‘เปเล่’ กำเนิดของตำนาน

30.05.17 | 07:30 น.

สำหรับคนรุ่นนี้ที่หลงใหลขนาดยอมตนเป็นสาวกทีมฟุตบอลในอังกฤษ กับอีกหลายๆ ประเทศทั้งในยุโรป กับอเมริกาใต้ โดยเฉพาะเป็นยุคของดาราเช่น โรนัลโด หรือ เมสซี อาจห่างการรับรู้ถึงการมีชื่อเสียงก้องโลกของเปเล่ เมื่อครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

ความยิ่งใหญ่ของเปเล่นักฟุตบอลซึ่งถูกประกาศเป็นสมบัติของชาติบราซิลนั้น แม้จะยังเห็นด้วยตาได้ จากภาพบันทึกอัดแผ่น แต่จะรู้สึกด้วยได้เช่นคนร่วมสมัยนั้น เป็นธรรมดาอยู่ที่ออกจะยาก

เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ในปีที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง ‘เปเล่ กำเนิดของตำนาน’ Pele: Birth of a Legend จึงถูกสร้างขึ้น

หนังมีเป้าหมายชัดเจน ที่นอกจากจะเสนอชีวิตของเด็กชายซึ่งร่วมกับเพื่อนนักฟุตบอล สร้างตำนานยาวนานต่อเนื่องแก่วงการฟุตบอลโลกแล้ว ยังตั้งใจแสดงให้เห็นเหตุที่ฟุตบอลบราซิลกำหัวใจของผู้ชมนานาชาติจำนวนมาก นั่นคือลีลาหรือท่วงทำนองการเล่นของทีม อันงดงามเป็นแบบฉบับ

Advertisement

ชิงกา การเล่นฟุตบอลอย่างอิสระตามความสามารถของบุคคล ซึ่งถูกดูหมิ่นแต่แรกว่าเป็นการเล่นแบบนักเตะข้างถนน ไม่มีลักษณะเป็นทีมอันแข็งแกร่งอย่างฟุตบอลยุโรป

หนังเริ่มจากความล้มเหลวของทีมบราซิลในฟุตบอลโลกปี 2497 (1954) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเล่นฟุตบอลไร้ระเบียบ นักเตะไม่มีวินัย จึงเมื่อได้เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกปี 2501 (1958) ที่สวีเดน บราซิลจึงกลายเป็นทีมรองบ่อน ถูกเหยียดว่าเป็นทีมฟุตบอลข้างถนนเช่นเคย ขณะเดียวกับที่โค้ชหรือผู้ฝึกสอนของทีม ก็พยายามปั้นให้นักฟุตบอลอเมริกาใต้ทีมนี้ เล่นฟุตบอลแบบยุโรปให้ได้

หนังให้เห็นชีวิตของเด็กชายชาวบราซิล ที่เกิดมาก็รู้จักใช้เท้าเตะเล่นลูกกลมๆ ไม่ว่าริมถนน ชายหาด ที่ว่างไม่จำกัดว่าจะมีลักษณะไหน กว้างใหญ่หรือเล็ก เด็กเหล่านั้นวิ่งเล่นได้ไม่รู้เบื่อ โดยเฉพาะเด็กชายที่มีชื่อภาษาโปรตุเกสยาวเหยียด ซึ่งมีพ่อเป็นนักฟุตบอลที่ไม่ประสบความสำเร็จ เอดซง อารังชีส ดู นาซิเมงตู
เปเล่เล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ ได้อย่างเก่งกาจ จนกลายเป็นสมาชิกทีมชาติด้วยวัยเพียง 17 ปี เดินทางไกลไปร่วมแข่งขันถึงต่างทวีป

ด้วยเหตุที่หนังบันทึกการแข่งขัน ได้ผ่านสายตาคนจำนวนมากมาซ้ำแล้วซ้ำอีก จนคนไม่น้อยจำได้ว่า การแข่งขันคราวนั้น เปเล่ยิงประตูทีมไหนลักษณะใดบ้าง ยิ่งนัดสุดท้ายที่เข้าชิงกับทีมสวีเดนเจ้าภาพ ซึ่งพลิกล็อกชนะไปชนิดผู้ชมทั้งในสนามและทั่วโลกไม่เชื่อสายตา เมื่อสร้างเป็นภาพยนตร์ การตั้งมุมกล้องและกำหนดการเคลื่อนไหวของนักแสดง จึงพยายามให้แนบเนียนเหมือนเหตุการณ์จริงที่สุด


หนังยังถ่ายทอดสิ่งซึ่งเกิดในยุคดังกล่าว ที่แม้การเหยียดผิวอาจเข้าใจกันอยู่ แต่การต่อต้านยังไม่ตอบโต้อย่างเป็นเอกภาพจากทุกฝ่ายเช่นปัจจุบัน ผู้ถูกกระทำได้แต่เพียงเก็บงำไว้
กระนั้น กีฬาหรือความสามารถของนักกีฬา ก็เป็นประสิทธิผลสากลที่ไม่ว่าผู้ใดก็อาจยอมรับได้ทันทีที่ประจักษ์ เช่นเดียวกับที่ชาวสวีเดนชื่นชมยอมรับความสามารถของทีมบราซิลที่ชนะทีมของเขา

หนังเรื่องนี้อาจอ่อนไปเมื่อเทียบกับหนังฟุตบอลอังกฤษ 2-3 เรื่องก่อนหน้า แต่เป็นบันทึกความทรงจำหนึ่งอันสำคัญของชาวโลก โดยเฉพาะคนรักฟุตบอล
เปเล่เจ้าของเรื่องโผล่มาฉากหนึ่งด้วย ลองจับตาให้ดี