วๆ นี้ สามารถติดตามพวกเราผ่านทาง Official ต่างๆ ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นติ๊กต็อก อินสตาแกรม หรือว่าจะเป็น Lemon8 และก็ช่องทางการโหวตของพวกเราก็มีหลากหลายช่องทางก็จะมี Lemon8 และก็ติ๊กต็อก ซึ่งสามารถเข้าไปโหวตกันได้เลย ใน Lemon8 สามารถที่จะโหวตได้เรื่อยๆ เลย ทุกวันเลย ส่วนช่องทางการโหวตผ่านติ๊กต็อกมันจะเป็นการโหวตผ่านเรียลไทม์ ซึ่งเราจะมีการ Performance Live ในทุกๆ วีคเลย ก็สามารถที่จะมาโหวต ณ เวลาไลฟ์ได้เลย