หน้าแรก บันเทิง บุ๋ม ปนัดดา ถ...

บุ๋ม ปนัดดา ถอดสายน้ำเกลือ ลุยจับคนร้าย-ผุดศูนย์ต้านภัยพิบัติ 30 ไร่ที่เชียงราย

29.01.26 | 18:05 น.

‘บุ๋ม ปนัดดา’ ถอดสายน้ำเกลือ ลุยจับคนร้าย-ผุดศูนย์ต้านภัยพิบัติ 30 ไร่ที่เชียงราย รับเคยโดนยื่นเสนอซื้อตัว 40 ล้านให้ลงเล่นการเมือง

หลังจากที่ บุ๋ม ปนัดดา เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นการด่วน เนื่องจากอาการภูมิแพ้กำเริบ ที่เกิดจากสาเหตุฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงนี้ ทำให้เจ้าตัวได้แอดมิตโรงพยาบาลด่วน ล่าสุด หลังจากอาการป่วยดีขึ้น เจ้าตัวก็ได้ถอดสายน้ำเกลือ ออกมาลุยงานต่อไม่มีพัก พร้อมลงพื้นที่ปิดเคสสุดสะเทือนใจ หลังพบเบาะแสคนร้าย ซึ่งเป็นระดับ ชรบ. หมู่บ้าน ทำมิดีมิร้ายกับเด็กหลายราย และมีพฤติกรรมสุดอำมหิตใช้ปืนข่มขู่เด็ก นอกจากนี้บุ๋มและองค์กรทำดียังลุยทำ “ศูนย์ต้านภัยพิบัติที่เชียงราย” บนเนื้อที่ 30 ไร่ เพื่อเป็นจุดอพยพถาวรและศูนย์กระจายความช่วยเหลืออีกด้วย เมื่อเจอบุ๋ม ปนัดดา ที่มาทำงานของ “Dr.JiLL” ที่ 99 Home Studio117 (รามอินทรา ซ.117) ก็ได้ตอบทุกประเด็น

เรื่องสุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง?

“สุขภาพโอเคมากๆ เลย ถ้าพูดถึงความแข็งแรง เพราะล่าสุดเพิ่งตรวจสุขภาพค่ะ ตรวจสุขภาพแบบ Fully Package ฉลอง 50 ปีของดิฉันนะคะ คุณหมอบอกว่านี่สำหรับคนอายุ 60 นะ เราบอกไม่เป็นไร เราอยากรู้ เพราะเราใช้ร่างกายเราหนักมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผลการตรวจคือเพอร์เฟคทุกอย่าง แฮปปี้มาก ดิฉันชนะหมู่มวลทั้งมาร ทั้งมารผจญ ทั้งน้ำท่วมตึก 2 ชั้น จะยังไงก็ตาม จะตึกถล่ม จะชายแดน ลูกปืน BM ผ่านหัว วิ้วว้าว ปนัดดาชนะหมด แพ้ฝุ่นค่ะ มาแพ้ไอ้ตัวเล็กๆ ในอากาศแค่นี้ จากการที่มีถ่ายโฆษณาวันหนึ่ง แล้ววันนั้นเป็นวันแรกที่ฝุ่น PM หนักมากในกรุงเทพฯ เราพอดี แล้วบุ๋มต้องถ่ายแบบถ่ายอยู่นอกตึกเลย กลางสี่แยกราชดำริเลย ก็เลยน็อกเลย พอสักประมาณ 4 โมงเย็นเริ่มมีไข้ขึ้น จากการที่หลอดลมเริ่มอักเสบ แล้วก็ไวกับภูมิแพ้ ก็เลยทีนี้รู้สึกว่าพูดไปไอไป และเสมหะหนักมาก ก็เลยต้องเริ่มหายใจไม่ค่อยออก ก็เลยได้ไปแอดมิตค่ะ คุณหมอก็เลยจับแอดมิตเลย ก็เลยอยู่โรงพยาบาลยาวแล้วก็งดเยี่ยม

พอคำว่างดเยี่ยมเท่านั้นแหละ ข่าวก็ตีกันไปว่าดิฉันอยู่ ICU ดิฉันอยู่ห้องปกติหรูหราสบายนะคะ โรงพยาบาลอัพเกรดให้ ขอบคุณมากเลย ไม่ได้เจ็บป่วยหนักอะไรขนาดนั้น เพียงแต่ว่าห้ามพูดค่ะ เพราะพูดปุ๊บเนี่ยจะไอ ไอหนักมากแล้วไอแบบตัวโยนเลย ใครที่เคยผ่านภาวะนั้นคุณจะทราบดีว่ามันทรมานมาก แล้วมันก็จะยิ่งกระตุ้นการอักเสบของหลอดลมค่ะ คุณหมอก็เลยรู้ว่าดิฉันเพื่อนเยอะค่ะ คนรักเยอะก็เลยงดเยี่ยมดีกว่าค่ะ ไม่งั้นก็ต้องมานั่งตอบคำถาม ตอบสัมภาษณ์ หรือคนมาเยี่ยม ขนาดบอกงดเยี่ยมยังมีข้อความถามกันมาเยอะมากว่ามาได้ไหมอย่างนี้ค่ะ คุณหมอก็เลยเขียนว่างดเยี่ยมดีกว่า”

Advertisement

ไม่ได้แอบไปตัดกระเพาะอะไรใช่ไหม เพราะเห็นงดเยี่ยมปิดห้องเลย?

“ตัดไม่ไหว ตัดกระเพาะดิฉันไม่ไหวจริงๆ ดูแผลได้นะคะไม่มี เปิดหน้าท้องให้ดูได้ ตัดกระเพาะไม่ต้องแล้วค่ะ เพราะน้ำหนักลงเยอะแล้ว แล้วก็ชีวิตไม่ต้องต้องการจะผอมขนาด 40 กว่า เพราะตอนประกวดก็เกือบ 60 อยู่แล้วนะคะ ดิฉันก็ใหญ่สุดในเวทีอยู่แล้วค่ะ ก็ไม่ได้แบบว่าต้องมานั่งตัวเล็กตัวน้อยอะไรอย่างนี้ เพียงแต่ว่าที่บอกว่างดเยี่ยมจริงๆ เพราะอย่างที่เห็นทุกคนจะเห็นว่าดิฉันพ่นกุ๊กไก่ คือต้องพ่นยาเยอะมากค่ะ”

 

มีคนสงสัยเรื่องไปปักปากกาอะไรอย่างนี้?

“อ๋อ ไปตัด ไปปัก ก็เล่าให้ฟังหมดเลยค่ะ ถ้าตัดกระเพาะคงไม่ใช่ค่ะ แต่ถามว่าเคยคิดกลืนบอลลูนไหม ใช่ เพราะเป็นคนที่ชอบกินจุกจิกๆ อะไรอย่างนี้ค่ะ โชคดีที่มาเจออินซูเน่ (Inzune) พอดี เลยทำให้นิสัยชอบกินจุกจิกๆ ของเรา มันช่วยได้เยอะเลย เพราะตัวนี้จะทำให้เรางดการกินจุกจิกค่ะ หรือต่อให้กินไปมันก็จะตัดพวกน้ำตาล พวกแป้งให้เรา 40% อย่างนี้ค่ะ เราก็เลยรู้สึกว่ามันเข้ากับนิสัยเรามากกว่า

ถ้าตัดกระเพาะมันจะมีผลกับร่างกายในระยะยาว บุ๋มไม่ได้ห้ามเรื่องตัดกระเพาะนะ แต่หมายถึงว่าใครตัดเนี่ยคุณต้องศึกษาดีๆ นะว่าตัดแล้วจะเป็นยังไง คุณต้องดูแลร่างกายคุณยังไงบ้าง ทุกอย่างข้อดีข้อเสียของมันหมด

อย่างปักปากกา บุ๋มเคยปักค่ะ นานมากแล้ว มีช่วงหนึ่งถ้าเกิดใครสังเกตเมื่อก่อนท้องอาเธอร์ จะมีช่วงหนึ่งที่บุ๋มวึบลงมาหน่อยหนึ่ง แต่ถ้าเราไม่เลิกนิสัยการกิน มันกลับมาอีก พอคุณเลิกปักปุ๊บ มันก็จะบึ้บกว่าเดิมอีกค่ะ เพราะเราด้วยความมั่นใจสันดานดิฉันไม่สามารถหยุดกินได้ พูดตรงๆ นิสัยอย่างเดียวไม่ได้แล้วเพราะมันอยู่ติดนิสัยประจำตัวมา บุ๋มก็เลยคิดว่าขนาดปากกาแล้วยังไม่ได้ผลกับปนัดดาเนี่ย ก็เลยต้องมานั่งคุยกับตัวเองแล้วค่ะว่าอายุ 50 แล้วเราจะทำอะไร เรายังจะใช้นิสัยเดิมๆ อยู่ไหม อย่าเอาเรื่องกินมาเป็นข้ออ้างกับตัวเองอยู่ไหม ให้รางวัลตัวเองดีกว่าอย่างที่ทุกคนเห็น และนี่ก็คือรางวัลของบุ๋ม”

แสดงว่าที่ผ่านมาเราก็พยายามที่จะลดน้ำหนักมาตลอด

“พยายาม (ปักปากกาเรามาก่อน?) โห ตั้งแต่รุ่นแรกแล้วจ้ะ อะไรมาใหม่ปนัดดาลองหมด อะไรรุ่นแรก ปนัดดาลองมาหมดทุกอย่างแล้ว ไอ้ที่แบบทำไปร้องคร่ำครวญไปดิฉันผ่านมากหมดแล้วค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้วคุณหมอจะรักดิฉันมากค่ะ มีอะไรมาใหม่ในประเทศไทยจะเรียกปนัดดาก่อนเลย ปนัดดาลองให้หมดแล้วนะคะ ประชาชนไว้ใจได้ค่ะว่าอันไหนคือถ้าแม้กระทั่งวงวัคซีนทุกอย่างที่มาในประเทศไทยแรกๆ ปนัดดาจะโดนเรียกก่อนเลยนะคะ ดังนั้นคุณถามปนัดดาได้กับประสบการณ์ชีวิตทุกอย่างที่ผ่านให้คุณแล้วค่ะ

ดังนั้น บุ๋มก็เลยมาสรุปกับตัวเองว่าต่อให้มีอะไรดีๆ แค่ไหน แต่ถ้าเราไม่ปรับตัวเอง ทุกอย่างคือจบ แค่นั้นเอง แต่ก็พอมาปรับตัวเอง มาคุยกับทาง ดร.จิลเขา ว่าบุ๋มจะจริงจังแล้วนะ และทาง ดร.จิลเองเขาก็จริงจังกับเรื่องนี้ ซึ่งปกติเขาทำแต่สกินแคร์เนาะ ใช่ไหมคะ เขาก็มาเรื่องของสุขภาพจริงจัง”

ทำไมลูกชาย(น้องอเล็กซ์)ร้องไห้หนักขนาดนั้นตอนแม่อยู่โรงพยาบาลครับ

“อเล็กซ์ คือร้องไห้หนักมากค่ะ เพราะเขาไม่เคยเห็นเราป่วย ต้องบอกก่อนนะคะตั้งแต่มีน้องอเล็กซ์มา บุ๋มไม่เคยป่วยอะไรอย่างนี้เลยค่ะ แล้วก็เด็กไม่เข้าใจค่ะว่าไอ้ตัวพ่นน่ะคืออะไร แล้วเขาไม่ยอมให้เราอยู่บนเตียงคนป่วย แต่ถ้าเกิดใครดูคลิปห้องพยาบาลที่บุ๋มอยู่ มันจะมีเตียงคนเยี่ยมใหญ่มาก เขาให้เรานอนเตียงคนเยี่ยมแต่ไม่ให้นอนเตียงคนป่วยค่ะ เพราะเขารู้สึกว่าแม่ห้ามป่วย แม่ห้ามเป็นอะไร แล้วยิ่งพอเราใส่นี่ ร้องแบบเหมือนเราไม่เคยเห็นเขาร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน คนเป็นแม่ปวดใจเลย เราก็เลยบอกคุณหมอ บอกว่าเอาอย่างนี้ขอออกจากโรงพยาบาล เพราะเราก็อยู่มาหลายวันแล้วเนาะ 4 วันแล้ว ก็ขอออกจากโรงพยาบาลแล้วก็เดี๋ยวอีกวันค่อยกลับมาพ่นยาที่โรงพยาบาลตอนที่น้องไม่เห็นดีกว่า เพราะสงสารลูก เขาร้องไห้แบบเราก็จะใจจะขาดน่ะ เขาร้องไห้หนักมาก”

เรื่องที่เชียงราย เมื่อวานหลายคนบอกว่าแม่ออกจากโรงพยาบาลแล้วลงพื้นที่เลยเหรอ?

“ใช่ เพราะมันมีเคสเกี่ยวกับเด็กค่ะ ดิฉันต้องไปจับผู้ร้าย แล้วเมื่อวานเราก็จับได้สักประมาณช่วงบ่าย 3 เราจับผู้ร้ายได้ 1 รายที่ทำมิดีมิร้ายกับเด็กค่ะ เราก็เลยรู้สึกว่าเราต้องไปลุยเอง เพราะเคสนี้เราต้องเจอเด็กด้วยอะไรด้วย เพราะเด็กเองเสียขวัญมากๆ เลย แล้วก็เป็นคนที่เบื้องหน้าหน้าตาดีค่ะ ดีมากเลยแหละ แล้วก็พูดจาดี เป็น ชรบ. คือคนที่ช่วยดูแลหมู่บ้านอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วก็มีอาวุธอยู่ในมือ ข่มขู่เด็กด้วยอาวุธปืน เราก็เลยรู้สึกว่าเราต้องลงไปลุยเอง แล้วก็ลงไปเจอเด็กเองด้วย แล้วเด็กมีสภาวะจิตใจที่ร้องไห้ไม่หยุด ร้องแบบตัวโยน 3 คนอย่างน้อยที่มาเจอดิฉันแล้ว ยังมีรายอื่นที่ยังไม่ได้แจ้งเข้ามาอีก ซึ่งดิฉันเชื่อว่าน่าจะมีอีกจากพฤติกรรมที่ทำ ก็เลยคิดว่าขอบคุณผู้การมานพด้วย ที่จัดการทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วด้วย เพราะเคสแบบนี้เราทิ้งไว้นานไม่ได้ เพราะเด็กก็จะเสียหายมากขึ้น เรารวบผู้ชายคนนั้นเลยที่ทำ ก็ยังมีการพร่ำเพ้อว่าคงไม่ได้ใช้เฟซบุ๊กอีกนาน

น้องๆ ตอนนี้ก็อยู่ในการดูแลค่ะ แล้วก็แม่บุ๋มก็ช่วยดูแล อย่างที่บอกว่าลูกสาวที่อยู่ในกลุ่มแบบนี้จะเยอะมากสำหรับแม่บุ๋มที่ดูแลทั่วประเทศ เราไม่ได้อยากได้ลูกสาวกลุ่มนี้เพิ่มนะคะ เอาพูดตรงๆ เพราะนั่นหมายถึงว่าเขาต้องโดนทำลายมา เพียงแต่ว่าเราต้องให้พลังกันค่ะ เราต้องบอกว่าขอบคุณที่เขากล้าหาญที่ออกมาแจ้งความ ขอบคุณที่เขากล้าที่จะพูดมันออกมาว่าเขาเจออะไรกับเหตุการณ์แบบนี้ เพราะถ้าไม่ทำเขาจะไปทำคนอื่นอีก ดังนั้นเราต้องหยุดค่ะ แล้วเด็กที่ดิฉันเจอ คนเล็กสุดนี่แค่ 10 ขวบเองนะคะ เด็กมากค่ะ 10 ขวบเท่านั้นเอง ทำได้ยังไงอะ ดังนั้นเราก็เลยรู้สึกว่าไอ้นี่คือโรคจิตค่ะ เราก็เลยต้องจัดการ

แล้วก็ต้องไปทำศูนย์ต้านภัยพิบัติที่เชียงรายด้วย ศูนย์ต้านภัยพิบัติที่เชียงราย เราได้พื้นที่มา ได้รับบริจาคมานะคะ เกือบ 30 ไร่ค่ะ ทางศูนย์ต้านภัยพิบัติเนี่ยก็คือเป็นความตั้งใจมาสักพักแล้ว เพียงแต่ว่าปีที่ผ่านมาหลังจากที่ดูผ่านเรื่องน้ำท่วมเอย เรื่องชายแดนเอย มันหนักหน่วงสำหรับบุ๋มมากเลยสำหรับการลงพื้นที่ ก็เลยไม่ได้ขึ้นไปที่เชียงรายสักทีหนึ่ง

แต่เพียงแต่ว่าด้วยประสบการณ์การลงพื้นที่มันทำให้เรารู้ว่าเวลาที่น้ำมันท่วมจริงๆ เนี่ย คำถามแรกที่กู้ภัยทุกคนถามบุ๋มก็คือ แม่ เอาคนอพยพไปไหน? บุ๋มตอบไม่ได้ แล้วถ้าเกิดไปทางภาครัฐ แล้วถ้าเกิดเขาเลือกตั้งแล้วเปลี่ยนอีกล่ะ? มันก็จะเหมือนที่ผ่านๆ มาทุกๆ ครั้ง ถูกไหม

ก็เลยทำศูนย์ต้านภัยพิบัตินี้ขึ้นมา ในกรณีฉุกเฉินที่มีอะไรเกิดขึ้น คนสามารถวิ่งมาที่นี่ได้เลยโดยที่แม้กระทั่งสัญญาณมือถือโดนตัดแบบที่หาดใหญ่ คือถ้าให้อพยพ ไม่รู้จะไปไหน วิ่งมาศูนย์ของเราอะไรอย่างนี้ค่ะ โดยที่อย่างน้อยยายกับหลาน หลานอยู่ที่โรงเรียน ยายอยู่บ้าน อย่างน้อยวิ่งมาเจอกันได้ ว่าให้มาอยู่ที่ตรงนี้ ต่อให้สัญญาณมือถือตัดก็ตาม เนี่ยจะเป็นที่ที่เป็นเซฟโซนสำหรับพวกเขาทั้งหลาย แล้วของที่เอาไปลง ของบริจาคที่เอาไปลง ก็จะไม่ต้องไปค้างกับนักการเมืองเหมือนสมัยก่อนที่ในประสบการณ์ของเราก็คือ พอไปลงตาม อบต. อบต.ก็กั๊กไว้ เราก็ถามว่าทำไมไม่รีบแจก สิ่งที่เจอคือ อบต.บอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแจกอะไรแบบนี้

เราก็เลยรู้สึกว่าเราต้องมีโซนที่เอาของไปลงเพื่อแจกพี่น้องประชาชนโดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับใครที่ต้องมากักของไปแจกพวกตัวเองหรือแจกนักการเมืองหรืออะไร ก็จะเป็นโซนนั้น แต่ถ้าไม่มีภัยพิบัติ ตรงนั้นนะคะจะเป็นศูนย์เทรนนิ่งค่ะ กู้ภัยตัวน้อยค่ะ เพราะในพื้นที่แต่ละที่ควรจะมีกู้ภัยตัวน้อยในการดูแลพื้นที่ได้รวดเร็วที่สุด อย่างน้อยเขาต้องเซฟตัวเองเป็น ผูกเชือกไม่ให้ตัวเองไหลไปกับน้ำหรืออะไร หรือพาคุณตาคุณยายออกจากน้ำได้เร็วกว่าเรา เพราะยิ่งชั่วโมงแรกมันจะเร็วที่สุด มันจะช่วยได้เร็วที่สุดถูกไหมคะ เราจะสร้างกู้ภัยตัวน้อยค่ะ

แล้วก็นอกเหนือจากนั้นเนี่ยเราจะทำเป็นศูนย์พัฒนาเยาวชนนะคะ จะมี Tracking ให้เขาเหมือนเข้าค่ายลูกเสืออย่างนั้นด้วย แต่ค่าตอบแทนค่ะ ขอเป็นการปลูกป่าคืนแม่นะคะ ไม่เอาตังค์

พี่บุ๋มคิดไหมว่า หรือเราจะเป็นนักการเมืองให้จบๆ ไป จะได้มีอำนาจบริหารเต็มที่?

“มีคนพูดเยอะมากว่าการที่บุ๋มทำแบบนี้ บุ๋มทำได้แค่ทีละจุด จุดเล็กจุดน้อย แค่ของในมุมขององค์กรทำดีทำอะไรอย่างนี้ แต่ถ้าบุ๋มไปเป็นนักการเมือง บุ๋มจะทำได้ทั้งเป็นนโยบายทั้งประเทศหรืออะไรอย่างนี้

คือถ้าเราเข้าไป แล้วเราก็เจอคนเดิมๆ ที่มันบริหารอยู่ตรงนั้น คือต้องเข้าใจว่าการเป็นนักการเมืองมันไม่สามารถไปปรับเปลี่ยนนักการเมืองประจำได้ ข้าราชการประจำได้ทันที แล้วถ้าเกิดข้าราชการมันเป็นบล็อกของเขาอยู่ล่ะ แล้วเข้าไปปุ๊บแล้วเจอข้าราชการประจำที่มันทำเป็นรูทีนอยู่แล้ว ดิฉันต้องไปตบตีกับเขาอย่างนี้เหรอ เหนื่อยคูณสองอะ แล้วเจ้าหน้าที่เขาก็ต้องยิงดิฉันตายภายใน 3 วันแรก คุณก็รู้ดิฉันตรงขนาดไหน ดิฉันตรงมาก ดิฉันแบบอะไรไม่ดีก็แฉ พูดตรงๆ นิสัยอย่างนี้ ดังนั้นให้แม่รอดปลอดภัยอย่างนี้ดีแล้วลูก ให้แม่ยังได้ทำงานเพื่อสังคมอย่างนี้ของแม่ต่อไป เพราะรู้นิสัยตัวเองว่าเราไม่ทนกับคนไม่ดี แค่นั้นเอง เราไม่ทนกับคนไม่ดี ดังนั้นถ้าตรงนั้นคนไม่ดีเยอะไหม ทุกคนรู้คำตอบอยู่แล้ว ดิฉันจะไปตีกับเขาเพื่ออะไร”

มีคนเคยมายื่นข้อเสนอไหม?

“มีมาเสนอ ที่เคยยื่นมาคือ 40 ล้านค่ะ เราก็ไม่กล้าตอบเขานิ่งไปเลยค่ะ เพราะเขาผู้ใหญ่มาก (แต่ก็มองว่ามันคือความไม่โปร่งใส?) ไม่หรอกค่ะ เพียงแต่ว่าเรามองแค่ว่า เรานึกไม่ออกว่าเราจะไปอยู่ตรงนั้นทำอะไร 40 ล้านนั่นคงจะเอาเราไปเป็นวอลเปเปอร์ตรงนั้นมากกว่า แต่เราไม่เห็นภาพเราตรงนั้นได้”

ทุกวันนี้เจอหน้าเขาแม่รู้สึกยังไง?

ก็เฉยๆ ไหว้เหมือนเดิมค่ะ บอกแล้วว่าวงการมายาดิฉันก็เก่งในระดับหนึ่ง อันนี้คือนานแล้วนะ ไม่ต้องไปตามตัวนะว่าพรรคไหน ถ้าเขาจ่ายเรา 40 ล้าน บุ๋มนึกภาพไม่ออกค่ะว่าเขาจะไปเอาจากประชาชนเท่าไหร่ มันไม่มีทางที่จะซื้อคนราคา 40 ล้านเพื่อไปยืนเพื่อเอาเงินเดือน สส. 4 ปี 5 ล้านกว่าบาท คุ้มตรงไหน”

แสดงว่า 7,500 ที่ซื้อเสียงก็มีจริง?

“7,500 ไม่ทราบ ทราบแต่ 3,000 บางทีดิฉันก็สัมภาษณ์เหมือนกันนะคนที่รับซื้อ ว่าทำไมถึงต้องรับตังค์ เขาบอกว่าพื้นที่เขามีให้เลือก 2 คน คนหนึ่งก็ 1,000 อีกคนก็ 1,000 แล้วเราถามว่าทำไมต้องรับ เขาบอกพอไม่รับปุ๊บเนี่ย สมมุติพอไม่รับปุ๊บคนนี้ดันได้ที่ 1 อย่างนี้ แล้วคราวหน้าพอเขาจะไปดำเนินการเรื่องที่ดินมันไม่ช่วย มันถือว่าไม่เป็นพวกเดียวกับมัน มีเรื่องอย่างนี้ด้วย มันก็เป็นเรื่องที่น่าศึกษาเนาะประเทศไทยเนาะ”