หน้าแรก บันเทิง ไบรโอนี่ ไบรอ...

ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน ฝันสลาย อดประกวดมิสทิฟฟานี่ เหตุอายุเกิน เตรียมผ่าตัดเปลี่ยนเพศเป็นผู้หญิง

15.01.26 | 12:01 น.

ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน ฝันสลาย อดประกวดมิสทิฟฟานี่ เหตุอายุเกิน เตรียมผ่าตัดเปลี่ยนเพศเป็นผู้หญิง


หลังจากที่อินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดัง ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน ออกมาไลฟ์สดร้องไห้หนัก หลังฝันสลายไม่ได้ไปต่อกับเวที Miss Tiffany 2026 เนื่องจากอายุเกินเกณฑ์ไป 5 เดือน ทำให้ถูกตัดสิทธิ์จากการประกวด

ล่าสุด ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน มาร่วมงานแถลงข่าว JUVELOOK : DUAL LOOK FOR A YOUTHFUL LOOK ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก็ได้เปิดใจครั้งแรกหลังไม่ได้ประกวดเวที Miss Tiffany เพราะอายุเกิน พร้อมประกาศกำเนิดใหม่ในชื่อ ‘ไบรโอนี่’ และการคัมแบ็กของเวที Miss Fabulous Thailand

เราไม่ได้ไปต่อกับการประกวด เป็นยังไงบ้างเหตุการณ์ตอนนั้น?

Advertisement

“การที่ไม่ได้ไปต่อกับการประกวด ก็คือตามกฎค่ะ เพราะว่าอายุเลยมา 5 เดือน ก็ถือว่าเราทำตามกฎที่เขามีแล้วกันค่ะ”

จริงๆ ทราบมาก่อนหน้านั้นก่อนถึงวันประกวดไหม หรือว่ายังไง?

“จริงๆ ก่อนหน้านี้คือไม่ทราบค่ะ จนถึงวันที่ลงใบสมัคร แล้วเราเห็นวันที่อยู่ แต่ว่าใจลึกๆ เราก็แอบมีความรู้สึกว่าเรายัง 35 อยู่ อาจจะมีโอกาสได้ไปออดิชั่นรึเปล่า แล้วก็ค่อนข้างที่จะตั้งใจกับการประกวดครั้งนี้มาก เพราะว่าเราวางแผนไว้เยอะมากค่ะ”

เห็นวันออดิชั่น ไบรอันตันออกมาไลฟ์สด พูดร้องไห้ แต่ก็ยังมีความหวัง คิดว่าเขาจะมีการเรียกตัวไปอะไรอย่างนี้?

“จริงๆ แล้วทางกองได้โทรมาก่อน 3 วัน ซึ่งตอนนั้น 3 วัน เป็น 3 วันที่อึดอัดมาก เพราะว่าเวลาเราไปเจอใคร เขาก็จะเชียร์ แล้วก็เขาจะบอกว่า ยูเป็นได้มิสทิฟฟานี่อะไรอย่างเงี้ย แต่ว่าตอนนั้นเราก็ต้องยิ้มรับอย่างเดียว แต่ในใจลึกๆ ทั้งๆ ที่เขาโทรมาบอกแล้ว 3 วัน แต่ยังไม่ประกาศผลแบบเป็นไฟนอล ใจลึกๆ ยังหวังว่า อาจจะมีชื่อเรา”

อย่างตอนที่เขาโทรมาบอก ข้อความประมาณไหน?

“เป็นข้อความประมาณว่า สวัสดีครับ คุณไบรโอนี่รึเปล่าครับ พอดีว่าวันที่เกิดเกิน ขออนุญาตตัดสิทธิ์นะครับ”

พอได้ยินปุ๊บความรู้สึกมันเป็นยังไง?

“ตอนนั้นยังไม่ปล่อยโฮค่ะ เพราะว่าเพิ่งตื่น เป็นแบบรับโทรศัพท์มาแล้วก็แบบ เขาบอกอ๋อ ไม่ได้ครับ แล้วก็เพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้ วันนั้นก็ไปปล่อยโฮกับพี่ชายที่สนิทค่ะ

แต่อย่างที่บอกว่าเรายังมีหวังลึกๆ แต่พอมันไฟนอลแล้วจริงๆ ก็ต้องบอกว่าเราตื่นขึ้นมาปุ๊บพอเจอโพสต์ของทิฟฟานี่ปุ๊บ เราขยายใหญ่เลยว่ามีชื่อเรารึเปล่า แล้วพอขยายใหญ่เสร็จปุ๊บ โอเค ไม่มีนามสกุลแซ่ตัน ก็เช็กฟีดแบ็ก หลังจากนั้นเราก็เลยรู้เลยว่าไม่มีแล้ว”

จริงๆ เรามีคุยกับคุณจ๋า (อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน) ไหม?

“ไม่ได้คุยกับคุณจ๋าเลย เพราะว่าจริงๆ แล้วเคยเจอกับคุณจ๋า แต่ว่าครั้งนี้เราอยากประกวดแบบที่เราลงประกวดด้วยตัวเอง  กับป้าตือก็ไม่เคยคุย คืออยากมาด้วยตัวเอง เราไม่อยากใช้เส้น หรือว่ารู้สึกว่ามีอภิสิทธิ์อะไรเกินกว่าคนอื่น”

ตอนนี้ฝันสลาย มูฟออนได้หรือยัง เพราะว่าเตรียมชุด เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว?

“รองเท้าก็ประมาณ 20 คู่ (เตรียมไว้หมดแล้ว จะเข้ากอง?) ใช่ค่ะ ชุดราตรี เตรียมไว้ค่ะ”

ก่อนหน้าที่จะมาประกวด เราเมกโอเวอร์ตัวเองยังไงบ้าง?

“ก็ฉีดทั้งตัวค่ะ ก็คือจะมีอยู่วันนึงคือทั้งตัวเลย เพราะเรารู้สึกว่าเรากะเวลาแล้วว่าวันไหนจะเป็นรอบชุดว่ายน้ำ วันไหนจะเป็นรอบอะไรต่างๆ ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าจุดด้อยของเราคือหุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้คือบิวตี้เฮิร์ต(อยากสวยต้องอดทน) ค่ะทำทุกวิถีทาง เพราะว่าหุ่นตรง เราก็ใช้ตัวรัดกระดูกซี่โครงรัดของเราอยู่ทุกวัน รองเท้าคัตชูใส่เดินตลอด แล้วก็ซ้อมเดินทุกวัน”

ในส่วนตัวเรา เรารู้สึกว่าเราน่าที่จะไปได้ ไกลกว่านี้?

“หวังค่ะ แล้วก็จริงๆ แล้วเรารู้สึกว่าเราชนะได้ แล้วเราก็มีภาพแล้วด้วย เราคิดไปถึงตอนความสนุกของการที่จะประกวดอินเตอร์เนชั่นแนลด้วยซ้ำ แต่ว่าพอมันไม่ใช่ทาง ก็รู้สึกว่าตอนนี้มูฟออน ตอนนั้นร้องไห้หนักมากค่ะ ร้องไห้แบบทั้งวัน ร้องไห้อยู่ในห้องจนแบบต้องถือขวดน้ำไว้ข้างกายเลย เพราะน้ำตามันไหลไม่หยุด น้ำหมดตัว แล้วเราเหนื่อยมากตอนนั้น แล้วพอทุกคนก็จะโทรมา ก็จะแมสเสจมา แล้วน้ำตามันก็จะไหลเรื่อยๆ ค่ะ เราก็เลยตัดสินใจว่าไลฟ์ดีกว่า แล้วพอไลฟ์เสร็จปุ๊บ เราไม่ได้ไลฟ์แบบแค่ร้องไห้อย่างเดียว เราก็เลยเล่าหมดทุกอย่างเลยว่าแพลนเราเป็นยังไง เหมือนได้ระบายทุกอย่างออกมา แล้วก็มูฟออนเลยค่ะ เสียใจแค่ 1 วันพอแล้ว”

เสียดายไหม เพราะเตรียมไว้หมดทุกอย่างแล้ว ทำไมเลือกที่จะเป็นเวทีนี้ ไม่ไปเวทีอื่น จะได้ไม่เสียดายของที่เตรียมไว้ ?

“ส่วนตัวเราคิดว่า ตัวเองสามารถที่จะชนะ มิสทิฟฟานี่ได้ เรามีศักยภาพที่รู้สึกว่าตรง กับมิสทิฟฟานี่ได้  ถ้าเวทีอื่นบางทีเขาอาจจะเป็นแบบว่ามีทาเลนจ์อะไรบางอย่าง ส่วนตัวคิดว่าตัวเองน่าจะไปได้ในเส้นทางนี้ได้ ตรงมากกว่า แต่ก็เสียดาย”

ทำไมถึงรู้สึกว่าเราเหมาะกับมิสทิฟฟานี่?

“เราแค่รู้สึกว่าปีนี้มีความรู้สึกว่าเขาอยากได้คนที่เป็นผู้นำ ตอนแรกพูดออกมาปุ๊บ ใช่เลย ฉัน โจทย์อีก 1 ข้อ คือ สวย ไม่ต้องสวยที่สุดแต่ต้องสวย แล้วเราก็รู้สึกว่าเราเพิ่งเกิดใหม่ Newborn ค่ะ จากไบรอัน เป็น ไบรโอรนี่ ซึ่งดังนั้นเรารู้สึกว่าคนติดตามแล้วก็คาดหวัง ในขณะที่เราโพสต์ว่าเรา Road to กระแสก็มา แล้วทำไมใจเราจะไม่มา คนอื่นเชียร์มาก

คือจากข้อต่างๆ เราคิดว่าเราติ๊กถูกได้หมด?

“ใช่ค่ะ”

แต่ว่าได้ดูคำสัมภาษณ์พี่จ๋าล่าสุดไหม เขาบอกว่าการที่จะมาเป็นทิฟฟานี่ในปีนี้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนมีชื่อเสียง เขาต้องการคนที่แปลกใหม่?

“ยังไม่ได้เห็นสัมภาษณ์นะคะ แต่ว่าส่วนตัวแล้วคิดว่า ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน ที่เราตั้งชื่อใหม่มา มันเป็น Newborn เหมือนกันค่ะ คือชื่อเสียงเดี๋ยวนี้มันไม่ได้อยู่คงทนถาวรว่า โอเคยูดังแล้วนะแล้วยูจะหยุดทำอะไรบางอย่าง แต่ว่าเรารู้สึกว่าเรายังสามารถที่จะทำอะไรบางอย่างที่ให้เกิดแรงบันดาลใจ  จะมีใครที่เกิดมายังไม่เคยรู้สึกว่าเราจะต้องเป็นผู้หญิง แต่ว่าจู่ๆ เราได้เป็นผู้หญิงขึ้นมา โดยบังเอิญ แล้วเราก็รู้สึกว่าหาทางเจอด้วย แล้วเราก็รู้สึกว่าตรงนี้ลงตัว ดังนั้นก็เลยรู้สึกว่าจริงๆ มันเป็นโอกาสที่ผู้หญิงคนนึงตัวเล็กๆ อยากทำตามความฝัน อยากเป็นนางงามค่ะ”

เมื่อมันทำไม่ได้แล้ว แพชชั่นการเป็นนางงามหลังจากนี้ไปมันยังมีอยู่ไหมหรือว่าอยากประกวดที่ไหนไหม?

“ถ้าอยากประกวด ก็คือถ้ามีโอกาส ถ้ามิสทิฟฟานี่เขาสามารถขยายอายุได้ แล้วจังหวะเราว่างพอดี หรือลงตัว ก็สามารถลงได้’

แต่ยังไงก็มุ่งมั่นว่าทิฟฟานี่แน่นอน เวทีอื่นไม่ไป?

“ทิฟฟานี่ หรือถ้ากฎหมายไทยเปลี่ยนชื่อคำนำหน้าเป็นนางสาวได้ มิสยูนิเวิร์สก็น่าสนใจค่ะ

ตอนนี้ยังไม่แขวนส้นสูง ก็พร้อมที่จะลุยต่อ?

“ส้นสูงใส่ทุกวันค่ะ แล้วก็คิดว่าไม่น่าจะมีวันไหนที่ไม่ใส่ส้นสูง เพราะมีความสุขมาก แต่ตอนนี้ก็คือกลับมาโฟกัสว่าโปรเจ็กต์ของเราใจมันเริ่มมาละ ล่าสุดก็มีค่ายโทรทัศน์เจ้าใหญ่ของไทย โทรมาบอกว่ามีโปรเจกต์ที่อยากจะให้ Miss Fabulous ไป X ด้วย ดังนั้นก็เลยโพสต์ไปในแฟนเพจ คนตื่นเต้นกันมาก เราก็เลยมีความรู้สึกว่า มันถึงเวลาที่เราจะต้องคัมแบ๊กแล้ว

คัมแบ๊กคือเราเป็นเจ้าของอยู่แล้ว หรือว่าเราจะลงประกวด?

“ก็อาจจะเป็นไปได้นะคะ (อ้าว แล้วคนอื่นที่มาร่วมล่ะ?) ก็เดี๋ยวต้องรอติดตามแต่ว่ามันทำให้มีกำลังใจมากขึ้น เพราะว่าพอเราได้โพสต์คำว่า Miss Fabulous Thailand ไป คนแชร์เยอะมากแล้วก็คอมเมนต์กันเยอะมาก แล้วก็ทำให้สปอนเซอร์เก่าๆ หรือสปอนเซอร์ที่ซัพพอร์ตเรามา ถามกลับมาตอนนี้ กลับมาให้กำลังใจแบบเต็มเปี่ยม ดังนั้น วันนี้เป็นวันที่ ไบรโอนี่ ตัน อาจจะเคยร้องไห้แบบหนักมาก่อนในวันนั้น แต่ตอนนี้คือแข็งแรงมากค่ะ แล้วก็พร้อมที่จะลุย เพราะเรารู้สึกว่า เวที Miss Fabulous Thailand ที่เราทำมาเปิดกว้างให้กับทุกคนจริงๆ สำหรับคนที่อยากเป็นนางงาม”

แสดงว่ามีสิทธิ์ก็คือ จัดเอง ประกวดเอง ได้เองเลย?

“ก็อาจจะไม่ขนาดนั้นค่ะ แต่คิดว่าสิ่งที่จะทำใน Miss Fabulous ซีซั่นต่อไป อาจจะเป็นอะไรใหม่ๆ ในนางงามที่แตกต่างไปเลย เพราะส่วนตัวเราคิดว่าตอนนี้เวทีนางงามมันเหมือนกันจนเกินไป แล้วมันเยอะ แล้วส่วนตัวเราเองยังรู้สึกว่า มันน่าเบื่อ มันแค่ใส่ชุดราตรี สัมภาษณ์ อะไรอย่างเงี้ย มันน้อยไปนิดนึงสำหรับโลกที่ต้องการคอนเทนต์ ส่วนตัวแล้วชอบนางงามที่เป็นตัวเขาจริงๆ เป็นนางงามที่มีชีวิต ไม่ใช่นางงามที่แค่ทำตามแพตเทิร์น  เราต้องการนางงามที่มีความคิดเป็นของตัวเอง เป็นคนจริงๆ”

อย่างปี 2026 เราจะให้เรียก ไบรโอนี่ หรือว่าให้เรียก ไบรอัน ตันอยู่ ?

จริงๆ ตอนแรกก็กะว่าจะให้จัดงานศพให้คุณไบรอันอ่ะนะคะ แต่ว่าก็คิดอยู่ว่า คุณไบรอันเขาก็ทำอะไรมาเยอะ ก็เลยกลายเป็นชื่อเต็ม ก็จะเป็น “ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน” ก็คือจะมีชื่อกลางเป็นไบรอัน เหมือนฝรั่งที่เขาจะมีชื่อกลาง แล้วก็มันก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผล เพราะว่าตอนนี้เราก็รูปลักษณ์เป็นผู้หญิงแล้ว บางทีคนเข้ามาทักทาย “Hello, what’s your name?”  “ไบรอัน” มันไม่ได้ (ยิ้ม) มันก็ต้อง “ไบรโอนี่”

หลายๆ คนก็ตีความว่าเราต้องการเรียกกระแสให้กับตัวเอง แบบว่าที่จริงเรารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเราไม่ได้ แต่ว่ายังร้องไห้ฟูมฟาย?

“ต้องถามว่าถ้าร้องไห้ได้ขนาดนั้น นั่นคือน่าจะเป็นนักแสดงอันดับหนึ่งของเมืองไทยได้เลยค่ะ คือถ้ามันไม่มีความเสียใจแบบนั้นจริงๆ คือเราจะร้องไห้แบบนั้นไม่ได้ แล้วการร้องไห้แบบนั้น คือเราร้องไห้เพื่อดูแลจิตใจของตัวเอง เพราะตอนนั้นก็มีคนเป็นห่วงเยอะเหมือนกัน เพราะปกติแล้วเราเป็นคนเซ้นส์ซิทีฟอยู่แล้ว แต่พอร้องไห้ จะเห็นได้ว่าถ้าสังเกตในไลฟ์ ตอนแรกร้องไห้หนักมาก แล้วเราค่อยๆ สบายใจขึ้น แล้วมันก็ทำให้เราดีขึ้น

คือไม่นอยด์ใช่ไหมกับกระแสด้านลบที่มองเราในมุมนั้น?

“ไม่นอยด์อยู่แล้ว เพราะว่าเรารู้สึกว่าทุกคนสามารถวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้เยอะ ตอนนี้มันมีคอมเมนต์ที่เยอะมากมายที่ชมเรา แต่ก็จะมีบ้างคอมเมนต์จากอวตาร เพราะเราเริ่มเข้าไปอยู่ในวงการนางงามอีกครั้งหนึ่งก็จะมีแบบว่า “เป็นผู้หญิงไม่รอด กลับไปเป็นผู้ชายเถอะ”

แล้วสรุปไปอินเดียไหม?

“ไม่ได้ไปแล้วอินเดีย คือเราสละสิทธิ์แล้ว เราเตรียมคิวทุกอย่างเพื่อมิสทิฟฟานี่ เลือกเอง ก็ต้องยอมรับ”

อย่างตอนนี้เราเป็นนางงาม เราจะเป็นผู้หญิงเต็มตัวใช่ไหม วันนี้เราไม่ได้เป็นนางงาม แล้วเรายังมีความคิดที่จะทำให้มันสมบูรณ์ไหม?

“อ๋อ จริงๆ แล้วมันไม่เกี่ยวกับการเป็นนางงามเลยอย่างมิสทิฟฟานี่บางคนเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนเพศ ถูกไหมคะ? แต่ว่าการที่เราอยากจะเปลี่ยนเพศ คือเราอยากเป็นผู้หญิง”

ยังอยากจะให้มันสมบูรณ์ 100% ไหม?

“อยู่แล้วค่ะ เพราะว่าการเปลี่ยนเพศเป็นเรื่องใหญ่นะคะ เดี๋ยวนี้เขาไม่ใช้คำว่า “แปลงเพศ” แล้ว ใช้คำว่า “เปลี่ยน” คือคุยกับคุณหมอ คุณหมอบอกว่าถ้าเปลี่ยนไปแล้วมันกลับมาไม่ได้แล้ว ดังนั้นตอนนี้คุณหมอยังใช้เวลากับเราอยู่ในการให้เทคฮอร์โมนอย่างถูกต้อง แล้วคุณหมอบอกว่า ถ้าถึงเวลาที่มันพอสมควรแล้วเนี่ย เรายังไม่รู้สึกว่ามัน เอ๊ะ ถ้ามันมี เอ๊ะ แค่ 1 เปอร์เซ็นต์ คือห้ามเลย มันก็เอากลับมาไม่ได้นะคะ”

แล้ว ณ วันนี้ เรากี่เปอร์เซ็นต์ละ?

“100 เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม 100 เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นผู้หญิงค่ะ”