หน้าแรก บันเทิง ปอย ตรีชฎา หน...

ปอย ตรีชฎา หนุนการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อให้ตรงเพศสภาพ ลั่นไม่ยุติธรรมถ้าใช้มดลูกมาตัดสิน

2.03.26 | 15:04 น.

ปอย ตรีชฎา หนุนการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อให้ตรงเพศสภาพ ลั่นไม่ยุติธรรมถ้าใช้มดลูกมาตัดสิน

จากกรณีดราม่าการเรียกร้องใช้ คำนำหน้าชื่อ “นางสาว” ของสาวทรานส์เจนเดอร์ ที่กำลังเป็นกระแสถกเถียงกันในโลกออนไลน์ขณะนี้ ล่าสุดเจอ ปอย ตรีชฎา หงษ์หยก มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส 2547 และ มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2547 ที่มาร่วมงานแถลงข่าว การเตรียมจัดสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ด้านการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพแบบบูรณาการ “VAANAA LONGEVITY CHIANG MAI (วาณา ลองจีวิตี้ เชียงใหม่)” ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้เปิดใจแสดงความคิดเห็นในเรื่องการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ

คิดเห็นอย่างไรกับการเปลี่ยนคำนำหน้า?
“ในมุมของปอยเห็นด้วยกับการที่จะมีการเปลี่ยนคำนำหน้าให้ตรงกับเพศสภาพ ปอยว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ปอยรู้ว่าเงื่อนไขของการที่จะมีมันไม่ควรจะง่ายจนเกินไป มันควรจะต้องมีในเรื่องของการคัดกรอง หน่วยงานที่เข้ามาตัดสินอะไรหลายๆอย่าง เรามีโมเดลต่างประเทศเยอะมาก เขามีการใช้วิธีการจนประสบความสำเร็จ ปอยว่าเป็นเรื่องที่ดี

เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่กระทบแค่คนบางคนก็จริง แต่ในเรื่องของสังคมโดนรวมเราก็ควรจะต้องมองว่าเรื่องของคนอื่นจริงๆ ก็เป็นเรื่องของเราเหมือนกัน เช่นเรื่องฝุ่น PM 2.5 เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ แต่ปอยอยู่ภูเก็ต ปอยจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องของเรามันก็ไม่ใช่นะ มันเป็นเรื่องของเราที่เราจะต้องมีส่วนร่วม ต้องคิดเหมือนกัน

อย่างวันนี้ปอยเห็นแล้วว่ามีคนตั้งคำถามทำไมถึงออกมาเรียกร้อง ทำไมถึงต้องการอย่างนั้นอย่างนี้ ยังจะต้องการมากกว่านี้อีก ทำไมยังไม่พอ ปอยรู้สึกว่าประเด็นคำนำหน้ามันเป็นแค่เรื่องของขั้นพื้นฐานง่ายๆ เพื่อจะทำให้คนบางกลุ่มใช้ชีวิตอยู่ง่ายขึ้น ปอยเคยคุยแบบวิเคราะห์กับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เป็นอัยการ เขาเองเป็นผู้หญิง เขาก็เล่าให้ปอยถ้ามองในเรื่องของเสียง ในเรื่องของสภา คนที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ก็เหมือนคนที่อยู่พรรคเสียงข้างน้อยมากๆ เป็นพรรคเล็กที่ไม่ได้อยู่ร่วมรัฐบาลด้วยซ้ำ อาจจะเป็นพรรคเล็กๆ ในฝ่ายค้าน เป็นเล็กในเล็ก มันยาก การที่เราจะได้ใจเสียงส่วนใหญ่มันต้องมีการหารือกับคนส่วนใหญ่ เราต้องคุยกับทุกภาคส่วนว่ามันเป็นอย่างไร เรื่องทุกอย่างที่ทุกคนเป็นห่วง มันมีวิธีการแก้ปัญหาไหม“

Advertisement

ในฐานะที่เรามีประสบการณ์ตรง มันใช้ชีวิตยากขนาดไหนในการไม่มีคำนำหน้าที่ตรงกับเพศสภาพตัวเอง?
”เมื่อมีธุรกรรมอะไรก็แล้วแต่โทรมา ปอยรับสายพูดไป แต่ปลายสายเขาก็พูดมาว่าแต่ว่าคุณเป็นนาย เป็นมิสเตอร์ มันไม่ตรง เราก็วุ่นวายในการอธิบาย ในคำอธิบายนั้นมันมีความรู้สึกที่เราจึกใจ เรารู้สึกเขิน มันยังไง“

ตัวปอยอยากได้คำว่านางสาวหรือคำนำหน้าที่เฉพาะ เช่น คุณ นำหน้า?
“ต่างประเทศเขาไม่มีคำเฉพาะ เขาใช้คำ คือ นาย ,นางสาว , นาง สำหรับที่โซเชียลเสนอกันมา ปอยว่าทุกๆความเห็นมันเป็นเรื่องที่น่าฟัง เป็นเรื่องที่น่าจะมาถกมาคุย ปอยโอเค รับฟัง”

คิดว่าเรื่องนี้มันจะจบที่รุ่นเราไหม จะมีวันที่เราได้ใช้คำนำหน้าว่านางสาว?
“ปอยก็มีความหวัง ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ปอยหวังอีกหลายๆ เรื่อง อย่างเรื่องฝุ่น PM2.5 เรื่องของการคิดภาษีที่ดิน ที่บอกว่าถ้าเป็นที่ดินรกร้าง คำว่ารกร้างบางทีมีต้นไม้ต้นใหญ่มากเป็น 100 ปี เราจะต้องตัดเพื่อมาปลูกกล้วย ซึ่งจริงๆ แล้วต้นไม้ต้นใหญ่สามารถที่จะดูดซับคาร์บอนได้เยอะมาก เรื่องพวกนี้ก็เป็นสิ่งที่ปอยให้ความสำคัญเหมือนกัน ไม่ใช่ชีวิตปอยจะต้องพูดแต่เรื่องของตัวเองอย่างเดียว เรื่องส่วนรวมก็เป็นเรื่องของเราเหมือนกัน แต่เรื่องคำนำหน้ามันเป็นเรื่องที่ปอยได้รับผลกระทบด้วย สำหรับปอยแล้วมองว่าก็ไปควบคู่กัน แต่ไม่ใช่ว่าเราจะหน้ามืดตามัวบอกแต่เรื่องที่กระทบตัวเองจนลืมเรื่องส่วนรวม ตัวปอยมองเรื่องของส่วนรวมมาก่อนเรื่องของตัวเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าเรื่องของตัวเองจะลืมไปเลย ไม่ใช่ ปอยก็ไม่ได้ลืม”

เวทีทิฟฟานี่ก็โดนโจมตี เพราะประเด็นนี้เกิดที่ทิฟฟานี่?
“ปอยได้คุยกับคุณจ๋า ทิฟฟานี่ เขามีอุดมการณ์ที่ชัดเจนมากในเรื่องของการซัพพอร์ตความเท่าเทียม ในการประกวดเวทีนี้ปอยจำได้เลยว่าเราไม่เคยแบ่งแยกว่าจะพรีหรือโพสต์ (ผ่าตัดแปลงเพศหรือไม่ผ่าตัดแปลงเพศ) เขาไม่ได้วัดตรงนั้นเลย”

กับความเห็นที่ว่าเขาใช้มดลูกตัดสินความเป็นนายหรือนางสาว?
“ถ้าใช้ชีววิทยาของมนุษย์มาตัดสิน ปอยว่าในยุคนี้มันก็ไม่ได้ทั้งหมดนะ อย่างกีฬาโอลิมปิคที่ก่อนหน้านี้เป็นกระแส เขาไม่ได้ใช้มดลูก แต่เขาวัดที่ระดับฮอร์โมนในเลือด อันนี้ปอยไม่เห็นด้วยเลย ปอยรู้สึกว่าบางครั้งฉีดฮอร์โมนเข้าไป มันจะมีความเป็นโมเลกุลของยาในเลือดมันไม่สามารถวัดความเป็นผู้หญิงได้ ปอยรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเลย”

การเรียกร้องการใช้ นาย, นางสาว มันต้องใช้ empathy (ความเข้าอกเข้าใจ,ประนีประนอม?)
“ใช่ค่ะ ทุกๆ ปัญหาที่ทุกคนกังวลปอยมองว่ามันมีวิธีการแก้ปัญหาทั้งหมดในความคิดของปอยนะ“

ในด้านวงการการแพทย์ก็มีคนเป็นห่วงและแสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้?
“ปอยสงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน ที่เขาบอกว่าถ้ามีทรานส์เจนเดอร์ไม่ได้สติรถชน พอไปถึงสถานีอนามัย อันดับแรกเขาจะต้องผ่ามดลูกหรือเขาจะต้องปั้มหัวใจ หรือตรวจหมู่เลือดก่อน แล้วถ้าเป็นหมู่เลือด แล้วมีเพศไหม ไม่มี ปั้มหัวใจมันต่างกันไหมระหว่างเพศหญิง-ชาย ตับ ไต ม่าม แทบจะไม่ต่างกันเลย แม้แต่การเย็บแผล

ปอยเลยรู้สึกว่า เอ๊ะ เราต้องผ่ามดลูกเหรอถ้าเรารถชน มันไม่มีอะไรที่เกี่ยงข้องกับเรื่องนั้นเลย ปอยว่าความยุ่งยากที่สุด คือเวลาเรารถชน เขาจะรู้ได้ไงว่าเขาจะให้เลือดกับคนๆนี้หมู่เลือดอะไร ก็ต้องตรวจอยู่ดี ซึ่งจริงๆ มันคือความซับซ้อน แต่บังเอิญมันเป็นความซับซ้อนทางการแพทย์ที่พวกเรามองว่าเรายอมรับได้เพราะเราต้องการเซอร์วิสนั้น

เท่าที่ปอยได้ยินถึงปัญหาจริงๆ ก็จะเป็นเรื่องของการแพทย์ ซึ่งปอยมองว่าต่อให้ไม่มึเรื่องเพศในความวุ่นวายของหมู่เลือดมันก็มีแล้วเหมือนกัน เราไม่รู้เลยว่าในการที่เราต้องโทรหาบุคลากรเข้ามาดูแลเรื่องของหมู่เลือดจะลำบากไหม ถ้าเป็นปอย ก็จะรู้สึกว่าเราต้องสนับสนุนให้ทุกๆ สถานีอนามัยหรือทุกๆ หน่วยงานสาธารณสุขจะต้องมีเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องพื้นฐานเพื่อจะช่วยทำให้ผู้ป่วยได้รับการปฎิบัติรักษาที่ถูกต้อง ตรงนี้มันเป็นสิ่งที่เรายังต้องถกเถียง ปอยรับฟังนะคะ

สมมุติเราไปกินส้มตำที่เผ็ดมากๆ แล้วเราปวดท้อง เราไปบอกหมอว่าเราปวดมดลูก ไปโกหกเขา ถ้าเราต้องโดนกรีดท้อง กรีดผิวหนังเราฟรีๆ ปอยยังไม่รู้ว่ามันมีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องทนโดนกรีด เพื่อจะไปหลอกหมอว่าเรามีมดลูก ปอยเลยไม่เข้าใจเรื่องนี้เลยจริงๆ หรือคนที่เป็นผู้ชายข้ามเพศ เขาจะไปบอกว่าเขามีต่อมลูกหมาก ปอยไม่เข้าใจตรงนี้”