หน้าแรก บันเทิง เอม วิทวัส เป...

เอม วิทวัส เปิดปมในใจ โดนดารารุ่นพี่พูดใส่หน้า รับเคยมีเรื่องกระทบจิตใจ จนเป็นภาวะซึมเศร้า

9.02.26 | 10:39 น.

‘เอม วิทวัส’ เปิดปมในใจ โดนดารารุ่นพี่พูดใส่หน้า รับเคยมีเรื่องกระทบจิตใจ จนเป็นภาวะซึมเศร้า

เอม ตามใจตุ๊ด  หรือ วิทวัส รัตนบุญบารมี มาร่วมพูดคุยในรายการ คุยแซ่บโชว์ อัพเดตสภาพจิตใจของเพื่อนรัก จ๊ะ นงผณี หลังคุณพ่อของนักร้องสาวประสบอุบัติเหตุ พร้อมย้อนเส้นทางกว่าจะมาเป็นดาราท่านนึงในทุกวันนี้ เคยโดนดารารุ่นพี่ ไม่ขอเอ่ยชื่อพูดใส่หน้าว่าเป็น ‘ดาราเกรดซี’

ผอมโซ๊ะ ผอมเร็วแบบนี้ ติดยาหรืปเปล่า?

“มันก็เป็นประเด็นทั่วไป ซึ่งถ้าใครถาม เราก็บอกว่าผอมลง แต่ก็มีคอมเมนต์จากชาวเน็ตว่าเราติดยา หนูก็เลยอยากถามตัวเองเหมือนกันว่า ถ้าช่วงเวลาที่หนูติดยา หนูจะเอาช่วง เวลาที่ดีด เอาไปทำอะไร แล้วยังคิดว่า เรามีเวลาว่างไปนั่งเล่นยาเลยหรอ ที่ผอมเพราะออกกำลังกายบ้าง แล้วก็มีวิทยาศาสตร์บ้าง เราก็อยากผอมเพราะว่ามันจะได้ใส่เสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น เทรนด์เสื้อหมากำลังมา เพราะย้อนกลับไปที่เราอยากลดน้ำหนัก ตอนที่เราขึ้นคอนเสิร์ต เราย้อนกลับไปดูรูป มันเหมือนคนอมฮอลล์ และยิ่งในโปสเตอร์หนัง ยิ่งดูอ้วนเข้าไปใหญ่ ก็เลยลงมาเรื่อยๆ และเราเองก็ชอบหุ่นตัวเองตอนนี้มาก ซึ่งก็มีคนบอกว่าอยากให้เราอ้วนขึ้นนิดนึง แต่เรารู้สึกโอเคกับหุ่นแบบนี้แล้ว“

แล้วเวลาเจอคอมเมนต์ในด้านลบ  เราแพ้เสียงในหัวจนต้องไปตอบกลับไหม?

Advertisement

”มันออนได้ไหมคะ อาทิเช่น ถ้าหุ่นดีที่สุด คงเป็น แ-่งมึงแล้วมั้งคะ แล้วบางคนมาเมนต์ว่าตาแข็งมาก ก็อยากจะบอกว่ามึงต้องรู้จักคำว่าคอนแทคเลนส์ก่อน รู้จักโบท็อกไหม ดูหน้ากล้องอาจจะพอดี แต่เจอตัวจริงอาจจะผอมกว่า“

อีกเรื่องหนึ่งคือเรากับจ๊ะ เราเริ่มสนิทกันตอนไหน?

”เริ่มจากการที่ไปถ่ายเอ็มวีด้วยกันชื่อเพลง ไม่แรดอยู่ยาก เขาทักมาว่าให้เราไปถ่ายเอ็มวีให้หน่อย ก่อนหน้านี้เราก็รู้จักเขาอยู่แล้ว เพราะเราก็รู้สึกว่าอิคนนี้ทำไมแรงจังวะ ตอนแรกเริ่มรู้จักกันก็เริ่มใช้คำว่าคุณ ต่างคนต่างเรียกคุณ แล้วมาเริ่มสนิทจริงๆ พอเขาย้ายมาอยู่หมู่บ้านเดียวกับเรา และเราสองคนคือ ถ้าคนนึงสุดมาก อีกคนก็จะเบา ก็ช่วยกันเบรค แล้วคือย้อนกลับจากการที่เรียกคุณ แล้วมาเรียกมึง ประมาณอาทิตย์หนึ่ง ก็เปลี่ยนสรรพนามแล้ว เพราะว่าเราไม่เคยมองว่าเขาเป็นเพื่อนในวงการ แต่เรามองว่าเขานี่แหละคือเพื่อนของเราจริงๆ“

พอจ๊ะ เป็นใบเบิกทางทำให้เอมตามใจเข้าสู่วงการ?

”คือต้องพูดแบบนี้มาก่อนว่า เรามีวงมาก่อน เราก็แค่รับรีวิวร้านแล้วก็เล่นตามร้านไปด้วย ช่วงนั้นปะติดปะต่อจ๊ะมาพอดี และเวลาเราไปออกงานคู่กัน เชื่อไหมว่าหนูกับจ๊ะไม่ได้นั่งรถตู้คันเดียวกัน เรากันการที่เราต้องใกล้กันจนเกินไป หนูว่าแบบนี้น่ะ แต่เราก็โทรคุยกันตลอด ซึ่งหนูก็คิดว่ามันก็คงไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของหนู แล้วหนูก็ไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของมัน แล้วหลายคนบอกว่าอีนี่เป็นคนมีพิษมีภัย แต่จริงๆ นางเป็นคนดีนะ นางเป็นคนขี้เกรงใจ“

แล้วเวลาจะมีเรื่องความรักเขาก็จะมาปรึกษาเราตลอด ?

”เขาไม่ได้ปรึกษา เขาจะมาเล่าให้ฟัง ว่าคนนั้นดียังไงคนนี้ดียังไง เหมือนมาอวด เราก็ว่าดีตามเขาบอก แล้วคนล่าสุด หลายคนเรียกว่าท่านประธาน แต่หนูเรียกว่าจั่นเจา หน้ามันเหมือนนะ เจอครั้งแรก มันล็อคคอกรอกเหล้าหนู ก็บอกจ๊ะไปว่าโต๊ะนั้นมันไม่เลิศเลย มันกรอกเหล้ากูเกือบตาย จ๊ะเค้าบอกว่าคนไหนหรอ ใครมาทำเพื่อนกู แป๊บเดียว… มันมาเล่าให้ฟังว่ามึงจำโต๊ะนั้นได้ไหม (หัวเราะ) แล้วที่รู้มาคือผู้ชายไปไหว้ที่คำชะโนด บอกว่าขอสิ่งดีๆ สงสัยตอนนั้นปู่ไม่อยู่มั้ง เลยได้อีนี่มา“

แล้วพอมีท่านประธานเข้ามาจะเขาเปลี่ยนไปเยอะไหม ?

“หนูอยู่กับมันมา พวกคาเฟ่แบบนี้มันจะไม่แวะ จ๊ะนงมณีจะฉี่บนรถตู้ จะไม่กินในร้าน ให้ทีมงานเอามาให้ที่รถตู้ พอโทรไปถาม ว่าอยู่ไหนอ่ะ เรามากินชาบู ใช้คำว่าเราเลยหรอ หรือถามว่าอยู่ไหน อยู่คาเฟ่ นี่ก็คิดว่ามึงนี่นะไปคาเฟ่หรอ แล้วก็เริ่มแต่งตัว เรียกว่ามอม ถามว่าคลั่งรักไหม มันเกินคำนี้ไปแล้ว”

อย่างล่าสุดที่จ๊ะเขาเจอวิกฤต ?

“เรื่องของพ่อเขาใช่ไหม  และเอื้อก็ทักมาว่าพ่อจ๊ะโดนรถชน เราก็คิดว่าจริงหรือเปล่า ก็เลยโทรหามันเลย มันก็ร้องไห้ เป็นคนที่ชอบแบกรับทุกอย่างไว้กับตัวเองตัวเอง เราก็ให้กำลังใจบอกว่าใจเย็นๆมึงทำดีแล้ว ซึ่งเราก็ไปหาเขาที่โรง พยาบาล เขาบอกว่าไม่ต้องมาแต่เราก็แอบไป คนก็ถามว่าเอมให้กำลังใจจะยังไง เพราะในส่วนของพ่อเราให้กำลังใจ แต่ในส่วนของจ๊ะเราก็บอกว่าให้กินข้าว แล้วทุกวันนี้ก็ทักไปว่าโอเค กูรักมึงนะ กูอยู่นี่นะ แล้วเวลาเราออกไปข้างนอก เราก็ไม่อยากให้คนถามเรื่องนี้มาก เพราะคนที่เล่น TikTok ก็ตีความกันไปเรื่อย ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าความจริงแล้วมันคืออะไร ก็เลยรู้สึกว่าอย่าถามกันดีกว่า ถ้าอยากเชื่อแบบไหนแบบไหนก็เชื่อกันไป สุดท้ายให้มองว่าเขาดูแลพ่อยังไง”

แล้วฉายา เอม ตามใจตุ๊ด มาจากไหน?

“ก่อนจะมาเป็นยูทูปเบอร์ เราเริ่มมาจากโซเชียลแคม แล้วรุ่นน้องที่ชื่อเนตร ก็บอกให้เรามาถ่ายรายการให้หน่อย และเราก็ไม่ใช่สายสวัสดีค่ะ เป็นตัวเราเองเลย ไม่ถึงชั่วโมงคลิปทะลุแสน เราสองคนบอกว่าเลิศมาก สักพักคลิปโดนลบ เหมือนมีคำหยาบ อีเนตรโดนไล่ออก (หัวเราะ) มันเกินคำสั่งของเขา แล้วที่ลบไม่น่าจะใช่แพลตฟอร์ม เขาคงรู้สึกว่ามันรุนแรงเกินไป สรุปทีมอิเนตรก็ตกงานทั้งทีม ก็เลยบอกว่ามึงถือกล้องตามกูมาแล้วคุยผ่านหนังกล้อง เริ่มจากราชบุรี ไม่มีสคริปต์อะไร และคลิปแรกที่ออนไป 5 ชม. ล้านวิว”

อย่างเวลามีคนชอบก็คือชอบ  แต่คนไม่ชอบก็เยอะ เรารับมือยังไงบ้าง?

“แรกๆ มาเถอะ  ฉันจะด่ากลับให้หมด แต่สุดท้ายแล้วมันคือไม่ใช่ว่าเราสู้ไม่ไหว แต่เรารำคาญ มันเสียเวลา ด่าเสื่อ หมอน วิวภูเขา ฟ้องไปได้แค่รำถวาย คือถามว่าบั่นทอนไหม ในทุกๆวันคือรำคาญ แต่อย่ามาโดนครอบครัวหนู อย่ามาโดนคนรอบตัวหนู คือว่าเราต้องอยู่ในตู้อบหรอถึงจะรู้สึกว่าเราสะอาดจังเลย ก็อยากจะด่ากลับแล้ว แต่ก็อยากให้เดินมาด่าต่อหน้ามากกว่า มาเลยคนไหนที่เกลียดหนู ให้เดินมาด่าต่อหน้า หรือถามมาเลยว่าอยู่ไหน เดินมาตบเลยดีไหม เดี๋ยวจ่ายค่ารถให้ หนูไม่อยากให้มาด่าตามโซเชียล เพราะว่ามันตามตัวไม่เจอ มันรำคาญ”

ซึ่งเรื่องเหล่านี้มันก็ทำให้เรากระทบจิตใจ ถึงขั้นเราป่วยเลย?

“อย่างตอนนั้นตามใจตุ๊ดเราแตกกับเนตร หนูก็ต้องขอโทษทุกคนด้วยว่า ตอนนั้นที่หนูโกหก ที่บอกว่าหนูเหนื่อย จริงๆ เรามีปัญหากัน แล้วตอนนั้นหนูต้องเจอนักข่าว คำถามที่ต้องเจอคือแยกวงหรือเปล่า หนูก็เลยโทรหาที่บ้านว่าหนูไม่อยากรับงานแล้ว จะกลับไปอยู่บ้าน มันเป็นเหมือนภาวะเลย แต่พอรู้เรื่องค่าใช้จ่าย เราฮีลตัวเองดีกว่า แล้วตอนซึมเศร้า เราก็ไม่อยากได้อะไรเลย มันเหมือนหมดอาลัยตายอยาก”

พอมาเป็นดาราท่านหนึ่ง ก็โดนผู้ใหญ่มองแรง? 

“หนูเคยโดนว่าดาราเกรดซี เขาพูดประมาณว่า กูไม่ใช่ดาราเกรดซีอย่างมึง แต่เขาอาจจะพูดเล่นละมั้ง แล้วตอนนั้นเราใหม่มาก ตอนนั้นในใจเลยคิดว่าขอดู เกรด A หน่อยไหม แค่ไปเจอตามงานงานหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ร่วมงานกัน เพราะอย่างพี่คนที่เค้าว่าเรา เราเคยเจอเขามาก่อน เรารู้สึกว่าเขาเลิศนะ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าชอบเขาขนาดนั้น หลังจากนั้นก็เจอเขา แต่เค้าอาจจะลืมคำพูดของเขาหรือเปล่า เพราะว่าเค้าอาจจะเมา ก็ไม่ได้ถือสา หรือเก็บมาคิดอะไรมาก แต่ก็ไม่ใช่เธอต้องพัฒนาเป็น เกรด A นะ เพียงแต่ว่าหนูจำได้ ว่าเขาเคยพูดอะไร”

วันนี้เราสำเร็จแล้วหรือยัง ?

“หนูรู้สึกว่าสำเร็จในทุกๆครั้ง ที่คนอื่นให้โอกาสหนู เราดีใจทุกครั้งที่มีคนติดต่อมา เราคิดว่านั่นแหละคือทำให้เราประสบความสำเร็จในทุกครั้ง ดาราถามว่าเราชอบไหม ชอบ แต่เราก็เขิน แต่หนูคิดว่าเราเป็นอาชีพรับจ้าง เพราะว่าถ้าเราคิดว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว หนูจะรู้สึกว่าไม่อยากทำอะไรต่อ หนูก็เลยต้องหาเส้นทางที่มันเปลี่ยนไป เรื่องน้องเพลงเราก็ไม่ชอบ แต่สุดท้ายก็ต้องทำ แต่ถ้าทำอะไรเดิมๆ เรารู้สึกว่าเราหมดความสามารถ”

แล้วเรื่องความรัก  เอม-เอื้อ เป็นยังไงบ้าง?

“เราคบกันมา 15 ปี จากวันนั้นจนวันนี้มันต่างกันเยอะมาก มันจะมีใน TikTok เอมเอื้อเลิกกันแล้วหรอ พอเราโตขึ้น หนูก็บอกเขาว่าเราเปลี่ยนโฟกัส ไม่ใช่จะมาจูงมือกัน ที่บอกว่าเปลี่ยนโฟกัสคือ หนูต้องโฟกัสที่บ้านมากขึ้น ปู่กับย่าก็แก่ขึ้นในทุกวัน แล้วก็อยากให้เขาโฟกัสในสิ่งที่เขาต้องการ ซึ่งเขาก็เคยพูดว่าเขาอยากจะจับมือกับเราแก่ไปจนตาย หนูก็เลยบอกว่า ตอนนี้เราอยู่ เรามาช่วยกันหาความประสบความสำเร็จของแต่ละคนดีกว่า เขาก็เลยพูดกับเราว่า แต่ก่อนเราไม่มีเงินเรายังอยู่กันได้เลย หนูก็บอกว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วไหม ทุกอย่างมันต้องโตขึ้น”