หน้าแรก บันเทิง ริชชี่ อรเณศ ...

ริชชี่ อรเณศ เผยตั้งใจรักเต็มที่แล้ว เล่าผ่านช่วงเวลาที่ยาก ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้

4.04.26 | 17:22 น.

ริชชี่ อรเณศ เผยตั้งใจรักเต็มที่แล้ว เล่าผ่านช่วงเวลาที่ยาก ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้

เป็นครั้งแรกที่ได้มาเปิดใจ หลังกลับมาเป็นโสดอีกครั้ง สำหรับ นางเอกสาว ริชชี่ อรเณศ โดยล่าสุดหลังจากที่มาร่วมงานเปิดตลาด “A fair”อร่อยเกรดเอ ที่ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ก็ได้เผยหลังฮีลใจกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

เป็นยังไงบ้างฟีตแบ็คละคร?
“ก็ดีใจมากเลยค่ะ​ เหมือนทุกคนชอบ ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ติดตามชม แล้วก็อีกสองตอนสุดท้ายพฤหัสที่จะถึงนี้ ก็ฝากด้วยนะคะ ยังมีอีกหลายปมมากๆ ที่ยังไม่ได้คลี่คลาย ก็ลุ้นติดตามชมกันนะคะ ยังน่าตื่นเต้นอยู่ทุกวินาทีเลยค่ะ”

หายเหนื่อยไหม?
“หายเหนื่อยค่ะ ขอบคุณแทนทีมงานทุกคน และนักแสดงทุกท่านด้วยค่ะ ทุกคนดีใจมากๆ และมีความสุขมากที่ทุกคนชอบ และมีความสุขกับการชมละคร แล้วนักแสดงผู้ใหญ่เยอะมากๆ เลยค่ะ ก็ดีใจที่ทุกคนได้ชมเรื่องนี้ แล้วก็ได้ดูผลงานของพวกเราค่ะ”

หลังจากเรื่องนี้จบแล้วมีอะไร?
“ตอนนี้ก็มีรับไว้แล้วบ้างค่ะ แต่ว่าอาจจะต้องรอว่าเขาให้เปิดได้เมื่อไหร่”

Advertisement

เรียกว่ากลับมาแบบเต็มตัวเลยตอนนี้ ฟูลออปชัน?
“(หัวเราะ) ค่ะ ก็พยายามทำงานให้เยอะๆ ขึ้นค่ะ เพราะมีพี่ๆ แฟนคลับหลายคนที่เขาอยากติดตามเรา ให้กำลังใจ และเขาก็ให้ความรักเรามาเยอะมากๆ ก็อยากคืนให้กับพี่ๆ ด้วยการทำผลงานเยอะๆ พี่ๆ จะได้มีความสุข”

ก่อนหน้านี้เราคิดถึงแค่ไหนในวงการ?
“จริงๆ หนูรับตลอด หนูก็เล่นถ่ายทุกปีเลยค่ะ แต่จะเหมือนพอถ่ายช่วงหนึ่งก็จะหายไปหน่อย​ แล้วก็ออน แล้วถ้าไม่ได้ออนทันทีก็จะมีช่วงหาย แต่หนูก็ถ่ายซีรีส์กับหนังอยู่ตลอดค่ะ”

เดี๋ยวนี้คนแซวว่าเป็นดาวติ๊กต็อกแล้ว?
“ใช่ค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้เหมือนบางทีพี่ๆ เขาดูเราง่าย เวลาไลฟ์เขาก็จะเจอเราเลย จะได้หายคิดถึงกัน ก็พยายามไลฟ์บ่อยๆ จะได้คุยกับพี่ๆ เขาค่ะ”

มีการปรับเปลี่ยนยังไงบ้างคอนเทนต์ของเรา?
“เดี๋ยวนี้มีพี่ๆ ช่างหน้าช่างผมก็ชวนหนูถ่ายคอนเทนต์ ไม่เคยทำเลย แล้วเดี๋ยวนี้ก็มีแต่พี่ๆ มาชวนทำนู่นทำนี่ ก็รู้สึกว่าเริ่มกลับมาเป็นเราที่มีแต่พี่สาว มีคนนั้นคนนี้มาชวนทำกิจกรรม พาไปกินขนม​ ก็กลับมาทำทุกอย่างที่ทุกคนรู้สึกว่ามันสนุก​ เราก็ทำ​ เหมือนหนูก็ไปถ่ายงานมาก็สนุกมาก รู้สึกว่าเล่นแล้วสนุก เหมือนเล่นกับพี่ๆ มากกว่าทำงาน​ (ยิ้ม)”

เรื่องหัวใจ ตอนนี้เข้มแข็งแค่ไหน?
“ตอนนี้โอเคมากๆ แล้วค่ะ ขอบคุณทุกคน เพราะจริงๆ หนูได้รับความรักจากแบบครอบครัว พี่สาวทุกคน แล้วก็แฟนคลับทุกคนเยอะมากๆ มันมีแต่ความสุข มีแต่สิ่งดีๆ”

ช่วงเวลาที่ผ่านมา ยากลำบากแค่ไหน?
“มันก็มีช่วงเวลาที่มันยากละค่ะ แต่สำหรับหนูรู้สึกว่าในช่วงที่มันยาก​ เราแทบไม่ได้ต้องเอาตัวเองอยู่ตรงนั้นแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เลย​ เหมือนพอเกิดขึ้นทุกคนก็ช้อนหนูขึ้นมาทันที อย่างคุณน้าหนูเขาก็มาจากฝางเลย เป็นมิชชันนารีเขาก็พาหนูร้องเพลงขอบคุณพระเจ้า ก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเลยค่ะ จากนั้นก็โอเค มีแฟนคลับ พี่ๆ ทุกคนก็ให้กำลังใจ และเราก็รู้สึกว่าเราต้องโฟกัสคนที่รักเรา แล้วก็ทุกคนที่เขาให้กำลังใจเรา และมันมีแต่ความรัก และหนูรู้สึกว่ามันไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองไปเศร้าอยู่ตรงนั้น​ โมเมนต์แย่ๆ คือตอนแรกหนูเคยจินตนาการตลอดว่ามันน่ากลัวและมันจะแย่ แต่พอเกิดขึ้นจริง ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่มากกว่าที่ทำให้มันไม่แย่ขนาดนั้น”

เสียดายเวลาที่ผ่านมาไหม?
“ในมุมของหนู เรารู้สึกว่าเราดีใจมากๆ ที่ครั้งหนึ่งเราได้ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ หนูเป็นคริสเตียนใช่ไหมคะ รู้สึกว่าเราได้รักอย่างที่เราเคยตั้งใจไว้ว่าเราอยากจะแบบเป็นอย่างนี้ แล้วพระเจ้าสอนเราว่าเราต้องรักคนแบบนี้ และในมุมของหนูก็ทำดีที่สุดแล้ว แล้วก็ดีใจที่เราไม่เคยคิดว่าจะเปิดใจมีความสัมพันธ์เรื่องแฟนเลยด้วยซ้ำ แต่พอตอนนี้เรารู้สึกโอเค เราก็รักคนเป็นแล้ว เราก็ได้ทำได้ดีที่สุดแล้ว ก็โอเคแล้วค่ะ”

ด้วยความที่ระยะเวลามันค่อนข้างนาน อันนี้คือการเริ่มนับหนึ่งใหม่เลยไหม?
“จริงๆ หนูรู้สึกว่าไทม์มิ่งที่หนูใช้ชีวิตแบบไม่ได้มีความสัมพันธ์มันทั้งชีวิตเลย​ (หัวเราะ) แล้วพอตอนนี้มันก็เหมือนแค่ช่วงเวลาหนึ่ง แล้วตอนนี้เราก็แค่กลับมาเป็นเราเหมือนเดิม หนูไม่ค่อยได้โฟกัสเรื่องนี้เหมือนเดิม และยังได้กลับมาใช้ชีวิตปกติค่ะ”

ความรักครั้งนี้ให้บทเรียนอะไรบ้าง?
“หนูรู้สึกว่ามันก็เหมือนที่เราเคยคิดไว้แต่แรกแล้วว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ใช่ว่าเราตัวคนเดียว มันเป็นคนสองคน แล้วก็ไม่เป็นไรเลยในมุมเรา เราก็ทำทุกอย่างที่ตัวเราทำได้อย่างดีที่สุดแล้ว ถ้ามันไม่เวิร์กก็ไม่เป็นไร มันไม่ได้มีอะไรที่จะทำให้เราเปลี่ยนไป เราก็ยังเป็นเรา และก็ใช้ชีวิตต่อไป​ ในมุมของคนอื่นหนูรู้สึกว่าไม่ว่าจะความสัมพันธ์ไหน​ เราไปจัดการกับคนอื่นไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็บอกตัวเองว่าอย่างน้อยก็ได้บทเรียน​ แล้วก็ได้เข้าใจอะไรหลายอย่างมากขึ้น​ ว่ามันไม่เป็นไร แล้วก็เราก็ต้องเข้มแข็ง และการเข้มแข็งสำหรับเรามันง่ายกว่านั้นด้วยซ้ำ เพราะขอบคุณทุกคนที่ไม่เคยปล่อยให้หนูต้องอยู่คนเดียว”

สิ่งที่ยึดเหนี่ยวของริชชี่คืออะไร?
“พระเจ้าค่ะ หนูเป็นคริสเตียนด้วย หนูรู้สึกว่ามันง่ายมากเลย เพราะเรามีโฟกัสอยู่แล้วว่าพระเจ้าบอกว่าเราต้องเชื่อ และก็รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่พระเจ้าให้เกิดขึ้นมันดีที่สุด ถ้าพระเจ้าเห็นหรือได้ยินอะไรในสิ่งที่เราไม่ได้รู้ เพราะฉะนั้นทางข้างหน้าที่เราจะเดินไปมันดีแน่นอน”

ตอนนี้ยังเปิดใจหรือพักยาวไหม?
“หนูไม่ได้ปิดใจและก็ไม่ได้เปิดใจอะไร แต่ว่าไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว”

เรื่องสาเหตุการลดความสัมพันธ์ บางคนยังสงสัยจริงๆ ว่าสาเหตุจริงมันคืออะไร?
“คือหนูรู้สึกว่าไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้แล้วค่ะ เพราะหนูแค่คิดว่ามันไม่ได้มีประโยชน์ แล้วมันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่รู้สึกว่าไม่พูดถึงดีกว่า”

ริชชี่ซื่อสัตย์กับความรักแค่ไหน?
“พี่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าจริงๆ หนูมีความคิดตั้งแต่เด็กว่าเราไม่ได้อยากมีความรัก แต่ถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นเราก็แค่มีรักแรกและรักสุดท้าย เพราะหนูเป็นคนซีเรียสมากๆ แต่ก็ไม่เป็นไร​ หนูก็รู้สึกว่าบางครั้งเราก็เลือกคนผิด แล้วมันก็พลาดได้ แล้วก็กับทุกอย่างเลย​ เวลาทำอะไรก็ตามหนูชอบคิดตลอดว่าถ้าหนูเป็นนักกีฬา หนูเป็นนักเรียนที่ตั้งใจมาก เราจะประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่ครั้งนี้ก็แค่มันเกิดขึ้นบ้าง พี่ที่สนิทบางคนพูดว่าดีแล้วที่มันเกิดขึ้นบ้าง ไม่งั้นหนูจะเป็นเด็กที่ถ้าชีวิตมันมีแต่อะไรที่มันสวยงามหรือดีไปหมด หนูจะไม่ได้เติบโต หนูก็รู้สึกว่าก็ขอบคุณที่รู้สึกเติบโตขึ้น แข็งแรงขึ้น แล้วเราก็รู้สึกว่าเราแข็งแรงขึ้น”

ความรักครั้งใหม่ของริชชี่มันอาจจะยากขึ้นหรือเปล่า เพราะไม่ได้เปิดใจง่ายๆ?
“(หัวเราะ) ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เอาจริงๆ มันก็น่าจะกลัวนิดหนึ่ง ก็ต้องดูเยอะหน่อย แต่ว่าหนูไม่โฟกัสเรื่องนี้เลยค่ะ​ว่าเราจะต้องมีแฟน ต้องมีครอบครัวหรือต้องอะไร เราก็แค่พยายามใช้ชีวิตในทุกวันให้ดีที่สุด​แล้วก็ทำหน้าที่เราอะไรก็ตามที่เราควรจะทำ หนูโฟกัสแค่ตรงนี้”

สามารถกลับไปร่วมงานกันได้ไหม?
“ไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสไหมนะคะ แต่ว่าหนูไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะรู้สึกว่าทุกครั้งเวลาหนูทำงาน​ หนูก็โฟกัสแค่งานตัวเองอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ว่าใครหนูไม่ได้ค่อยเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวใคร​ หรือเข้าไปยุ่งชีวิตใคร หนูแค่ทำหน้าที่ตัวเอง เพราะฉะนั้นวันหนึ่งต้องทำงานต้องอะไรหนูก็ไม่ได้คิดว่าไม่น่ามีปัญหา”

อีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 เชียงใหม่แดงมากเลย บ้านเราได้รับผลกระทบยังไงบ้าง?
“คุณแม่กับพี่สาวก็ปิดหน้าต่าง แล้วก็พยายามเปิดเครื่องกรองอยู่ในบ้านให้เยอะขึ้น เพราะไลฟ์สไตล์คนเชียงใหม่ชอบออกไปทำกิจกรรมข้างนอก​ เพราะอากาศดี ช่วงนี้ก็ต้องปรับนิดหนึ่งพยายามโพรเทกต์ตัวเองค่ะ ถ้าจุดไหนที่มันหนักมากๆ ก็อาจจะต้องย้ายชั่วคราว แต่ตรงบ้านหนูไม่ได้เยอะมาก ประมาณร้อยนึง แล้วถ้าปิดบ้านก็คือไม่มี”

บนดอยไม่มีผลเหรอ?
“บนดอยไม่ได้มีผล เพราะส่วนใหญ่ฝุ่นมันจะกดลงที่ข้างล่างในเมือง”

แล้วตอนนี้ไปดูแลกันยังไงที่บ้าน?
“ก็พยายามดูแลสุขภาพ แล้วก็จริงๆ ช่วงนี้หนูอยู่กรุงเทพฯ หนูก็พยายามโทรบอกคนที่บ้าน​ บางทีเขาอยู่ตรงนั้นแล้วเขาชิน เขาจะรู้สึกว่าไม่ได้มีอะไร คุณแม่หนูก็ยังไปตีแบด​ ใช้ชีวิตปกติ เขาก็บอกว่าแม่โอเค แม่รดน้ำอยู่​ แม่พยายามฉีดน้ำให้ฝุ่นลง”

มีอาการป่วยไหม หรือร่างกายปกติยังไม่ได้ได้รับผลกระทบ?
“ส่วนตัวหนูเป็นภูมิแพ้อยู่แล้วค่ะ จะมีบ้างถ้ากลับเชียงใหม่หนูจะชอบเป็นภูมิแพ้นิดหนึ่งค่ะ แต่คนที่บ้านแข็งแรงมาก ยังไม่มีใครเป็นอะไร”

ให้ส่งความห่วงใยถึงชาวเชียงใหม่หน่อย?
“ก็ฝากเป็นกำลังใจและก็อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพด้วยนะคะ ช่วงนี้มันมีฝุ่นเยอะมากๆ ยังไงก็พยายามเปิดเครื่องกรอง​ หรือว่าโพรเทกต์ตัวเอง ถ้าใครที่บ้านมีไอ้ตัวเปิดน้ำหรืออะไรก็ตามก็ต้องดูแลตัวเองกันดีๆ นะคะ ก็ต้องช่วยตัวเองก่อน แล้วเชียงใหม่มันไม่ได้ฝุ่นเยอะตลอดทั้งปี​ หรือน่ากลัวขนาดนั้นเหมือนที่ทุกคนคิด ยังเป็นเมืองที่น่าอยู่​ แล้วก็สภาพแวดล้อมดีมาก มันจะเป็นช่วงเดียว เดี๋ยวถ้าอากาศดีขึ้นก็หวังว่าทุกคนจะกลับมาเที่ยวเชียงใหม่ แล้วทุกคนก็ใช้ชีวิตอย่างปกติได้เหมือนเดิม ไม่ต้องตื่นกลัวเกินไป​ แต่ก็ดูแลตัวเองกันดีๆ นะคะ”