แอนโทเนีย-มิ้นท์ รัญชน์รวี นำทีม อวดเสน่ห์ของผ้าไทย ผ่าน ‘ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ’ คอลเลคชั่นใหม่
สวยสะดุดตา เมื่อ ‘ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ’อวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่ผ่านไอเดียคนรุ่นใหม่ แพรวไพลิน-พชรพรหม สุดจิตต์ ทายาทรุ่นแรกสานต่อธุรกิจ เดินหน้าอัตลักษณ์ของผ้าไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย กับงาน “A Sense of Thai 2026: Rooted in Heritage” เผยโฉมคอลเลกชัน “The Passion of Thai Silk” อีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ของผ้าไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย ระหว่างวันที่ 7 – 19 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ต้อนรับปีใหม่ไทย “มหาสงกรานต์ ปี 2569”
“The Passion of Thai Silk” โดยแบรนด์ Finale Wedding Studio ถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยผ่านงานออกแบบระดับโอต์กูตูร์ ผสานความประณีตของหัตถศิลป์ไทยเข้ากับโครงสร้างแฟชั่นสมัยใหม่อย่างลงตัว ซึ่งได้เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่สุดตระการตาภายในงาน และรับความสนใจจากบุคคลสำคัญระดับแถวหน้าของประเทศไทย ทั้งนักธุรกิจ อภิมหาเศรษฐี และบุคคลในแวดวงสังคมชั้นสูงที่มาร่วมชมแฟชั่นโชว์อย่างคับคั่ง อาทิ หม่อมหลวงปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา, รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์, สุมิตรา กิจกำจาย และ ดร.นิริน พลวัน

ขณะเดียวกัน รันเวย์ในครั้งนี้ยังรวมเหล่าซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทยกว่า 29 ท่าน มาร่วมถ่ายทอดผลงานอย่างทรงพลัง อาทิ ซอนย่า และ พรีญา สิงหะ, แอนโทเนีย โพซิ้ว และ มิ้นท์ รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร สร้างสีสันและความน่าจับตามองให้กับโชว์ในทุกช่วงเวลา
โดย แพรวไพลิน เปิดเผยว่า “คอลเลกชัน “The Passion of Thai Silk” ได้รับแรงบันดาลใจจากพระสิริโฉมและพระอัจฉริยภาพด้านการแต่งกายของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงได้รับการยกย่องในฐานะ Global Fashion Icon ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับผ้าไหมไทยสู่เวทีแฟชั่นโลก ตลอดพระราชกรณียกิจ พระองค์ทรงนำผ้าไหมไทยมารังสรรค์เป็นฉลองพระองค์ที่ผสานเอกลักษณ์ไทยเข้ากับความงดงามแบบสากลอย่างวิจิตร จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความประณีตและคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ แรงบันดาลใจอันทรงคุณค่านี้ ถูกนำมาตีความใหม่ผ่านแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ เพื่อเฉลิมฉลองมนต์เสน่ห์ของผ้าไทยในบริบทของโลกยุคใหม่”


