หน้าแรก บันเทิง ไม่โสดนานแล้ว...

ไม่โสดนานแล้ว ต่าย ชุติมา เผยดูใจนาน 6 ปี เข้ากับลูกสาวได้-ยินดี ‘ทิม พิธา’ มีรักใหม่

13.02.26 | 11:01 น.

ไม่โสดนานแล้ว ต่าย ชุติมา เผยดูใจนาน 6 ปี เข้ากับลูกสาวได้-ยินดี ‘ทิม พิธา’ มีรักใหม่

ถูกจับตาเรื่องความรักอยู่ตลอด สำหรับ ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ อดีตภรรยา ทิม​ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ตั้งแต่ลุ้นว่าทั้งคู่จะมีโอกาสรีเทิร์นหรือไม่ จนกระทั่งล่าสุด ที่ฝ่ายชายออกปากมีความรักครั้งใหม่แล้ว แถมชาวเน็ตก็พยายามส่องว่าสาวคนดังกล่าวนั้นเป็นใคร ล่าสุด เมื่อ ต่าย มาร่วมงาน IB Tea Tree x Cica Calming Soothing Gel ที่​วารีน่า สตูดิโอ​ รามอินทรา 62 เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์เผยเรื่องเซอร์ไพรส์ว่าตนเองก็หัวใจไม่ว่างแล้วเช่นกัน

“วาเลนไทน์นี้มีไปทริปต่างจังหวัดค่ะ (ยิ้ม) ก็มีคนพาไป แต่ว่าลูกไปด้วย จริงๆ ไม่เหงามานานแล้ว แต่ว่าไม่มีใครถาม (ยิ้ม) ก็แฟนใหม่ค่ะ​ เขาเป็นคนธรรมดานี่แหละที่เข้าใจเราและเราเข้าใจเขา​ เป็นคนนอกวงการค่ะ คบกันมาก็นานแล้ว​ นี่ก็จะฉลองวันวาเลนไทน์ปีที่ 6 แล้ว​ คือเรารู้สึกว่าถ้าสถานการณ์มันยังไม่ชัวร์​ เราก็เก็บไว้ก่อน​ เพราะเดี๋ยวเราจะหน้าแตกเองไง ถ้าถามว่าตอนนี้ชัวร์หรือยัง มันก็นานแล้วนะ ก็มีออนๆ ออฟๆ แต่สุดท้ายแล้วก็คือมีความเข้าใจกัน​ เขาก็มีความเป็นทุกโมเมนต์ให้เราได้ ทั้งเป็นเพื่อน มีความเป็นผู้ใหญ่ปรึกษาได้​ เขามีความเข้าใจสูง เป็นคนใจดี​ อารมณ์เย็น​ ใจดีกับลูกเราด้วย

ไม่ได้ลงรูปเพราะเกรงใจเขาด้วย เขาเป็นอินโทรเวิร์ต​ เรารู้ว่าเขาน่าจะไม่ชอบ ก็เลยไม่ได้ลงอะไร​ เขาโอเค​ แต่เราบางทีอาจจะงงๆ นิดนึง​ เหมือนเราเคยคบคนที่แบบเปิด​ แต่อันนี้ก็รู้สึกว่า เอ๊ะ อันนี้คือใช่หรือเปล่านะ​ (หัวเราะ) มันก็มีช่วงที่เบรกความสัมพันธ์ไปค่ะ​ แล้วก็กลับมาคุยกันใหม่หลายรอบ​ ก็รู้สึกว่ามันก็มีความพัฒนาหลายๆ ด้าน​ เขาก็ดูแลเราดีขึ้น​ ไม่ได้เผลอพูดว่าเป็นแฟน เราก็ลงไอจี แต่แค่ว่าไม่ได้ลงใคร​ ลงแค่ว่าเรามาฉลองวาเลนไทน์ แต่ลงเราคนเดียว​ และเราคงไม่ไปทานข้าวคนเดียววาเลนไทน์ (หัวเราะ) ถามว่าที่ผ่านมา 6 ปีไม่เหงาเลยมั้ย​ ก็ถ้าช่วงออฟก็เหงา​ ก็มีช่วงสั้น​ ช่วงยาวๆ แต่ไม่อยากพูดเยอะ​ ไม่อยากให้กระทบกระเทือนจิตใจ​ ก็มีความสุข​ รู้สึกว่าความรักที่ดีมันต้องประมาณนี้แหละ​”

ยังคาดหวังโมเมนต์ขอแต่งงานอยู่ไหม?
“โมเมนต์ขอแต่งงานเหรอ​ จริงๆ​ เขาเคยขอแล้วที่เคยออกข่าวไปตอนนั้น แต่ก็รู้สึกเป็นความผิดเราด้วยที่ตอนนั้นเราก็แบบอาจจะยังนะ​ แต่มาคิดว่าจะยังทำไมตอนนั้นน่ะ​ (กัดฟันพูด) ตอนนี้ก็เหมือนดูๆ​ กัน​ ศึกษากันไปเรื่อยๆ เพราะรู้สึกว่าไม่รีบเนอะ แต่ว่าทุกวันนี้มันดีอยู่แล้ว​ เขาดูแลเราดีมากกว่าคู่แต่งงานอื่นๆ​ อีก​ ถ้าเขามาขอเหรอ​ เดี๋ยวมันก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ​ เดี๋ยวเขากดดัน​ แต่ถ้าขอจริงๆ​ ก็จะตอบว่าแต่งค่ะ​ แต่เขาไม่ขอไง​ (หัวเราะ) เขาเข้ากับลูกเราได้จริงๆ​ ก็ชอบ ใจดี น่ารัก​ เขาก็สปอยล์ทั้งเราแล้วก็ทั้งลูก​ ก็ชนะใจ​ เขาใจดี ตามใจ มีขอบเขตแต่ตามใจซะส่วนใหญ่

Advertisement

เรารู้ว่าเขาไม่รีบ และทุกวันนี้มันดีมากๆ แล้ว​ เราไม่รีบเพราะว่าเราก็ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ที่รู้สึกว่าการแต่งงานอาจจะไม่ใช่คำตอบเสมอไป​ แต่ก็เป็นคนชอบโมเมนต์หวานๆ โรแมนติก​ ไม่อยากพูดเยอะ เดี๋ยวเขากดดัน แต่ไม่ต้องกลัวเหมือนครั้งที่แล้วว่าจะปฏิเสธ ไม่ต้องมีปมอะไรทั้งนั้น (หัวเราะ)”

ขออนุญาตถามถึง ทิม พิธา พอเขามีข่าว หลายคนนึกถึงเราทุกที?
“ก็รู้สึกว่าทีเราทำไมไม่ไปโยงถึงเขาบ้าง ทำไมเราต้องโดนโยงอยู่คนเดียว แต่ก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา​ จริงๆ​ ก็รู้สึกว่ามันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา แค่เราห่วงในสถานะว่าเขาจะต้องมาใกล้ชิดลูกเรามากกว่า​ แต่กับลูกเราก็จะคุยกับเขาทุกเรื่อง​ เหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่งของเขาที่เราสามารถแชร์ความรู้สึก​ แชร์อะไรทุกอย่างกับเขาได้​ ก็เลยรู้สึกว่าลูกก็มีความเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจเราด้วยว่าสถานการณ์มันเป็นยังไง เกิดอะไรขึ้น​ แล้ววิถีชีวิตธรรมชาติของคนที่จะต้องดำเนิน มูฟออนไปข้างหน้ามันเป็นยังไง ถ้าพ่อแม่จะมีใครใหม่​เขาเข้าใจ แค่ขอให้พูดเขาตรงๆ​ ไม่ต้องหลอกว่าเป็นเพื่อน​ อย่างของเราตอนที่ออนๆ ออฟๆ ก็จะไม่ค่อยให้เจอลูกรู้สึกว่าให้ชัวร์ก่อน”

ได้คุยกับอดีตสามีเรื่องนี้มั้ยว่าถ้าไม่มั่นใจยังไม่อยากให้เจอลูก?
“ไม่ เราไปแนะนำอะไรเขาได้ล่ะ​ (หัวเราะ) แต่ก็ยังช่วยกันดูลูกเหมือนเดิม​ ข่าวฝั่งเขาก็เห็น ถ้าไม่เห็นไม่ได้เนอะ​ ก็ยินดีอยู่แล้ว​ เราก็ถามลูกว่าเป็นใครเหรอ​ (หัวเราะ) เพราะเราก็คุยกับลูกทุกเรื่องไง​ ลูกก็รู้พร้อมเรา​ ก็ดี​ เรารู้ว่านิสัยเขาเป็นไง​ มีก็ดี​ แต่ก็ถามลูก​ ลูกก็บอกว่ายังไม่รู้​ ลูกก็รู้พร้อมข่าว”

กับน้องพิพิมตอนนี้ยังไงบ้าง?
“จะให้น้องไปเรียนที่ต่างประเทศ​ เราให้ไปทดลองประมาณ 5 เดือน​ คือยังไม่ได้จะให้ไปเรียนต่อตอนนี้ค่ะ​ แต่มีการคุยกับลูกว่าอยากไปใช่ไหม เราก็ไม่อยากไปห้าม เพราะจริงๆ รู้สึกว่ายังเด็กไป แต่พอเขามาขอก็ลองให้ไประยะสั้นๆ​ เราก็โอเค อนุญาตให้ไป​ แต่จริงๆ อยากให้รอโตกว่านี้​ อยากให้มีความคิดในการตัดสินใจอะไรได้มากกว่านี้ด้วย​ แล้วด้วยวัยตอนนี้มันเป็นวัยที่ใกล้ชิดพ่อแม่​ แต่ถ้าต้องห่างไปก็กลัวว่าจะทำให้ต้องห่างกัน​ แต่ถ้าเกิดวัยที่เขาโตพอประมาณแล้ว​ ที่เขาเหมือนจะไปติดเพื่อนแล้ว​ ก็เป็นเรื่องของเขา​ว่าเขาจะไปผจญภัยโลกกว้างอะไรก็ไป​ (ไม่ได้ไปอยู่ด้วยใช่ไหม?) ต่ายก็จะมีไปเยี่ยม​ค่ะ​ เขาจะมีเบรกนิดนึง 10 วัน ก็คือจะพาเขาเที่ยว”

อัพเดตเราเอง ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?
“ตอนนี้ก็มีทำอะไรกรุบกริบไป​ อาจจะขายเสื้อผ้านิดหน่อย​ เราเคยทำธุรกิจเสื้อผ้ามาแล้วผ้ามันเหลือ ก็เลยรู้สึกว่าควรจะเอามาขายให้หมด​ แต่ว่าธุรกิจหลักๆ จริงๆ ตอนนี้เปิดเป็นแบบโรงเรียนสอนนวด​แผนโบราณ เขาสามารถมาเรียนแล้วก็ออกใบประกาศให้เขาไปสมัครงานได้ คือจริงๆ โรงเรียนมันเป็นชื่อในใบอยู่แล้ว​ แต่ว่ายังไม่ได้ตั้งชื่อที่มันเรียกง่ายๆ กำลังอยู่ในขั้นตอนการแบบทำกราฟิก ยังไม่ได้แบบเปิดอย่างเป็นทางการ​

จริงๆ ก็เป็นคนชอบนวดด้วย​ ก่อนหน้านี้เราก็เปิดร้านนวดหน้า แล้วช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี​ คนก็หนีไปทำงานต่างประเทศเยอะ​ รู้สึกว่าจุดนี้น่าจะเป็นช่องว่างให้เราทำธุรกิจได้ แล้วเราก็ชอบอะไรที่มันไม่ต้องมาร์เก็ตติ้งหนักๆ​ คือเราอยากอยู่นิ่งๆ​ เงียบๆ​ ถ้าใครสนใจก็ดีเอ็มมาได้ค่ะ​ งานในวงการก็ยังรับค่ะ แต่คนคิดว่าไม่ค่อยรับ​ จ้างได้นะคะ​ จริงๆ​ เพิ่งไปเล่นยูริมา​ แต่เราเป็นฝั่งผู้ชาย เป็นพระเอก​ (หัวเราะ) ออนแอร์ไปแล้วค่ะ ของ Change แต่ตอนนี้ไม่มีค่ะ​ รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่ก็เยอะ เราก็แก่แล้วไง เราก็ต้องถอยไง​ ไปเล่นทีหน้าผากเหี่ยวหมดแล้ว​ ซีซั่น​เชนจ์ปีนี้ครบ 20 ปี​ เล่นตั้งแต่อายุ 19 ตอนนี้​ 9​ ตอนนี้ต้องเป็นส่งลูกไปเรียนดนตรีแล้ว​ ก็เคยเปิดหนังให้ลูก​ดู​ แต่เขาคงไม่เข้าใจว่าเราเป็นนางเอกหรืออะไร​ แต่เขาก็เหมือนรู้เพราะว่าทุกคนจะทักเขาว่าชอบคุณแม่อะไรแบบนี้มากกว่า​ คุณครูชอบคุณแม่ ก็จะเป็นรุ่นครูแล้วที่ชอบแม่ (ยิ้ม)“