หน้าแรก บันเทิง ไก่ ณฐพล-ทีมป...

ไก่ ณฐพล-ทีมปากุมแภด ปลุกพลังสร้างสรรค์ ทำคลิปรณรงค์ประชามติ หวังเป็นกระบอกเสียง ชู กาเห็นชอบ

3.02.26 | 16:17 น.

‘ไก่ ณฐพล’ – ‘ปากุมแภด’ ปลุกพลังสร้างสรรค์ ทำคลิปรณรงค์ประชามติ หวังเป็นกระบอกเสียงให้ปชช.ตื่นตัว ชู ‘กาเห็นชอบ’

ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่กำลังคึกคัก อีกหนึ่งคอนเทนต์ที่หลายคนพูดถึงในโซเชียลคงหนีไม่พ้นคลิปสั้นจากทีม ปากุมแภด ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของคนทำสื่อและศิลปิน นักแสดงชื่อดัง ที่อยากใช้พื้นที่ของตัวเองเป็นกระบอกเสียงทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเชิญชวนให้คนไทยไปเลือกตั้งลงประชามติ กาเห็นชอบ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

เมื่อ มติชนออนไลน์ มีโอกาสพูดคุยกับ ไก่ ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับมากฝีมือและหนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดังกล่าวถึงที่มาที่ไปของโปรเจกต์ รวมถึงมุมมองต่อบทบาทของศิลปินและคนทำสื่อในการออกมาใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียเป็นกระบอกเสียงทางสังคมและการเมืองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประเทศ

เห็นคลิปที่ทางทีมปากุมแภดออกมาทำคอนเทนต์เป็นกระบอกเสียงเรื่องการออกเสียงประชามติที่กำลังจะถึงนี้ อยากทราบถึงที่มาที่ไปว่าเริ่มจากอะไร?

“เริ่มต้นจากเราเห็นความเปลี่ยนแปลงของการเมืองช่วงนี้ และเราเห็นว่าการรณรงค์ประชามติที่ทำโดย iLaw เขารณรงค์อย่างแข็งขัน ส่วนตัวผมรู้จักกับคุณเป๋า ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ (iLaw) อยู่แล้ว วันหนึ่งเขาทักมาหาผมว่าช่วยหน่อย แต่ไม่รู้ว่าช่วยยังไงก็ได้

Advertisement

ผมรู้สึกว่าเขาหยัดยืนทำงานรณรงค์มาต่อเนื่องมาก เราในฐานะคนทำหนัง ทำสื่อ จริงๆ ผมก็อยากทำอะไรเกี่ยวกับการเลือกตั้งอยู่แล้ว พอคุณเป๋า ยิ่งชีพทักมา ก็รู้สึกว่าถึงเวลาแล้วมั้งที่น่าจะต้องช่วย มีส่วนร่วม เลยได้แลกเปลี่ยนกับน้อง วิเวียน ทิพากร ไชยประสิทธิ์ นักแสดงในซีรีส์ “สงครามส่งด่วน” ที่ผมกำกับ เราคุยเรื่องการเมืองมาตลอด และเห็นคลิปที่แม่แนนน้องสมาร์ททำเป็นละครสั้นรณรงค์ รู้สึกว่าเราทำแบบนี้ก็ได้

จากที่ก่อนหน้านี้เราทำโปรเจกต์ติ๊กต็อกสั้นๆ ให้กับคุณคมสันต์ ลี เรามีทีมอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่ามาทำเรื่องประชามติดีกว่าเพื่อช่วยพี่เป๋า จึงเกิดการรวมทีมกันทำสิ่งนี้”

ได้คุณเอม ภูมิภัทร กับคุณณัฏฐ์ กิจจริตมาร่วมงานได้ยังไง?

“จริงๆ ผมเพิ่งร่วมงานกับณัฏฐ์ กิจจริตมา ส่วนเอมก็รู้จักกันอยู่แล้ว บังเอิญเจอกันตอนวิ่งเพื่อรัฐธรรมนูญใหม่ที่ iLaw รณรงค์ที่สวน เลยถือโอกาสลองเกริ่นดูว่าเอมสนใจไหม เพราะเอมมีความแอคทีฟเรื่องการเมือง ส่วนณัฏฐ์ก็เช่นเดียวกันจากการคุยส่วนตัว เลยชวนมาเลยครับ เพราะรู้จักเป็นส่วนตัวทั้งคู่อยู่แล้ว”

นอกจากนี้ยังมีคนดังมาร่วมเยอะมาก?

“จริงๆ เรามีความเกรงใจศิลปินนักแสดงทุกท่าน เพราะอาชีพของเขาใช้ต้นทุนทางสังคมเยอะ การแสดงออกมีเส้นที่เขาอาจจะเซ้นส์ซิทีฟกว่าคนเบื้องหลังแบบเรา ของเราพูดไปคนก็ไม่ได้ติดภาพ หรือไม่ได้เสี่ยงเท่าพวกเขา

เราพอรู้อยู่แล้วว่าเขาสนใจด้านการเมืองและกล้าแสดงออกเรื่องนี้ เลยชวนได้ไม่ยาก แต่ก็มีบางคนที่เราไม่แน่ใจว่าเขาคิดยังไง พอทักไปเขาก็ตอบรับมาอย่างเต็มที่ ผมรู้สึกดีใจมาก นอกจากคนในคลิปแล้ว ยังมีคนที่ทักมาหลังไมค์เยอะเหมือนกันที่อยากแสดงออก ในฐานะคนเบื้องหลังผมรู้สึกดีใจครับ

เราอยากให้เกิดพลังแบบนี้ ให้การรณรงค์ประชามติเป็นเรื่องเบสิกสำหรับประชาชนคนไทย หลายคนอาจไม่รู้หรือไม่เข้าใจชัดพอเลยไม่กล้าพูด หรือรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัว แต่การทำ ‘ปากุมแภด’ ที่ดูเหมือนจะไร้สาระหรือตลกๆ เราอยากสร้างพื้นที่ในการมีส่วนร่วมให้คนทั้งในวงการบันเทิงและคนที่สนใจแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะแสดงออกยังไง ให้เขาเข้ามาร่วมกันได้โดยไม่ต้องเคร่งเครียดหรือซีเรียสเกินไปครับ”

หลังจากคลิปออกไป ฟีดแบ็กดีมาก หลายคนชื่นชอบและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนในโซเชียลมีความตื่นตัวอยากจะไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ดีใจไหมกับการตื่นตัวครั้งนี้?

“ดีใจครับ ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำมีผลมากหรือน้อย แต่ผลลัพธ์มันชัดและเรามองเห็นร่วมกันแล้ว การที่ประชาชนออกมาให้ความสนใจเรื่องการเลือกตั้ง หรือประชามติที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เราหวังว่าอย่างน้อยเราได้มีส่วนร่วมเล็กๆ ที่ช่วยเป็นกระบอกเสียง กระจายข่าว ทำให้คนรู้สึกตื่นตัวขึ้น เราไม่รู้หรอกว่าจำนวนมันแค่ไหน แค่คนหนึ่งลุกขึ้นไปกาเห็นชอบ เราก็รู้สึกพึงพอใจแล้วครับ”

ในฐานะคนทำสื่อ มองยังไงกับการที่คนดังใช้พื้นที่โซเชียลออกมาเป็นกระบอกเสียงในประเด็นสังคม โดยเฉพาะการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติครั้งนี้?

“ผมคิดว่าศิลปินนักแสดงที่มีชื่อเสียงเขามีต้นทุนทางสังคมสูง ผมเคารพพื้นที่ส่วนตัวของทุกคน การเมืองเป็นเรื่องเซ้นส์ซิทีฟ ในการแสดงความคิดเห็นใดๆ ก็ตาม เข้าใจมากๆ ว่าทำไมใครที่ไม่กล้าพูด หรือกังวลผลกระทบต่อชีวิต อันนี้เป็นเรื่องปกติและไม่ควรว่ากล่าวกัน

แต่พอเป็นเรื่องประชามติ ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องพื้นฐานมาก ทีมเราพยายามอยากทำให้สิ่งนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่คนออกมาพูดได้เหมือนการชวนไปเลือกตั้ง ถ้าเราทำให้ความกลัวหายไปอย่างน้อยแค่ในสเต็ปนี้ สุดท้ายมันอาจเป็นบันไดขั้นแรกให้คนที่มีชื่อเสียงรู้สึกว่าการสร้างความตระหนักรู้ทางการเมือง หรือการชวนคนมารณรงค์ไม่ว่ายืนอยู่ฝั่งไหน เป็นเรื่องที่ทำได้ในสังคมที่มีการแลกเปลี่ยนกันอย่างสร้างสรรค์ เราก็ทำในสิ่งที่เราทำได้และเคารพจุดยืนของทุกคน”

มีความกังวลบ้างไหม พอออกมาพูดเรื่องนี้?

“ส่วนตัวผมเป็นคนเบื้องหลัง ไม่ได้กังวลอะไรเลยครับ เพราะประเด็นการรณรงค์ประชามติแก้รัฐธรรมนูญเป็นสิ่ง เบสิกมากๆ ที่ทุกคนควรเห็นพ้องต้องกันด้วยซ้ำ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นผลพวงของคณะรัฐประหาร ถ้าใครเห็นด้วยกับรัฐประหารก็อาจไม่เห็นด้วยกับการเขียนใหม่ทั้งฉบับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งเบสิกที่ไม่น่ามีอะไรต้องกลัวในการออกมาเรียกร้องครับ”

ในฐานะคนวงการบันเทิง อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการอย่างไรบ้าง?

“ผมหวังว่าคลิปตลกๆ ในติ๊กต็อกที่เข้าถึงง่าย และมีนักแสดงหลายคนที่เสียสละมาร่วมกับเรา ผมหวังว่าอย่างน้อยที่สุดจะเป็นบันไดขั้นแรกที่ทำให้ศิลปิน นักแสดง หรือคนมีชื่อเสียงคนอื่นรู้สึกว่าการรณรงค์เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว หรือสิ่งที่ทำไม่ได้ มันควรเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในสังคม ถ้าหวังการเปลี่ยนแปลง ทุกคนเห็นว่าเราออกมารณรงค์อย่างสนุกสนาน อย่างมีอารมณ์ขันได้ แต่ด้วยความเข้าใจและมองเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ นั่นคือสิ่งที่ผมคาดหวังครับ”

สุดท้ายอยากให้เชิญชวนไปเลือกตั้งและออกเสียงประชามติวันที่ 8 ก.พ.นี้

“ผมขอใช้คำพูดในคลิปแล้วกันครับ ‘สองใบแรกจะกาอะไรไม่ส่อหล่อแส่แหล่ แต่ใบที่สาม ใบสีเหลืองกาเห็นชอบ’ ครับ”