หน้าแรก บันเทิง ต้าห์อู๋ เผยห...

ต้าห์อู๋ เผยหลังโพสต์ปมภาษี ลั่นคำพูดไม่แรงเท่าที่โกงกิน ออฟโรด ขอเป็นเสียงสะท้อนคนรุ่นใหม่

13.02.26 | 11:54 น.

ต้าห์อู๋ เผยหลังโพสต์ปมภาษี ลั่นคำพูดไม่แรงเท่าที่โกงกิน ออฟโรด ขอเป็นเสียงสะท้อนคนรุ่นใหม่

ก่อนหน้านี้นักแสดงหนุ่ม ต้าห์อู๋ พิทยา แซ่ฉั่ว ที่ออกมาโพสต์แซ่บเรื่องภาษี “ใครใช้ภาษีกูเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ขอให้มันฉิบหาย” กลายเป็นประเด็นสุดปัง ในภาวะบ้านเมืองมีการเลือกตั้งสรรหาผู้แทนราษฎร ล่าสุดที่ได้ควงคู่ ออฟโรด กันตภณ จินดาทวิผล มาร่วมงาน​ Krungthong Plaza Thank You Party 25th Anniversary ณ โรงแรมอมารี กรุงเทพ เจ้าตัวก็เผยถึงเรื่องนี้ว่า

ต้าห์อู๋​ “เกี่ยวกับเรื่องภาษีใช่ไหม​ ผมว่าเป็นเรื่องทั่วไปเนอะ​ เพราะว่าทุกคนตรงนี้เสียภาษี​ แล้วก็ผมเชื่อว่าทุกคนประชาชนคนไทยที่มีรายได้เพราะว่าเสียภาษี​ แล้วผมก็เสียภาษีเยอะมาก​ อยากจะกรี๊ดออกมาตอนนี้ในแต่ละปีนะครับ​ ก็เลยแค่รู้สึกว่าอยากจะพูดออกไปเฉยๆ ว่าทุกคนจะเสียภาษีหมด​ เพราะจริงๆ แล้วภาษีเนี่ยมันต้องใช้เพื่อประชาชนคนไทยทุกคนอย่างถูกต้องไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม​ ไม่ว่างบจากทางรัฐบาล​ รัฐวิสาหกิจทุกอย่างนะครับ แม้กระทั่งเด็กเล็กเด็กประถมทุกอย่างมันถูกใช้ภาษีเพื่อไปทำเป็นงบแผ่นดินทั้งหมด​ ผมก็รู้สึกว่าอยากให้มันไปใช้อย่างถูกต้อง​ ในเมื่อเราหาเงินมาแล้วก็อยากให้มันเกิดประโยชน์กับทุกๆ​ คนในประเทศ​ ผมว่าคำนี้มันมีมานานแล้ว​ มันมีตั้งแต่สมัยยุคอยุธยา มันเหมือนเอาเงินแผ่นดินไปใช้ มันคือการโกงกิน มันคือการทุจริต คอรัปชั่น​ ผมแค่รู้สึกว่าการทำแบบนี้มันเหมือนการทำชั่วเหมือนกันนะครับ

ผมก็เลยอยากจะพูดออกไป​ เพราะมันคือน้ำพักน้ำแรงเรา​ ไม่ใช่แค่นั้น มันคือเงินที่แฟนคลับกับลูกค้าหามาให้เราอย่างถูกต้อง​ เพราะฉะนั้นเราเลยรู้สึกว่าถ้าอยากจะเอาไปใช้​ แล้วรู้สึกว่าเราไม่เสียดาย ก็อยากไปใช้ให้มันถึงทุกๆ คนจริงๆ​ ถามว่ามันเชื่อมโยงกันกับการเลือกตั้งมั้ย ไม่ได้มีอารมณ์ส่วนตัวครับ​ แค่พูดกว้างๆ ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไง​ผมว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นยังไง

ส่วนที่เพจออฟฟิศเชียลลง​ ผมว่ามีความเป็นห่วงแหละ ว่าเราออกมาใช้คำรุนแรงเกินไปหรือเปล่า หรือว่าเราฝักใฝ่หรือเปล่า สำหรับเรารู้สึกว่ามันคำพูดที่เราพูดไป​ มันไม่รุนแรงเท่ากับการกระทำที่มันโกงกิน​ คำนี้มันยังไงมันก็รุนแรงกว่าคำพูดผมอยู่แล้ว ทุกคนยอมหรือครับ เงินในกระเป๋าที่ทุกคนเจียดไปแต่ละวัน เอาไปใช้ทำอะไรก็ไม่รู้ ผมว่ามันไม่แฟร์อยู่แล้ว

Advertisement

ไม่ว่าคนจะเสียมากเสียน้อย​ สุดท้ายมันควรจะวนกลับไปให้พี่น้องเราหรือเปล่า ให้คุณยายเราที่จะต้องเกษียณหรือเปล่า ให้เด็กๆ ที่กำลังเรียนขึ้นมาใหม่เพื่อจะเป็นแรงงานในอนาคต เป็นหัวแรงของประเทศชาติหรือเปล่า มันควรจะต้องเอาไปทำให้ชีวิตเราทุกคนในทุกจังหวัด ทุกๆ พื้นที่มีชีวิตที่ดีมากขึ้นกว่านี้หรือเปล่า ไม่ใช่ว่า 10 ปี 20 ปีมันยังเดินไปทีละนิดทีละหน่อย”

กับคำที่บอกว่าเด็กรุ่นใหม่จะไปรู้เรื่องอะไร?
ต้าห์อู๋ “มันก็เข้าใจคำนี้ได้ คำนี้มันก็ค่อนข้างวัดกันได้ยาก​ เพราะว่าวิธีการมองมันผ่านเลนส์มันไม่เหมือนกัน​ แต่ละเจนที่ผ่านประสบการณ์มามันคงไม่เหมือนกัน ผมเชื่อว่าจะไปรู้อะไร ผมว่ามันคงไม่ได้รู้ในสิ่งที่อีกเจนหนึ่งเขารู้แล้วกัน แต่เชื่อว่าไม่ได้ไม่รู้ไปซะทุกเรื่อง แล้วก็มองกันคนละแบบแน่นอน เพราะฉะนั้นจริงๆ มันก็เป็นความแตกต่างแหละ ผมว่าเถียงกันไปก็เท่านั้น พูดกันไปก็เท่านั้น สุดท้ายแล้วเรารู้อะไรบ้างดีกว่า แล้วเราไม่รู้อะไรบ้างดีกว่านี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด​ ไม่รู้ควรหาข้อมูลให้รู้ ถ้ารู้แล้วทำยังไงกับมันต่อ

ถามว่าที่ออกมาพูดแบบนี้มีผลกระทบมั้ย​ ผมไม่ได้ไปมองตรงนั้นเลย แค่รู้สึกว่าเราพูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง​ และผมก็เป็นศิลปิน​ เป็นดารา แต่ที่ผมพูดไปมันในฐานะต้าห์อู่เลยนะ ฐานะประชาชนคนหนึ่ง​ ผมว่ามันมีสิทธิ์พูดได้นะ สมมุติมีคนเอาเงินในกระเป๋าพี่ไป​ บอกขอยืมหน่อย 20 บาท ไปนั่งรถได้ แต่ถ้าเอาไปซื้อขนมกูด่านะ ก็จะเป็นเรื่องแบบนี้ไง”

ช่วงนี้ค่อนข้างเดือด หลายๆ คนไม่เข้าใจ?
ออฟโรด “จริงๆ ขอกลับไปเรื่องของภาษีนะครับ มันเป็นช่วงนี้อยู่แล้วที่ทุกคนก็จ่ายกันใช่ไหมครับ อย่างที่พี่อู๋บอกเลยครับมันก็คือการนำเงินของประชาชนไปพัฒนาประเทศต่อ แล้วรู้สึกว่าถ้านำมันได้เอาไปใช้อย่างถูกต้องจริงๆ แล้วไปถึงทุกคนจริงๆ ผมก็คิดว่าถ้าเป็นประโยชน์ร่วมกัน ผมยินดีจ่ายอยู่แล้ว”

ต้าห์อู๋ “จริงๆ บ้านผมอยู่อู่รถเมล์สาย 7 เชื่อไหม คันเดิม”

ออฟโรด “ใช่ ผมแค่เห็นคุณภาพชีวิตมันดีขึ้นขนาดนั้นเอง”

ต้าห์อู๋ “28 ปี มันก็อเมซิ่งเหมือนกัน”

ออฟโรด “บางคันอยู่มากกว่าอายุผมอีก รู้สึกว่าอาจจะต้องเปลี่ยน”

ต้าห์อู๋ “อยากให้น้องๆ หนูได้นั่งคันนี้ใหม่ๆ บ้าง​ มันก็มีพยายามเข้ามาเปลี่ยน มันคงเปลี่ยนได้ทั้งหมด แต่ว่าเปลี่ยนหน่อย”

ออฟโรด “ก็เป็นเสียงสะท้อนของคนรุ่นใหม่ แล้วผมแค่คิดว่าทุกคนมีหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง รู้สึกว่าไม่ต้องไปด่าใครหรอก เหมือนถ้าสมมติเราเปลี่ยนเขาไม่ได้ เขาก็เปลี่ยนเราไม่ได้ เรารับรู้ข้อมูลมาแค่ไหน เรามีสิทธิ์ที่จะออกตรงนั้น แค่นี้รู้สึกว่ามันก็พอแล้วครับ สุดท้ายแล้ว แค่ความคาดหวังจริงๆ ก็คืออย่าโกงเงินก็พอ”