พีเค ขอบคุณ มีเรียน ออกมาโพสต์ปกป้อง ย้ำชัดขอไม่พูดถึงอดีตคนรัก วอนชาวเน็ต 2 ปีแล้วมูฟออนเถอะ
หลังจากที่ ดีเจ พีเค ปิยะวัฒน์ ออกมาเปิดใจในรายการ คนล้มลุก EP.4 ยอมรับผิดกรณีนอกใจอดีตภรรยา พร้อมน้ำตาคลอและยอมรับว่าพลาดครั้งใหญ่ ไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลายจนกระทบชีวิตที่สร้างมานานจนพังทลาย คลิปดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นหลากหลายแง่มุม โดยบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง จนทำให้หวานใจอย่าง มีเรียน ออกมาโพสต์ปกป้อง
ล่าสุดวันที่ 27 ก.พ. พีเค ได้มาร่วมพิธีบวงสรวง Heart Pop Studio เปิดตัวโปรเจ็กต์ซีรีส์แนวตั้ง (Vertical Series) 3 เรื่อง 3 รส ณ ลานพระพิฆเนศ ด้านหน้ายูเนี่ยนมอลล์ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว
ทำไมถึงกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง?
“เพราะว่าสนิทกับพาร์ตเนอร์ของผู้จัด ยิ่งคุยก็ยิ่งชอบ เค้าก็เลยถามว่าอย่ามาเล่นละครซักเรื่องไหม พี่ก็เอาเลยไม่มีปัญหา เพราะมันเป็นสิ่งที่เราไม่ได้ทำมา 25 ปีแล้ว ก็เลยคิดว่าก็ดีนะ”
ต้องเคาะสนิมมั้ย?
“ไม่ต้อง ไม่รู้ว่าเรามีความเป็นนักแสดงอยู่ในตัวหรือเปล่า แต่สาเหตุที่ไม่ได้รับหนังหรือละครมาตลอด 25 ปีเพราะรู้สึกว่าเวลาเป็นพิธีกรเราได้เป็นตัวเอง ไม่ว่าจะขึ้นเวทีไหนก็ตาม เราได้เป็นตัวเอง แต่พอเป็นละครเราต้องไปเป็นคาแร็กเตอร์ของคนที่เขียนบท เราก็เลยไม่ชอบ แต่อันนี้ที่รับเพราะว่าทีมงาน”
คัมแบ๊กมารับงานพิธีกรแล้ว?
“กลับมาแล้วครับ ตอนนี้กลับมารับเต็มที่ เพิ่งทำงานกับ อั้ม พัชราภา, นุ่น วรนุช เมื่อสองวันก่อน เดี๋ยวต้นเดือนหน้าไปทำงานกับพี่แอน สิเรียม ดีใจที่มีโอกาสได้กลับมาจับไมค์ เพราะทุกครั้งที่เราได้จับเราได้รู้เลยว่าชีวิตนี้พระเจ้าส่งมาให้ยืนอยู่บนเวที ไม่ว่าจะงานไหนก็ตาม ทุกครั้งที่พี่ขึ้นเวทีพี่จะแตะบันไดก่อนตลอด เรามาแล้วนะ มันจะให้พลังงานกับเรา”
งานกลับมาปกติแล้ว?
“ปกติแล้วครับ เต็ม 100 แล้ว ต้องขอบคุณคุณแม่ ขอบคุณมีเรียนมากที่ดึงพี่กลับมาได้ เพราะตอนนั้นหลุดไปไกลมากแล้ว แล้วก็ไม่คิดว่าจะได้กลับมาทำพิธีกรอีก ถึงแม้ว่าชีวิตส่วนตัวกับความสามารถในการทำงานมันแยกกันนะ แต่เราเข้าใจว่าในสังคมของเราเค้าจะมองรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน แล้วก็ไม่ได้คิดว่าจะได้กลับมา แต่พอกลับมางานก็ติดต่อกลับมา เราขอบคุณมากๆ เพราะช่วงที่เราไม่อยู่เราได้มีโอกาสได้ดูน้องๆ รุ่นใหม่ที่เก่ง ที่กล้ามากยิ่งขึ้น สะสมประสบการณ์มากยิ่งขึ้น จะบอกว่าตอนนี้มีพิธีกรหลายคนที่เราดูเองแล้วเรายังรู้สึกว่าอายุเท่ากับเราสมัยก่อน เค้าเก่ง ชอบ”
แล้วที่เราเคยไปสัมภาษณ์มาก่อนหน้านี้ว่าเรามีช่วงที่ดาวน์?
“ใช่ คือถ้าไม่โดนเองจะไม่รู้ เราเคยสัมภาษณ์คนที่เค้าบอกว่าเค้าดาวน์มากกับชีวิตในช่วงที่ทุกอย่างถล่มทั้งหมด แล้วเค้าเคยคิดสั้น แล้วคิดว่าชีวิตนี้มันดีจะตายจะไปคิดสั้นทำไม แต่พอโดนกับตัวเอง เรายืนอยู่บนหน้าต่างเราได้ยินเสียงเลยอ่ะ ได้ยินเลยว่าโดดเถอะมันนุ่ม ได้ยินเลย ฟังอยู่ปัญญาอ่อนนะ และเราเองก็ไม่เคยเชื่อ แต่พอเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วมันค่อนข้างจะน่ากลัว ถ้าคุณไม่มีใครดึงไว้ ถ้าพี่ไม่มีมีเรียน ไม่มีแม่ ไม่มีพี่ชายพี่สองคน น่ากลัวมาก”

สภาพจิตใจตอนนี้กี่เปอร์เซ็นต์?
“150 เลย มากกว่าเครื่องดื่มชูกำลังเราอีก (หัวเราะ) จะบอกว่าเรามีโอกาสได้เข้าใจตัวเองมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญอย่างหนึ่งเลย บอกคุณผู้ชมเลยว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คนที่ทำไม่เป็นนะ เริ่มรักตัวเอง เกิดมาเรารักคนอื่นมากแต่เราไม่ค่อยรักตัวเอง พี่เป็นหนึ่งคนในนั้นที่ไม่ค่อยรัก แต่ ณ ตอนนี้สองปีให้หลังเรารักตัวเอง”
แสดงว่าเรามูฟออนร้อยเปอร์เซ็นต์ถึงตัดสินใจพูดถึงความรักในอดีต?
“พี่ไม่ได้พูดถึงเรื่องอดีตเลยนะแต่พี่แค่จะเป็นกำลังใจให้กับคนที่ต้องผ่านจุดตรงนี้ไป ถ้าแค่พูดอย่างนี้คนไม่เข้าใจหรอก แต่ถ้าคนที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้เค้าจะบอกว่าพี่มันเป็นอย่างนี้จริงๆ แค่จะบอกทุกคนนะครับว่าให้รักตัวเอง เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง”
และที่เราให้สัมภาษณ์ถึงอดีตคนรักคนก็เริ่มโยงเราอยากชี้แจงอะไรไหม?
“พี่ขอโทษนะ แต่อดีตคนรักขอไม่พูดถึง ขอไม่แตะ”
เพราะมันเป็นข่าวออกมามีเรียนก็มาปกป้องเรา?
“อันนี้ขอบคุณเค้า เค้าเป็นผู้หญิงสวยเป็นนักธุรกิจที่เก่งมาก แล้วเค้าไม่เคยสัมผัสจุดนี้ของศิลปินนักแสดงและนักข่าว เค้าไม่เคยรู้เลย เค้าก็เลยเหมือนมีกำแพงต่อต้านตรงนี้ง่ายๆ เลย ใครที่ด่าใครที่ว่าเค้าไม่ใส่ใจเลย”

แล้วสิ่งที่เค้าออกมาชี้แจงแทนเรา?
“เค้ารักเรา เค้ารู้ว่าพี่พีเคจะไม่พูดถึงใครในอดีต จะไม่พูดสิ่งที่ที่เกิดขึ้น แต่มีเรียนรู้สึกว่าถ้าพี่ไม่พูดเวลามีใครมาว่าพี่หนูต้องพูดนะ พี่ก็เลยแล้วแต่เลย พอทัวร์ลงแล้ว แล้วมันก็ลงจริงๆ เค้าไม่ใส่ใจเลย เค้าเก่งมาก”
แสดงว่าเราก็ให้อิสระกับเขา?
“เอาจริงๆ ในชีวิตไม่เคยคอนโทรลใคร แล้วเราจะให้ๆๆๆ เค้าตลอด นิสัยเราเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้นเราปล่อยเค้าเลยว่าเค้าอยากทำอะไร“
รู้สึกยังไงกับทุกครั้งที่เรามาชี้แจงคนก็จะย้อนกลับไป?
“มันคือสังคมของเราครับ ซึ่งพี่เข้าใจ และไม่ว่าเลยว่าคนจะคอมเมนต์ และคนที่เสพข่าวจะบวกหรือจะลบ ไม่ว่า เราเข้าใจ เราก็อยู่ในที่มีนักข่าวอยู่ตรงนี้ เราก็เข้าใจว่าเวลาคนโดนมันโดนยังไง และพอวันนึงเราโดนบ้างเราก็เข้าใจ เราแค่จะจะทำยังไงให้ไปต่อไปได้แค่นั้นเอง”

อย่างความสัมพันธ์ตอนนี้เจอกันตามงานไม่มีปัญหาอะไร?
“ได้ครับ ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาเลยครับ เราก็หวังให้คนที่ที่ผ่านมาในชีวิตเราให้เขาไปได้ดี”
อยากจะฝากบอกอะไรกับคนที่เขาไม่มูฟออนในเรื่องอดีตของเรา?
“สองปีแล้วครับ เลิกแล้ว พอเถอะ แล้วก็ถ้าเจองานอีเวนต์ที่ไหนก็ทักทายก็แล้วกัน ซึ่งเดี๋ยวนี้เราขึ้นเวทีเราได้เสียงตบมือจากคนกลับมาแล้ว”


