หน้าแรก บันเทิง นุ่น-หลุยส์ แ...

นุ่น-หลุยส์ แถลงทั้งน้ำตา เปิดสาเหตุสูญเสียลูกในครรภ์ เกิดจากภาวะมดลูกแตก

29.01.26 | 15:31 น.

‘นุ่น-หลุยส์’ แถลงทั้งน้ำตา เปิดสาเหตุสูญเสียลูกในครรภ์ เกิดจากภาวะมดลูกแตก

จากกรณีที่ นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล และ หลุยส์ สก๊อต ได้แจ้งข่าวการสูญเสียบุตรสาวคนแรก ซึ่งเดิมมีกำหนดคลอดในช่วงวันที่ 23–24 มกราคมที่ผ่านมา ล่าสุดในวันนี้ (29 ม.ค. 2568) ได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อชี้แจงและอัพเดตเรื่องการสูญเสีย ณ ห้องประชุมบัญชา ล่ำซำ อาคาร 2 ชั้น 6 โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท

โดยมี พญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท รวมถึง นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จาก PWS Clinic Bangkok ร่วมให้ข้อมูลทางการแพทย์

นุ่น รมิดา ได้เผยว่า นุ่นกะว่าจะไม่ร้องไห้ตั้งแต่เริ่ม ตามที่เชิญมาเลยค่ะพี่ เราสูญเสียลูก วันนี้ต้องขอโทษพี่ ๆ ด้วยที่ไม่ได้ให้ถามคำถามอะไรเลย ขอเริ่มเรื่องแบบกระชับและเข้าใจง่าย จริงๆ นุ่นวางแผนกับสมิติเวชว่าจะผ่าคลอดวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา นุ่นไม่ได้ฝากครรภ์ที่สมิติเวช สุขุมวิท นะคะ เพราะอย่างที่พี่ ๆ รู้กันว่านุ่นมีคลินิกเป็นของตัวเอง ที่ดูแลตั้งแต่ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ผู้มีบุตรยาก รวมถึงการฝากครรภ์ นุ่นจึงเลือกฝากครรภ์กับคลินิกตัวเอง โดยมีคุณหมอณัฏฐ์เป็นผู้ดูแลตั้งแต่เริ่มต้น ส่วนรายละเอียดการฝากครรภ์เป็นยังไง นุ่นขอให้คุณหมอเป็นคนให้รายละเอียด

Advertisement

ด้านนพ.ณัฏฐ์ เปิดเผยว่า เพื่อเคารพสิทธิของผู้ป่วยและครอบครัว ผมขออนุญาตเล่าในข้อเท็จจริงและการดูแลตามมาตรฐานทางวิชาชีพ ตลอดเวลาที่ฝากครรภ์มา พี่นุ่นมาฝากครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ มากับพี่หลุยส์ สก๊อต ในทุกเดือนในช่วงไตรมาสแรก เรามุ่งเน้นดูเรื่องชีพจร ความดัน และประเมินสุขภาพทารก ซึ่งการประเมินทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติมาโดยตลอด อย่างที่สื่อมวลชนและทุกท่านทราบดี พี่นุ่นเคยมีประวัติเนื้องอกในมดลูกและเคยผ่าตัดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว นั่นเป็นความเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ทีมแพทย์ พี่นุ่น และพี่หลุยส์ รับทราบข้อมูล และทีมแพทย์เฝ้าระวังติดตามความเสี่ยงนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ซึ่งใกล้คลอดแล้ว เราติดตามถี่ขึ้นทุกสัปดาห์ โดยประเมินน้ำหนักทารกและประเมินการบีบตัวของมดลูก ซึ่งไม่พบความผิดปกติหรือการหดรัดตัวของมดลูกใด ๆ

ในระหว่างนั้นเราได้ประสานงานกับทีมโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อวางแผนการคลอดในช่วงวันที่ 24 มกราคม และเผื่อกรณีฉุกเฉิน เช่น ปวดท้อง เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด พี่นุ่นสามารถเข้ารับการรักษาที่สมิติเวช สุขุมวิท ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทางโรงพยาบาลเป็นอย่างดี

จนกระทั่งวันเกิดเหตุ คือวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระยะเวลาที่อายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด พี่นุ่นมีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดและปวดท้องรุนแรงจนวูบเกือบหมดสติ ผมได้รับการประสานงานจากพี่หลุยส์ จึงรีบวางแผนและประสานกับทีมโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อให้มารับตัวโดยฉุกเฉิน ซึ่งทีมโรงพยาบาลเข้ามารับตัวในระยะวิกฤตได้ทันท่วงที หลังจากนี้ผมขออนุญาตให้ทีมสูตินรีแพทย์ของโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท นำโดยอาจารย์ปานวาด เป็นผู้ชี้แจงในประเด็นภาวะฉุกเฉินครับ

พญ.ปานวาด กล่าวว่า ในช่วงระหว่างที่ฝากครรภ์ ได้มีการประสานงานกับทางโรงพยาบาลสมิติเวชเพื่อส่งต่อข้อมูล หากมีเหตุฉุกเฉินคุณนุ่นจำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล หมอได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแล และจะขออนุญาตเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 มกราคม เพื่อให้ทุกท่านเข้าใจตรงกัน

ช่วงสายของวันนั้น คุณหมอณัฏฐ์โทรมาแจ้งว่าคุณนุ่นมีอาการปวดท้อง จุกแน่นทั่วท้อง และมีอาการวูบ ทางโรงพยาบาลจึงประสานรถฉุกเฉิน พร้อมคุณหมอฉุกเฉินออกไปรับคุณนุ่นที่บ้าน คุณหมอฉุกเฉินแจ้งว่า ณ ขณะนั้นคุณนุ่นมีภาวะความดันโลหิตต่ำมาก อยู่ที่ 80/40 มิลลิเมตรปรอท หัวใจเต้นเร็วมาก 140 ครั้งต่อนาที และเริ่มมีอาการหายใจเร็ว

เมื่อรวมกับประวัติที่คุณหมอณัฏฐ์แจ้งว่าคุณนุ่นเคยผ่าตัดนำก้อนเนื้อที่มดลูกออก ทำให้มีแผลที่ตัวมดลูก ทีมจึงสงสัยว่าน่าจะมี ภาวะมดลูกแตก ซึ่งทำให้เสียเลือดในช่องท้องมากและเป็นสาเหตุของความดันโลหิตที่ต่ำลง ทีมจึงเตรียมห้องผ่าตัดฉุกเฉิน ทีมคุณหมอผ่าตัด ทีมคุณหมอเด็ก และคุณหมอดมยา เพื่อให้การรักษาทันทีที่คุณนุ่นมาถึง

เมื่อมาถึงเราพาคุณนุ่นไปยังห้องผ่าตัดเลย ก่อนหน้านั้นเราได้ทำอัลตราซาวนด์เพื่อประเมินสัญญาณชีพของทารกในครรภ์ และ ณ ตอนนั้นเราตรวจไม่พบสัญญาณชีพของทารกในครรภ์แล้ว แต่เราจำเป็นต้องตัดสินใจผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตคุณแม่ไว้ก่อน

เราทำการผ่าตัดคลอดทารกออกมา พบว่ามีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก เมื่อตรวจที่ตัวมดลูกพบว่ามีแผลขนาดใหญ่ เป็นแผลปริแตกที่บริเวณด้านหลังของมดลูก ซึ่งมีเลือดออกจากบริเวณนั้น ทางทีมได้ทำการเย็บซ่อมตัวมดลูกที่ฉีกขาด ใช้เวลาในห้องผ่าตัดประมาณ 3 ชั่วโมงจนสามารถหยุดเลือดได้ รวมถึงทีมคุณหมอดมยาได้ให้เลือดและสารน้ำปริมาณมากเพื่อรักษาสัญญาณชีพให้คงที่จนพ้นระยะวิกฤต

แต่เนื่องจากการเสียเลือดมาก จึงต้องรักษาต่อในห้อง ICU เพื่อให้เลือกอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนจากการให้เลือดปริมาณมาก โดยหลังจากนั้นเราพบว่าคุณนุ่นมีอาการน้ำท่วมปอดจากการได้รับเลือดและสารน้ำปริมาณมาก จึงยังไม่สามารถถอดท่อช่วยหายใจได้ ขณะนั้นมีทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ ทั้งคุณหมอ ICU, คุณหมอโรคปอด, โรคเลือด และโรคติดเชื้อ ร่วมดูแลรักษาคุณนุ่นวันนั้น จนสัญญาณชีพดีขึ้น ภาวะน้ำท่วมปอดดีขึ้น และสามารถนำท่อช่วยหายใจออกได้ คุณนุ่นรักษาตัวใน ICU 4 วัน และพักฟื้นรวมทั้งหมด 6 วัน จึงสามารถกลับบ้านได้

ในช่วงท้าย นุ่น รมิดา ยังได้เผยอีกว่า เกือบไม่ได้มีโอกาสมานั่งคุยกับพี่ๆ แบบนี้แล้ว สาเหตุก็มาจากมดลูกแตกจากการที่เคยผ่าตัดมา ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนที่ให้กำลังใจ แบตเตอรี่สำรองทำงานหนักมาก ทุกคนส่งกำลังใจมาให้เราทั้งหมด นุ่นไม่รู้จะตอบแทนยังไง และต้องขอโทษที่ไม่ได้ตอบไลน์หรือ DM แต่เราเห็นทุกอย่างค่ะ

นุ่นไม่อยากให้ทุกคนเศร้าไปกับข่าวนี้ เพราะมันผ่านเวลามาแล้ว ที่ผ่านมามันเศร้ามาพอแล้ว วันนี้ที่เราแถลงข่าวเพราะอยากให้ทุกคนได้ฟังความจริง ไม่อยากให้ไปนับหนึ่งสองสามว่ามาจากการตั้งครรภ์แบบนั้นแบบนี้ มันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนุ่น และไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับคนที่ตั้งครรภ์ในไตรมาส 3 ทุกคน มันแค่มาแจ็กพอตที่นุ่น ถือว่าเป็นอุทาหรณ์และสัญญาณเตือนให้คนที่เคยผ่าตัดเหมือนนุ่นให้ระวังตัวมากขึ้น

สำหรับอนาคต ตอนนี้เราโฟกัสเรื่องสุขภาพนุ่นเป็นหลัก เพราะเสียเลือดไปเยอะต้องฟื้นฟูร่างกาย ถ้าถามว่าอยากมีลูกกันอีกไหม มันยังมีหวังอยู่ค่ะ ไม่ใช่ว่าวันนี้จะไม่มีลูกแล้ว นุ่นแค่คิดว่าจะเลือกมี หรือโฟกัสที่ชีวิตคู่ดี ตอนนี้ยังให้คำตอบไม่ได้ รู้แค่ว่าคนที่อยู่เคียงข้างและเป็นห่วงนุ่นที่สุดคือหลุยส์ เพราะเขาต้องผ่านการรับรู้ข้อมูลที่มันไม่รู้ว่าจะไปคู่หรือจะเป็นยังไง เพราะฉะนั้นให้เวลาเรา ให้กำลังใจเราผ่านจุดนี้ไปให้ได้ นุ่นเคยสูญเสียมาเยอะ ชีวิตเราต้องไปต่อได้ เราจะกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้งแน่นอน

สุดท้ายขอบคุณ ผอ.สมิติเวช ทีมแพทย์ คุณหมอปานวาด และทีมสมิติเวชทุกคนที่ดูแลนุ่นดีมาก ขอบคุณพี่ ๆ นักข่าว ขอบคุณ FC และคนที่ไม่รู้จักเราที่ส่งกำลังใจมาให้ และนุ่นอยากวอนพี่ๆ สื่อมวลชนให้ความเห็นใจเรานิดหนึ่ง น้องไม่อยู่แล้ว (ร้องไห้) นุ่นไม่อยากให้ขึ้นรูปน้องบนสื่ออีกแล้ว เห็นแค่รูปเราสองคนก็พอ