เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม นางศศิมาพร เชาว์มานะเดช อายุ 44 ปี พาเด็กหญิงชญาดา เชาว์มานะเดช หรือน้องตั้งใจ อายุ 11 ปี ลูกสาว เรียนที่โรงเรียนรุ่งอรุณวิทยา ปากช่อง ชั้น ป.5 เป็นผู้สื่อข่าวและพิธีกรเยาวชนรายการสุขสโมสรทางช่อง 3 แฟมิลี่ เข้าพบ พ.ต.ท.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รอง ผกก.สส. สภ.ปากช่อง เพื่อเข้าแจ้งความ จากกรณีมีคนร้ายที่แฮกข้อมูลจากเฟซบุ๊กของน้องตั้งใจ แล้วนำไปลงเฟซหลอกลวงกลุ่มเพื่อนทางเฟซบุ๊กว่ากำลังเดือดร้อนต้องการใช้เงิน ขอยืมเงินจำนวนตั้งแต่ 500-2,000 บาท เป็นจำนวนหลายราย โดยมีภาพจากหน้าจอมือถือ ที่เพื่อนๆ ในกลุ่มเฟซที่ถูกขอยืมเงินส่งมาให้ดู รวมถึงหมายเลขบัญชีทางธนาคารที่คนร้ายใช้ในการให้โอนเงินให้ ระบุเป็นบัญชีของ น.ส.อารีรัตน สมพรม หมายเลขบัญชี 1192456579 ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยไม่ระบุสาขา ซึ่งทำให้ครอบครัวและลูกสาวเสื่อมเสียชื่อเสียง โดย พ.ต.ท.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รอง ผกก.สส. ได้รับเรื่องไว้ในเบื้องต้นแล้วได้พาไปพบ ร.ต.อ.ครรชิต พินิจ รอง สว.(สอบสวน) เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะได้ติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี

นางศศิมาพร เชาว์มานะเดช มารดาของน้องตั้งใจ กล่าวว่า ได้สมัครเฟซบุ๊กไว้ให้น้องตั้งใจเอาไว้ใช้ทำงานข่าวและงานด้านการกุศลต่างๆ โดยใช้ชื่อ “ชญาดา เชาว์มานะเดช น้องตั้งใจ” ซึ่งเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 60 ที่ผ่านมาโดนแฮกไปแล้วครั้งหนึ่ง และในวันนี้ 11 พ.ค. เวลา 10.00 น. ปรากฏว่าเฟซบุ๊กของน้องตั้งใจใช้ไม่ได้โดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นไม่นานก็มีเพื่อนในกลุ่มเฟซโทรมาสอบถาม บางคนได้แคปภาพหน้าจอส่งมาให้ดูทางไลน์ พร้อมสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งตนก็ได้ตอบกลับไปว่า ที่มีเฟซไปขอยืมเงินนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะน้องตั้งใจลูกสาวก็มีเงินของตัวเองที่ได้มาจากการจัดรายการทางช่อง 3 และรายได้จากอื่นๆ ฝากในบัญชีของธนาคาร และไม่ได้เดือดร้อนขนาดนั้น และได้พยายามแจ้งเตือนไม่ให้หลงเชื่อไปตามสื่อต่างๆ แล้ว พร้อมกันนี้ได้พาน้องตั้งใจมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้แล้ว
ด้าน พ.ต.ท.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รอง ผกก.สส. เปิดเผยว่า จากกรณีมีการแฮกข้อมูลจากเฟซบุ๊กแล้วนำไปหลอกลวงผู้อื่นเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ยืมเงิน ที่ สภ.ปากช่อง มีผู้มาแจ้งความไว้แล้วเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา เช่น คุณธัญดา ประจวง หรือดาว กล้วยน้ำหว้า นักธุรกิจที่มีชื่อเสียงในสังคม คณะกรรมการองค์กรต่างๆ มากมาย โดยหลอกลวงขอรับบริจาครายละ 2,000 บาท จำนวนหลายราย ถือว่าการหากินลักษณะนี้เป็นภัยต่อสังคม ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และได้มอบหมายให้ตำรวจชุดสืบสวนออกหาข่าวติดตามคนกลุ่มนี้มาดำเนินคดีให้ได้ คาดว่าคงหนีไม่พ้นได้ตัวมาแน่นอน


