หน้าแรก บันเทิง จิ๊ก เนาวรัตน...

จิ๊ก เนาวรัตน์ เล่าเหตุหายหน้า ทนทุกข์กว่า 3 ปี หน้าเบี้ยวไม่กล้ารับงาน

15.01.26 | 18:30 น.

จิ๊ก เนาวรัตน์ เล่าเหตุหายหน้า ทนทุกข์กว่า 3 ปี หน้าเบี้ยวไม่กล้ารับงาน

นักแสดงรุ่นใหญ่ จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ได้ออกมายอมรับว่าผิดพลาดกับการทำศัลยกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน จนใบหน้าผิดรูป ทนทุกข์ทรมานกว่า 3 ปี ปัจจุบันได้คลีนิคดีช่วยทำแก้ไขให้ใหม่ จนได้หน้าเนาวรัตน์กลับคืนมา โดยล่าสุด ที่ Queensland Hotel Bangkok ถนนศรีอยุธยา มูลนิธิ Forword และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม “รุ่นใหญ่ไฟกะพริบ” กับธีม “ความสุขไม่ใช่แค่คิด ต้องลงมือทำ” มี จิ๊ก เนาวรัตน์ มาร่วมเสวนาพูดคุยในงาน ก่อนจะเปิดใจถึงเรื่องดังกล่าวว่า

ช่วงนี้เราสวยขึ้น?
“ขอบคุณค่ะ พี่จะบอกว่าที่ผ่านมาค่อนข้างแย่นิดหน่อย เพราะไปทำผิดพลาดมาที่ใบหน้า ไปฉีดอะไรๆ มาไม่รู้เลย ทำให้หน้าบิดเบี้ยว ไม่สมดุลกันนานมาก พี่ใส่แมสก์ตลอดเวลา ร้องไห้แทบจะทุกวันเลยนะ เศร้ามาก ทุกข์มาก ไม่รับงานละครเลย พอกลับมาดีนิกนึงก็ไปเล่นละครของครูเล็ก แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ดี รู้สึกแย่ๆๆ มากๆๆ ขอพรทุกวัน ไปวัดทุกวัน พระที่ไหนพี่ติดบนไปทั่ว อยากกลับมาเป็นเหมือนเดิม”

“วันหนึ่งเดินผ่าน SLC พี่อยากทำที่นี่ 3 ปีที่แล้วไม่มีใครติดต่อพี่เลยนะ ไม่มีใครถามเลย แล้วก็ไม่กล้าไปที่ไหน กลัวเขาถามแล้วเราอาย อยู่เงียบๆ แล้วพี่ไป SLC มีคนบอกว่าให้ไปที่นี่ ลองดูสิ พี่เลยลองไปคุยดู หมอหลายคนมาดูหน้าพี่เลยนะ พี่ตกใจมาก เขามาดูว่าต้องทำอะไรบ้าง มีตาเสียนะ แก้มโย้ต้องเอาออก ฟิลเลอร์อันตรายมาก ฉีดเข้าไปไม่รู้เลยว่ามันจะไปกอง มันไม่ละลาย เราไม่รู้เทคนิคเรื่องศัลยกรรม คุณหมอที่ SLC ก็เอาออกเลย พักที่นี่เป็นเดือน”

Advertisement

เหตุการณ์เกิดขึ้นมากี่ปี?
“พี่ไม่ได้บอกใครเลย 2 ปี ใส่แมสก์ตลอดเวลา ไม่กล้าสัมภาษณ์กับใคร จนทุกวันพี่แก้เสร็จแล้ว พี่เพิ่งเปิดแมสก์ พี่พร้อมจะทำงานเลยนะ ก่อนหน้านี้ยังไม่ค่อยเต็มที่ต้องคอยหลบมุม กังวลมุมนี้เราไม่ดี กังวลมาก ร้องไห้เสียใจมากๆ เลย เพราะความเป็นมือปืนรับจ้าง ที่นี่ให้ 3 แสนนะ ที่นั่นให้ฉีดนี่นะ เราไม่รู้เลยว่าอะไรที่ฉีดเข้าไป อาชีพเราตอนนั้นเป็นมือปืนรับจ้างคือทำนู่นนี่เกี่ยวกับใบหน้า พอตอนแย่ๆ เครื่องสำอางมาติดต่อ รู้ไหมเสียรายได้ไปเป็นล้าน หน้าไม่ได้มันไม่เท่ากัน SLC เอาออกให้เกลี้ยงเลย เข้าผ่าตัดใหญ่“

ได้ เนาวรัตน์ กลับคืนมาแล้ว?
“นี่คืองานแรก หัวใจมันฟู มันพองโต มันมีความสุขเหมือนเดิม ช่วงนั้นแย่มากๆ (แบกความกังวลนี้ไว้กี่ปี?) 3 ปีกว่า ต้องใส่แมสก์ คนก็ไม่สงสัย แต่พองานไหนต้องเอาแมสก์ออกพี่จะไม่ไป ถ้าเขาบังคับพี่จะบอกว่าเป็นหวัดสายพันธุ์นั่นนี่ ตอนนี้ดีมากๆ เจอหมอหลายคนช่วยพี่ เหมือนยกภูเขาออกนอกอกไปเลย เหมือนเกิดใหม่ไม่ทุกข์แล้ว และเข็ดด้วย จะบอกกับหลายๆ คน อย่าเห็นแก่อะไรง่ายๆ อย่าเห็นแก่คลีนิคถูก อย่าเห็นแก่ฟรีนะ คิดเหรอว่าเขาจะเอาของฟรีให้ ที่ผ่านมาพี่เป็นแบบนี้ ต่อจากนี้ไม่เอาแล้ว เข็ด บทเรียนชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด”