‘ใบเตย’ โต้ข่าว ‘ฟิล์ม’ ช่วยจ่ายค่าเทอมลูก แค่ให้ยืมรถใช้ ยันแบ่งหน้าที่ ‘ดีเจแมน’ ดูแลลูกชัดเจน
จากประเด็นร้อนเรื่องค่าเทอมลูก ที่ก่อนหน้านี้ ฟิล์ม รัฐภูมิ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเคยยื่นมือช่วยเหลือ ใบเตย สุธีวัน หรือ ใบเตย อาร์สยาม ในช่วงที่เพิ่งออกจากเรือนจำ และอยู่ในช่วงที่ลำบากถึงขั้นไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก ต่อมา ดีเจแมน พัฒนพล อดีตสามีของใบเตย ได้ออกมาตอบโต้ โดยเผยว่าช่วงก่อนออกจากเรือนจำตนไม่ทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้น แต่หลังจากที่ออกมาแล้ว เรื่องค่าเทอมลูกนั้นตั้งแต่เทอมแรก ครอบครัวตนกับครอบครัวใบเตยช่วยกันแน่นอน นอกนั้นก็เป็นหน้าที่ของตนหมด
ล่าสุด ใบเตย มาร่วมงาน งานสงกรานต์ 2569 “ไป–กลับทั่วไทยปลอดภัยกับลูกทุ่งเน็ตเวิร์ก ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) ก็ได้ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่า
กับประเด็นค่าเทอมลูกพี่แมนมีการโต้กลับ เรื่องราวมันเกิดขึ้นยังไง?
“จริงๆ มันไม่มีอะไร แต่มันก็เป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด คือเอาจริงๆ อ่ะ พี่ฟิล์มอ่ะได้เข้ามาช่วยในเรื่องของตามที่แกพูด ถ้าได้ฟังตามที่แกพูดมันไม่ใช่เรื่องค่าเทอมเลย แต่แกแค่บอกว่าเอารถมาให้เราใช้ เราอ่ะจะได้ขายรถ เพื่อจะเอาค่าขายรถอ่ะไปจ่ายค่าเทอม แค่นั้นเลย ไม่ได้มีอะไรเลย ไม่ใช่ช่วยค่าเทอมลูกทั้งสิ้นค่ะ”

มันเป็นการเข้าใจผิดกันระหว่างพี่แมนกับพี่ฟิล์มไหม?
“คือเอาจริงๆ อ่ะ ต่างคนก็ต่างพูดกันชัดเจน แต่ว่ามันก็มีการตีความหลากหลายไป คือความจริงก็คือจากปากพี่ฟิล์มมันก็ไม่มีอะไร มันเป็นการช่วยเหลือเหมือนช่วยเหลือน้องสาว ในวันที่เรากลับมาแล้ว เหมือนเค้าก็เป็นพี่ชายคนเดียว ที่เหมือนเราเคยบอกสั้นๆ กับผู้สื่อ ว่ามันเป็นมิตรภาพที่ยาวนาน คู่จิ้นลาดพร้าว 15 คือตอบคำถามเรื่องแกมา 20 ปีแล้ว”
แล้วได้คุยกับพี่แมนไหมว่าตอนนี้เค้าเป็นยังไงบ้าง?
“คือไม่ค่อยได้คุยเรื่องข่าวกันเลย เพราะเรารู้สึกว่าต่างคนต่างใช้ชีวิตกันแล้ว แต่ละคนมันก็มูฟออน มันก็คนละเรื่องคนละส่วนแล้ว เราก็รู้สึกว่าทั้งสองคน ณ วันนี้ ก็รู้สึกว่าเป็นคนดีๆ ในชีวิตพี่เตย ที่น่ารักเสมอและตลอดไป”

ในการเลี้ยงดูลูกเราต้องคุยกันไหมว่าฝ่ายพี่แมนต้องช่วยเหลืออะไรบ้าง?
“ก็ได้แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ไม่มีอะไรที่ขาดตกบกพร่อง”
คนที่มีการตีโพยตีพาย อยากจะบอกอะไรไหม?
“อยากจะบอกว่า ขอให้รักทุกคน คือมันไม่มีอะไร สุดท้ายแล้วมันไม่มีอะไร ทุกคนก็คือมิตรภาพ คือมันเป็นมิตรภาพที่ยาวนาน มันไม่มีอะไรที่ที่เกลียดกัน ไม่ว่าจะฝ่ายไหนฝ่ายใด สุดท้ายแล้วทุกคนรักเรา และเรารักทุกคน”
กับการทำหน้าที่ต่อไป เรามีการวางแผนสำหรับลูกยังไงบ้าง?
“ณ วันนี้ก็ทำงานหาเงิน รู้สึกว่าอันไหนที่ส่งเสริมเขาได้ ก็จะเต็มที่กับเขา อยากให้อนาคตเค้าสวยงาม มีเงินเก็บเงินได้เยอะๆ เค้าอยากไปไหนเราก็จะพาเค้าไปทุกที่ เค้ามีความสุขอยากไปเล่นอยู่ตรงไหน อยากไปเรียนกับเพื่อนที่ไหน อยากเรียนอะไร แต่ละช่วงอายุของเขาเราก็จะส่งเสริมทั้งหมดทุกอย่าง”
ตอนนี้คือลูกอยู่กับเราเป็นหลักใช่ไหม?
“ใช่ค่ะ เป็นหลัก วันไหนที่เราทำงานเยอะ พี่แนนก็มารับไป วันไหนเรามีงาน หลักๆ ลูกอยู่บ้านเราอยู่แล้ว พี่แมนก็มีหน้าที่มารับมาส่ง ตามที่แบ่งหน้าที่กัน”
สำหรับการเติมเต็มครอบครัว เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว มันมีวิธีการเติมเต็มกันยังไงบ้าง?
“ก็จะมีแฟมิลี่เดย์ หรือแฟมิลี่มั้นท์ หรือแฟมิลี่ทริป ให้เค้ารู้สึกว่าสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เค้าก็ยังมีคุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่าตายาย อยู่เคียงข้างเขาเสมอ”
มีวิธีการบอกกับน้องเค้ายังไงบ้างให้เค้าเข้าใจ?
“ไม่ต้องบอกอะไรเลยค่ะ ในความเป็นน้องเวทมนตร์ เค้าค่อนข้างรู้เรื่องแล้ว เค้าได้รับความรู้จากทุกอย่างรอบตัว ณ วันนี้สิ่งที่เค้าโฟกัสก็คือการเรียน การอยู่กับเพื่อน ของเล่น แล้วก็หลักๆ คุณแม่เป็นหลัก คุณแม่ไปไหนเค้าก็ไปด้วย คุณยายไปไหนไปด้วย”

พูดถึงราคาน้ำมัน ราคาของแพงขึ้นมาก เราปรับตัวยังไง?
“คือเอาจริงนะ วันนี้ถ้าแนะนำได้อ่ะ อยากให้ใช้รถไฟฟ้า เพราะเนี่ยใช้รถไฟฟ้ามาสองปีแล้ว เราดีใจมากที่เราตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้า ลดมลพิษลดมลภาวะ และ ณ วันนี้ประหยัดที่สุด ในภาวะที่บางทีคนที่ไม่ได้มีรายได้สูงพอที่จะเติมน้ำมันที่มันราคาขนาดนี้ มันก็เสียดายเงินเนอะ เริ่มจากการที่ใครมีกำลัง ก็อยากให้เปลี่ยนรถไฟฟ้า หลังจากนั้นมีอะไรที่มันลดทอนรายจ่ายในชีวิตได้ ก็ค่อยๆ แล้ว”
ในทางประหยัดเราประหยัดยังไงบ้าง?
“พี่เตยก็รับงานทุกวัน ต้องหาเงินให้ได้มากที่สุด ทุกวันนี้ก็รู้สึกว่ายังมีโอกาสได้กอบโกย ก็ต้องรีบกอบโกยที่สุด เผื่อวันข้างหน้ามันอาจจะทุกอย่างอาจจะแพงขึ้นกว่านี้อีก หรืออะไรที่มันต้องใช้เยอะกว่านี้ ก็เพื่อลูกเป็นหลัก คือ ณ วันนี้พอเรารับงานมากๆ เราก็จะไม่ค่อยมีเวลาได้ไปช้อปปิ้ง หรือไปซื้ออะไร หรือไปเดินห้าง ก็รู้สึกว่าก็ดีแล้ว แล้วก็กินข้าวบ้าน เพราะคุณยายมาอยู่ทำกับข้าว”


