หน้าแรก บันเทิง นก จริยา มองเ...

นก จริยา มองเห็นความหวัง หลังวธ.คิกออฟมาตรการหนุนคอนเทนต์ไทย – อัพเดตอาการป่วย อาจิ๋ม มยุรฉัตร

28.01.26 | 12:02 น.

‘นก จริยา’ มองเห็นความหวัง หลังวธ.คิกออฟมาตรการหนุนคอนเทนต์ไทย – อัพเดตอาการป่วย ‘อาจิ๋ม มยุรฉัตร ‘

นักแสดงรุ่นใหญ่ นก จริยา มาร่วมงานแถลงข่าว “มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ และ มาตรการส่งเสริมดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ” ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งหลังจบงานแถลงข่าว เจ้าตัวก็ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึง 2 มาตรการสำคัญที่มีการประกาศ Kick Off การใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ของประเทศไทย พร้อมอัพเดตอาการ อาจิ๋ม มยุรฉัตร หลังป่วยอัลไซเมอร์

วันนี้เราได้ฟังมาตรการ 2 มาตรการใหญ่ของวงการบันเทิงไทย เป็นยังไงบ้าง?
“รู้สึกว่าวันนี้เป็นการคิกออฟที่เป็นนิมิตหมายที่ดีนะ เป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะว่า รู้สึกว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการ แล้วก็ทางส่วนของราชการ ทั้งท่านรัฐมนตรีเอง ทุกคนกำลังพยายามผนึกกำลังเพื่อคอนเทนต์ทุกรูปแบบของไทย เพราะว่ามันเห็นได้ชัดเจนเลยว่าสื่อทุกรูปแบบและคอนเทนต์ไทยเอง มันสามารถทำอะไรได้เยอะ เพื่อตีแผ่ไปเป็นวงกว้างกับเศรษฐกิจหรืออะไรส่วนอื่นด้วย”

ซึ่งเรื่องนี้พี่นกเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากให้มีตรงนี้เยอะๆ ช่วยผลักดันหน่อย ซึ่งวันนี้คือกระทรวงฯ เขาจัดให้แล้ว?
“ดีใจๆ ชื่นใจ แล้วก็คิดว่าเราทุกคนจะเป็นกำลังเสริมที่ดีที่สุดเนอะ ทั้งน้องๆ ด้วย สื่อมวลชนด้วย พวกพี่ด้วยที่สร้างคอนเทนต์ ทั้งคนทำหนัง ทั้งซีรีส์วายใดๆ แล้วก็ภาพยนตร์ เราจะพยายามช่วยกันผลักดันทุกอย่างที่เป็นข้อดีของเมืองไทยออกไปให้เรียกว่าเต็มที่ที่สุด พี่ว่า ณ โอกาสนี้ที่มันมาแล้ว เราต้องทำโอกาสให้มันเกิดประโยชน์ให้ได้ ยิ่งเศรษฐกิจโลกคอพับคออ่อนมาเท่าไหร่ เราต้องสู้ด้วยของแข็งของเมืองไทยนี่แหละ ซึ่งก็คือคนไทยเรานี่แหละ”

อย่างตัวเงื่อนไขรู้สึกว่าเห็นด้วย หรือว่ามันมีสิ่งที่ยากไหมในการที่จะของบประมาณ หรืออะไรต่างๆ?
“ก็อาจจะต้องปรึกษากันในขั้นต่อไปเนอะ มันคงไม่มีอะไรง่ายหรอก แล้วก็มันคงต้องเอาความเข้าใจมาคุยกันเพิ่มอีกนั่นแหละ แต่ว่าอันไหนจะมา 1 2 3 ก็แล้วแต่สถานการณ์จะเอื้อ พี่ว่าคิกออฟได้ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีแล้ว แล้วก็ขอให้ทุกอย่างส่งออกไปเป็นเชิงรุก เชิงรุก ไม่เชิงรับ เพราะว่าเชิงรับมันจะช้าเกินไปสำหรับโลกใบนี้ ถ้าเชิงรุกเอาเสน่ห์ทุกอย่างของคนไทยเราเอามาใช้ให้หมดเลย”

Advertisement

พอเห็นเงื่อนไข เห็นหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการสนับสนุนบางส่วน เรารู้สึกยังไง ใจมาเลยไหม?
“ใจมานะ ไม่ว่าจะเป็นเราได้ก่อน เราได้หลัง หรือเรายังไม่ได้ ไม่สำคัญ สำคัญว่าคอนเทนต์ไทยให้มีพลังแบบส่งกันออกไป พี่ว่ามันไปคนเดียวไม่ได้ ทุกอย่างมันต้องไปแบบจับมือกันไปเป็นแพ็คๆ เลยเนอะ”

จากการคืนเงินสนับสนุน 15 – 30 เปอร์เซ็นต์ พี่นกมองว่ามันเป็นตัวเลขที่รับได้ไหม?
“พี่ว่ามันเป็นตัวเลขมาตรฐานนะ เพราะว่าสื่อนอกที่มาถ่ายที่เมืองไทยเขาได้ส่วนนี้ แต่กลายเป็นว่าสื่อไทย ถ้าจะไม่ได้เนี่ยมันก็เหลื่อมล้ำอ่ะเนอะ แล้วยิ่งถ้าสนับสนุนอะไรก็ได้ที่มาทำให้อาชีพพวกเราเฟื่องฟู เพราะว่ามันไม่ใช่แค่ยูนิตใดยูนิตหนึ่ง ทุกคนที่มีครอบครัวก็จะส่งกำลังไปสู่ครอบครัวตัวเอง อะไรใดๆ อีกมากมาย”

คิดว่าเราจะสามารถฟื้นฟูการบันเทิง อุตสาหกรรมบันเทิงไทยได้แค่ไหน?
“อันนี้ตอบยาก เพราะมันก็ต้องยอมรับว่ามันเกี่ยวเนื่องกับต่างประเทศด้วยถ้าเราจะส่งออก แต่พี่เชื่อว่าอย่างน้อยๆ ในเอเชีย มันก็มีหลายที่ที่เขาชอบคอนเทนต์เรา ชอบคนไทย ชอบดาราไทย ชอบอะไรที่เป็นสินค้าไทย พี่ว่าเจาะให้ถูก”

ละครจะกลับมาบูมเหมือนเดิมไหมแบบนี้?
“เราต้องมูฟออน พี่ใช้คำนี้ เรายังสู้อยู่แต่เรามูฟออนจากจุดเดิมว่า มันอาจจะไม่ได้เท่าเดิมหรอก แต่มันเปลี่ยนอยู่ไง มันปรับอยู่ว่าเราจะไปตรงไหน สงครามนี้เราจะไปตรงไหน เราต้องรบกับสงครามที่จะไม่แพ้ มันต้องหาช่องทาง”

พี่นกมีโปรเจกต์ในใจหรือยัง พอแนวโน้มมันดีขึ้น เรามีมองไว้ล่วงหน้าไหม?
“มีแล้วๆ ก็จริงๆ แล้วมันก็มีทั้งเรื่องครอบครัวสไตล์พี่นะ แล้วมันก็มีเรื่องที่เกี่ยวกับความรักน่ารักๆ ที่ย้อนอดีตกลับไปสู่รุ่นเดิม แพทย์ของเรา สถานที่สำคัญของเรา หรืออะไรอย่างเนี้ย มันเป็นเรื่องที่ไปส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ การแพทย์ได้ สินค้าได้ เตรียมไว้แล้วค่ะ”

มาตรการนี้มันทำให้สิ่งที่พี่นกคิดไว้มันชัดขึ้นไหม?
“ชัดขึ้นๆ”

แล้วพี่นกมองไปได้ไกลขึ้นด้วยไหม?
“มันทำให้เรามีความหวังนะ คนเรามันต้องมีความหวัง ถ้าไม่มีความหวังมันไม่มีแรงเดิน เราต้องอยู่ด้วยความหวัง แต่ขณะเดียวกันเราต้องสู้แบบเต็มร้อย ได้เท่าไหร่ไม่ว่า ขอให้เราสู้ก่อน”

มองในมุมของศักยภาพของผู้ผลิตในไทยเอง พี่นกมองว่าเป็นยังไงบ้าง?
“ผู้ผลิตในไทยศักยภาพดีนะคะ เพราะว่าจริงๆ แล้วพี่ว่าคนไทยผลิตอะไรไม่ขี้เหร่ เพียงแต่ว่าเราเคยโดนตีกรอบไว้เยอะมาก ว่าอันนี้แตะได้ อันนี้แตะไม่ได้ อันนี้อย่าพูดนะ มันเลยทำให้เราวน แต่ตอนนี้พอความเป็นซีรีส์คนรับได้หมดแล้ว คนดูวิเคราะห์เอง อะไรเอง แล้วก็เปิดรับ พี่ว่ามันทำให้คอนเทนต์เราขยายตัวได้มากขึ้นในการเล่า”

ซึ่งเรื่องนี้คุยกับพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ พี่หน่อง อรุโณชา ไหม เพราะว่าเหมือนหัวใจเดียวกัน ความรู้สึกเดียวกัน คุยกันหรือยัง?
“คุยกันมาโดยตลอดค่ะว่าเราจะสู้กันยังไง เราก็ให้กำลังใจกันมาโดยตลอด แล้วเราจับมือกันกันอยู่อย่างเหนียวแน่น”

ถือว่าเป็นข่าวดี ทั้งคนจัด ทั้งคนดู ที่รอให้วงการกลับมาเหมือนเดิม?
“ถือว่าเป็นข่าวดีของทุกบริษัทที่เกี่ยวเนื่อง ของผู้จัด ของผู้ผลิต ของนักแสดง ของสินค้าที่เราจะเอามา แล้วก็ของการท่องเที่ยวเมืองไทย”

ถามถึง อาจิ๋ม (มยุรฉัตร) หน่อยตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
“อาจิ๋มแข็งแรงดีนะคะ ขอบคุณที่ห่วงใย ก็สุขภาพแข็งแรงดีแต่ก็ตามอายุเนอะ แต่พี่จ๋า (ยศสินี) กับเจ็ท (ณัฐพงศ์) ดูแลคุณแม่อย่างดีมาก ทั้งครอบครัวเลย แล้วมีหลานมาเป็นกำลังใจให้”

ไปเยี่ยมบ่อยไหม?
“เอาจริงๆ ไม่บ่อยค่ะ เพราะว่าพี่อยากให้แกได้พักผ่อน ทุกคนจะสลับกันไป ใช้คำว่า เพื่อนแกก็เยอะ ลูกแกก็เยอะ ทุกคนสลับกันไป เพราะฉะนั้นถ้าเราไปบ่อยๆ อาจิ๋มไม่ได้พักผ่อน”

อาจิ๋มสีหน้าดูสดใสขึ้นไหม?
“สดใสนะ แต่ว่าบางที ด้วยมุมกล้องหรือบางกล้องอะไรอย่างนี้ แต่จริงๆ แล้วพี่จะบอกว่าสุขภาพดีมาก เพียงแต่ว่าอาการ ทางสมองบ้างที่ต้องประคองกันไป ตามอาการค่ะ ไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะที่บ้านดูแลกันอย่างดีมาก”

ท่านจำได้ปกติไหม?
“ใช้คำว่าปกติคงไม่เหมือนเดิมเนอะ แต่ก็มีจำได้นะ”

เวลาพี่นกไปหา พี่คุยอะไรบ้าง หรือมีทักพี่นกยังไงบ้าง ที่รู้สึกว่าอาจำได้?
“มี พี่จะชอบไปเปิดเพลงละครให้ฟัง ไปเปิดไอ้นู่นไอ้นี่ให้ดู แล้วบางทีก็แบบว่านี่ไง อย่างนั้นอย่างนี้ แกจำได้ แกมีเมมโมรี่ที่เก็บไว้”

มีโอกาสจะหายกลับมาปกติ 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิมไหม?
“พี่ไม่แน่ใจเหมือนกัน ก็ไม่ได้ทราบข้อมูลจากแพทย์ แต่พี่ว่ารักษาให้อยู่ในทรงอย่างนี้ถือว่าดีแล้วนะ สำหรับอาการทางสมอง พี่ก็กลัวอยู่”

หมายความว่ามันทำให้เรากลับมามองตัวเองด้วย?
“มันทำให้เรากลับมาอยากรักษาสุขภาพมากขึ้น เพราะว่าเดี๋ยวนี้เนอะ ไม่รู้โรคนี้มันยังไม่มียารักษา”

ตอนนี้พี่นกมีอะไรน่าเป็นห่วงไหม?
“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ ของตัวเราเอง เราแค่กังวล กลัวเอง”