หน้าแรก บันเทิง นุ่น ศิรพันธ์...

นุ่น ศิรพันธ์ เล่าชีวิตคู่-การเงิน-วัยเกษียณ ยก ‘ละครเวที’ เป็นยอดมงกุฎ ยอมตัดทุกงานเพื่อสิ่งนี้

26.05.26 | 12:12 น.

นุ่น ศิรพันธ์ เล่าชีวิตคู่-การเงิน-วัยเกษียณ ยก ‘ละครเวที’ เป็นยอดมงกุฎ ยอมตัดทุกงานเพื่อสิ่งนี้

เป็นนักแสดงมากฝีมือที่ใครๆ ต่างก็รอชมผลงาน สำหรับ นุ่น ศิรพันธ์ ที่ล่าสุดก็เตรียมปล่อยพลังอีกครั้งบนเวทีรัชดาลัย ในเรื่อง “Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก” ที่ต้องมาประคู่กับ พระเอกหนุ่ม บอย ปกรณ์ โดยงานนี้เจ้าตัวก็ได้อัพเดตถึงเรื่องราวชีวิตรวมถึงการทำงานให้ฟังว่า

ช่วงนี้งานแสดงมีผลกับเราไหมในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้?

“อาจจะเป็นคนที่รับงานในปริมาณประมาณนี้อยู่แล้ว ปีละ 1 เรื่อง บางปีไม่มี บางปี 2 เรื่อง มันเป็นปริมาณมาตรฐานของเราอยู่แล้ว ก็เลยไม่กระทบ เพราะไม่เคยรับเยอะๆอยู่แล้ว ตั้งแต่ผ่าน 30 มาเราก็เลือกงานให้เข้ากับเวลา เข้ากับไลฟ์สไตล์ เข้ากับบทที่เราอยากเล่น ก็จะประมาณนี้ปีละ 1-2 เรื่อง อันนี้คืองานในวงการ ก็คือไม่กระทบ แต่ถ้าเป็นโปรเจ็กต์อื่นๆที่เป็นงานหลักของเราคือเป็นพนักงานบริษัท เข้างาน 10.00 น. เป็นเลขาพี่ท็อป ตอนแรกเขาหลอกว่าให้เป็น ceo เราก็นึกว่ามันจะเลิศ แล้วเราก็ทอนลดตำแหน่งตัวเองมาตลอด ทำๆไปก็ทะเลาะกัน ตอนนี้เลยเหลือเป็นตำแหน่งเบ็ดเตล็ด เจเนอร์รัลเบ๊อยู่หลังบ้าน งานหลักของนุ่นก็คืออยู่ออฟฟิศจริงๆ ทำเรื่องความยั่งยืน ที่ไม่เจอเลยคือนุ่นไปเรียน ไปเทคคอร์สเรียนการคำนวณคาร์บอน อบรมคนในองค์กร“

งานพนักงานบริษัทมันพอกินพอใช้?

Advertisement

”จริงๆ แล้วต้องขอบคุณสามี เพราะเขาพูดเรื่องความมั่นคงกับนุ่นมาตั้งแต่ช่วงที่เราเป็นแฟนกัน เขาก็ชวนทำธุรกิจเพื่อความมั่นคงทุกวัน ก่อนแต่งงานกันเราก็คุยกันว่าเราจะใช้ชีวิตยังไงวางแผนชีวิตวัยเกษียณยังไง ช้อยส์รายได้นักแสดงเลยไม่ได้เป็นตัวแรก เป็นเรื่องของธุรกิจ การลงทุนอย่างอื่น กับตรงนี้ถ้าถามว่าเศรษฐกิจกระทบไหมกระทบ งานการแสดงสำหรับนุ่นเหมือนโอเอซิส เป็นงานอดิเรกที่เราชอบ“

ตอนนี้มีเงินใช้เกษียณสบายๆ?

”วางแผนไว้ เก็บอยู่ ยังไปไม่ถึงเป้า มีช่วงแรกๆที่เราเชิญนักวางแผนการเงินมาออกแบบชีวิตให้เราว่าเราสองคนไม่มีลูก ใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์แบบนี้ อาจจะซื้อของแพง อยากไปเที่ยวประมาณนี้ เราน่าจะใช้เงินปีละเท่าไหร่ อยากเกษียณตอนอายุเท่าไหร่ น่าจะตายตอนอายุเท่าไหร่ เขาก็ช่วยวางแผนให้ว่าเราสองคนควรจะหาเงินปีละประมาณเท่าไหร่ เพื่อทำให้เรารู้ว่าเป้าใน 1 ปีควรหาเงินได้เท่าไหร่กัน ตอนนี้เราทั้งคู่ไปลงคอร์สเรียนอสังหาฯเพื่อการลงทุน“

ทำไมถึงเลือกมีที่ปรึกษาวางแผนการเงิน?

”ความยั่งยืนมันใช้ได้กับทุกเรื่องไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม การใช้ชีวิตให้ยั่งยืนคือการสามารถใช้ชีวิตจนแก่โดยที่มันไม่กระทบ เราสังเกตคนที่แก่แล้วยังแบกภาระหนี้สินในการเลี้ยงดู อันนี้มันคือความไม่ยั่งยืนในมิติของการใช้ชีวิต พอเรารู้ว่าเราอยากใช้ชีวิตที่ยั่งยืนมีคุณภาพ เราเองก็ไม่ได้มีองค์ความรู้ทุกเรื่อง เราก็เลยไปเชิญผู้รู้มาให้คำแนะนำ ก็ต้องหาเงินให้ได้ปีละหลักล้าน เป็นหลักล้านที่เราแพลนว่าเราจะเกษียณอายุในตัวเลขที่ไม่ได้ยาวมาก ไม่ใช่อายุ 60 พอเกษียณเร็วหาก็ต้องหาเงินต่อปีให้เยอะหน่อย เพื่อเป็นเงินเก็บ เงินสำหรับดูแลรักษาสุขภาพจนแก่ เผื่อบ้านพักคนชรา

คือเขาจะช่วยวางแผนเลยนะว่าถ้าเรามีบ้านแต่เราไม่มีคนดูแล อยู่กันสองคนตายาย บ้านพักคนชราเรทอยู่ที่ 30,000 บาท ฉิบหายแล้ว เราต้องหาเงินเพิ่มสินะ ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ได้ทำ สมมติ 75 ถ้าเรายังอยู่กันถึง ใครจะพาไปโรงพยาบาลเพราะเราเห็นคุณพ่อคุณแม่เราที่มีเราขับรถไปส่ง จ่ายค่ายาให้ แล้วมาถึงเราเราไม่มีลูก ใครจะดูแลให้“

เคยถามสามีนะว่าเราต้องเหนื่อยไหม ช่วงโควิดมันเหนื่อย ธุรกิจ 4-5 อย่างของเราเหนื่อยหมด แล้วเราจะต้องเหนื่อยกันแค่ไหน พี่ท็อปก็บอกกลับมาว่าเหนื่อยแค่ให้เรายืนเป้า เราจะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าปีนี้เราต้องหาเงินเยอะ เยอะของแต่ละคนไม่เท่ากันอีก แต่ถ้าเราไม่มีเป้าเราจะรู้สึกว่าเราต้องหาไม่รู้จักจบสิ้น

แต่ก่อนต้องจ้างคนมาวางแผนชีวิตให้แต่เดี๋ยวนี้นุ่นว่าไม่ต้องแล้ว เราใช้เอไอซึ่งมันเริ่ดมาก ทำให้เดี๋ยวนี้การวางแผนชีวิตตัวเองมันง่ายขึ้นเยอะ เราป้อนข้อมูลเขียนพรอมชีวิตตัวเองอย่างละเอียดใส่ลงไป ให้มันจัดการให้”

ตั้งเกษียณไว้ที่อายุเท่าไหร่?

”ตอนแรกตั้งไว้ที่ 45 ตั้งไว้ตอนอายุ 30 กว่าๆแต่ปีนี้ 44 แล้ว คงต้องขยายเวลาเพราะเก็บเงินไม่ทัน ไม่เข้าเป้าเสียที ตอนนี้คิดว่าอาจจะเป็น 55 จับมือกันว่า 55 เราจะไม่เหนื่อยเท่านี้ ในส่วนของการแสดง ตัวนุ่นชอบพี่นก จริยามาก ตอนแรกนุ่นไม่เห็นภาพตัวเองว่าเราจะสามารถเป็นคนที่อยู่ในกองถ่ายได้ การตื่นแต่เช้าเอาตัวเองไปอยู่ในกองถ่าย เจอคนเยอะๆมันอาจจะไม่ใช่เราตอนอายุ 50 เราอาจจะต้องไปทางธุรกิจแต่พี่นก จริยา เป็นคนเปิดโลกให้นุ่นมากๆ

เราเล่นละครด้วยกันเรื่องเรือนทาส พี่นกเป็นคนที่มีความสุขมาตั้งแต่ลงจากรถ ทักทายทุกคน ยิ้มแย้มแจ่มใส พอเจอเด็กเจนซี ก็คุยเล่นกันได้ เล่นติ๊กต่อกได้ด้วย นี่ไม่เล่นเลยนะ ไม่ถนัด พี่นกยังเล่น ในพื้นที่ของตัวเองพี่นกจะมีโซนตะกร้าคนแก่ของเขา คือเขายังมีพื้นที่ของเขาแล้วเขาก็ยังมีความสุข เป็นไอดอลในการใช้ชีวิตกองถ่ายของนุ่นที่ดีมาก  ทำให้เราเริ่มเห็นภาพตัวเองถ้าอายุมากขึ้นเราก็อาจจะยังไปต่อ เป็นย่า เป็นยายได้ เราสามารถใช้ชีวิตแบบนี้ได้“

เราใช้ชีวิตตามแผนที่วางไว้ตลอดเลยเหรอ มีออกนอกแผน?

“ตอนนี้ก็ออกนอกแผนอยู่ การมีแผนชีวิตมันเหมือนเป็นกระดูกสันหลัง แม้เราจะออกนอกเส้นทางไปบ้างแต่เรารู้ว่าเรามีเส้นหลักที่จะต้องกลับมา เราไม่เปลี่ยนแผนหลักของเรา นุ่นอาจจะเหมือนมีระเบียนนะแต่จริงๆไม่มี แต่พี่ท็อปเขามีระเบียบ เขาเป๊ะ เขาจะมีแพทเทินของเขา เราก็มีแพทเทินของเราซึ่งมันไม่ตรงกัน“

ปรับจูนยากกว่าจะมาถึงวันนี้?

“มันก็ 20 กว่าปีมาแล้ว มันลงตัวแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่ทะเลาะกัน แต่มันจะรู้เหลี่ยมกัน เรารู้ว่าทำแบบนี้แล้วเขาจะบ่น ฉะนั้นเราจะพูดก่อนที่เขาจะพูด ทำไมเราต้องให้เขาพูด เดี๋ยวเขาจะอารมณ์เสีย  ซึ่งมาดูในละครเวที  “Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก” เอาอินไซต์มาใส่เต็ม เอาชีวิตครอบครัวมาลงในเรื่องนี้เลยในบางเรื่อง มันก็มีอินเนอร์ ในเรื่องจะพูดถึงการเริ่มต้นความรักมันก็หอมหวาน แล้วก็จะมีช่วงปรับจูนตรงนี้แหละที่เราเอาอินไซต์มาใส่ด้วย“

คนจะมองว่าท็อปดูแลเรา?

“ผลัดกันดูแล บางเรื่องพี่ท็อปก็ยังให้เราดูแล บางเรื่องเราก็ต้องให้เขาดูแล ชีวิตคู่มันคือผลัดกัน ไม่ใช่ใครนำใคร ไม่อย่างนั้นมันจะอยู่ด้วยความอึดอัดและกดดัน เรื่องนี้เขาเก่งก็ให้เขานำ ส่วนเราก็ควรจะกล้าที่จะพูดในสิ่งที่เราเห็นต่าง มันจะทำให้เราไม่อึดอัด“

ในละครเวที  “Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก” ท้าทายความสามารถเรายังไงบ้าง?

“เรื่องนี้เหมือนชีวิตคนจริงๆ เล่นเป็นมนุษย์ที่ใกล้เคียงกับเรา เป็นคนที่มีชีวิตคู่ มันค่อนข้างรีเลทกับชีวิตเรา เราค่อนข้างจะเข้าใจชีวิตคู่ของคน เราดูเองยังรู้สึกเรียลมากเลย มันเรียลมาก เหมือนเราเห็นชีวิตคู่จริงๆ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัย เหมือนมานั่งดูชีวิตคน แล้วคำบางคำมันกระแทกใจ เหมือนเห็นตัวเองตอนข้าวใหม่ปลามัน เราก็เคยเป็นแบบนี้ แล้วตอนนี้หายไปไหน“

ร่วมงานกับบอย ปกรณ์?

“เขาใส่เต็มมาก พลังตู้มมาจนเราต้องอัปพลังตัวเองขึ้นไปให้เท่าเขา กลับบ้านไปเสียงแหบเลย แล้วรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องซ้อม ฉันจะต้องเริ่มออกกำลังกาย เขาใส่เต็มมากจริงๆ เขาเก่งนะและเขาทำการบ้านมาอย่างดี เขาแน่นเลยแหละและดีมาก แม้จะเป็นละครเวทีครั้งแรกของเขาแต่ไม่ต้องห่วงเขาเลย เขามีของมาขายตลอด แล้วเขาก็ไปเติมคาแรคเตอร์จนตัวละครเขาน่ารัก บางทีเราเล่นด้วยเรายังหัวเราะจริงๆ เหมือนเขาเจออะไรใหม่ๆ เขาตั้งใจกับโปรเจ็กต์นี้มาก เวลาเราเจอพาร์ตเนอร์แบบนี้มันทำให้เราสนุก เราจะยม จะอ่อมไม่ได้ ซ้อมเสร็จคู่เราก็จะสุมหัวกัน เหมือนเป็นคู่คนแก่ในเรื่อง น้องๆเขาจะมีวิธีคุยของเขา ส่วนเราเหมือนคนแก่สองคนคุยกัน“

ร่วมงานกันครั้งแรก?

“ใช่ ในฐานะที่เรามีประสบการณ์มาก่อนก็อยากแชร์ เราพูดๆ เล่าๆ แต่สักพักเห็นทุกคนทำกันคล่องเลย ก็เลยโอเคไม่พูดแล้วดีกว่า ทุกคนปรับตัวกันเร็วมาก ไม่ต้องแนะนำอะไรเลย อาจจะมีแค่เรื่องของการใช้ชีวิตในกองละครเวที เพราะเรื่องที่แล้วนุ่นก็ได้รับคำแนะนำ เราก็ส่งต่อให้

ละครเวทีมันเหมือนยอดพีระมิด ยอดมงกุฎของนุ่น นุ่นอยากเข้าวงการเพราะว่านุ่นอยากเล่นละครเวที มันคือโกลด์แรกของเราเลย ซึ่งปีนี้ไม่รู้เป็นอะไร งานเข้ามาทับซ้อนกันหลายงานเลย แต่นุ่นก็เลือกละครเวที นุ่นก็พร้อมตัดทุกอย่าง ถ้ามีละครเวทีเข้ามานุ่นพร้องตัดทุกอย่าง ขอบคุณคุณสามีที่ช่วยไปประชุมงานแทนให้

ก็ฝากละครเวทีเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ เป็นละครเวทีที่สะท้อนชีวิตคน เหมือนมาเสพศิลปะการแสดงอีกรูปแบบนึง เราอาจจะคุ้ยชินกับการแสดงที่มันมีแสง สี เสียง ตระการตา หวือหวา สำหรับเรื่องนี้จุดเด่นมันคือความจริง การแสดงที่มันจริง วิธีการนำเสนอหรือการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่ นักแสดงก็แปลกใหม่มากๆ”