เปิดจักรวาลความหลอน ‘เทอม 4’ รวมตัว 4 ผู้กำกับ ส่งตำนานหนังผี 4 ภูมิภาค
กลับมาสานต่อความสำเร็จของแฟรนไชส์สยองขวัญยอดฮิต ยกระดับความหลอนอีกครั้งในภาพยนตร์ “เทอม 4” โดย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ เป็นการนำเอาที่สุดแห่งเรื่องเล่าสยองจากรั้วมหาวิทยาลัยทั่วไทย ที่ยังไม่เคยถูกเล่าผ่านจอภาพยนตร์มาตีความใหม่โดยครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ, ภาคกลาง, ภาคใต้ และ ภาคอีสาน การันตีความเฮี้ยนโดยทีมเขียนบทมือดีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จจาก เทอมสอง สยองขวัญ และ เทอม 3
เทอม4 นี้กลับมาภายใต้การกำกับของ 4 ผู้กำกับที่ใส่เอกลักษณ์และความเป็นตัวตนลงไปในแต่ละตอน ทำให้ภาพยนตร์มีความหลากหลาย ทั้งความสยองเชิงจิตวิทยา ความระทึกขวัญ ความดราม่า และความโหดเลือดสาด
ไม่ว่าจะเป็น ตำนานหอพักนักศึกษาหญิงที่ห้องถูกทาสีชมพูเพื่อปกปิดคราบเลือดของนักศึกษาที่เสียชีวิตจากการทำแท้งด้วยตัวเอง ถ่ายทอดความสยองโดยผู้กำกับหญิง ผึ้ง-สาลินี เขมจรัส และเป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง พั้น-พันธิตา บุญชวน หรือที่รู้จักในโลกออนไลน์ว่า ‘พั้นรักแมว’
โดย ผึ้ง สาลินี ได้นิยามความสยองในตอน ‘ห้องชมพู’ ไว้ว่า “ดูเหมือนเหงา แต่อาจจะยังนะ” พร้อมทั้งเล่าว่าโปรเจกต์นี้ “หนังเลือกเราค่ะ เราไม่ได้เลือกหนัง เป็นการวางแผนของทางค่ายว่าสตอรี่นี้จะเป็นใคร”
และเมื่อได้รับโจทย์ตำนาน ห้องชมพู ที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินโครงเรื่องมาบ้างแล้ว ความท้าทายจึงอยู่ที่การเล่าอย่างไรให้ต่างออกไป โชคดีที่ทีมเขียนบทไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวตำนานดั้งเดิม แต่เลือกที่จะขยายผลไปถึงผลกระทบที่ตามมาจากเหตุการณ์นั้น ทำให้ตัวหนังสามารถแตะประเด็นปัญหาสังคมในปัจจุบันที่ยังคงอัพเดตและเชื่อมโยงกับคนดูได้อย่างแยบยล ซึ่งผู้กำกับสาวได้เผยความรู้สึกว่า
“มันเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดแค่เฉพาะจากตำนาน แต่มันมีผลกระทบหลังจากนั้น เรามองว่าเป็นการที่ค่ายฉลาดที่จะเล่าแบบนี้ เพราะมันไม่ได้แช่อยู่แค่เนื้อหาของตำนาน แต่มันไปเล่าลึกถึงผลกระทบที่ได้รับจากตำนานที่เคยเกิดขึ้น เราเลยมองว่ามันสนุกที่เราจะค้นหาตรงนั้นออกมาเพิ่มเติม ทำให้รู้สึกว่าเราแทนตัวเองไปในจุดนั้นได้ เพราะในอดีตมันเกิดขึ้นไปแล้ว มันเป็นการส่งผลกระทบกันและกัน แล้วหลายๆ สิ่งเราทำการบ้านแล้วรู้สึกว่าอินกับผลที่มันยังคงเกิดขึ้นอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ปัญหาสังคมต่างๆ เราก็มีการแตะเข้าไปบ้าง เพราะหลายๆ สิ่งไม่ได้เปลี่ยนไป มันก็เลยยังอัพเดตอยู่แม้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นมานานแล้ว”
นอกจากนี้ ด้วยความที่เป็นเรื่องที่มีตัวละครผู้หญิงเป็นหลัก การทำงานร่วมกับทีมบทที่เป็นผู้ชายจึงเกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองที่น่าสนใจ เสน่ห์ของตอนนี้นอกเหนือจากความสยองขวัญแล้ว คือการสอดแทรกประเด็นลึกซึ้งไว้ใต้เรื่องราว ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้กำกับและทีมงานต้องชั่งน้ำหนักอย่างระมัดระวังไม่ให้ดูผ่านๆ แต่ยังคงความสยองขวัญเอาไว้ โดยมีคีย์เมสเสจสำคัญคือความกลัวจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ซึ่งสามารถเข้าถึงง่ายและกระตุ้นความตระหนกได้มากกว่าสิ่งลี้ลับไกลตัวเสียอีก

ถัดมาที่ตอน ‘เรือนนางสนม’ อาถรรพ์เรือนไทยโบราณสมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีเงื่อนไขสุดพิศวงคือ “คนในเรือนมองไม่เห็นผี แต่คนนอกเรือนมองเห็น” โดยนำเสนอออกมาในรูปแบบ Psychological Horror ผ่านฝีมือของผู้กำกับรุ่นใหม่ มูย่า-ฐามุยา ทัศนานุกุลกิจ นำแสดงโดย โจริญ-คัมภีรพันธุ์ และ เอิงเอย-ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ ซึ่งมูย่าได้นิยามความสยองของตอนนี้ไว้ว่า
“หลอนในความฉ้อฉลของคน หลอนในการซ่อนความรู้สึกตัวเอง และการแสดงที่เชือดเฉือน”
โดยทางค่ายเจาะจงเลือกเธอมาทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเข้ากับสไตล์ของเธออย่างลงตัว ทั้งนี้มูย่าได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า
“พอได้เรื่องมาเราก็ไปหาเรื่องตำนานของเรือนนางสนมในอินเทอร์เน็ต ซึ่งด้วยความที่ตำนานค่อนข้างมีหลากหลายเรื่องราวมาก เหมือนจะเด่นที่สถานที่ แต่เรื่องเล่าต่างๆ ก็แล้วแต่คนจะเล่าเลย มันก็เลยทำให้ในเรื่องของเราค่อนข้างมีอิสระในการสร้างคาแรกเตอร์ขึ้นมาใหม่ในการที่จะเข้าไปในเรือนลานนั้น”
“ตอนที่ได้อ่านบท คือผีที่เรามองไม่เห็น เราลุ้นว่ามันมีอยู่ ในเรื่องเรามองไม่เห็นสักที แล้วก็ชอบที่มันล้อกับความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้ เพราะเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างไม่ได้พูดในสิ่งที่เขารู้สึก เราเลยรู้สึกว่าตรงนี้แหละคือเสน่ห์ของมัน มันคือความน่ากลัวอย่างนึง แล้วเราก็เลยมาพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยตรงที่ด้วยความที่เราเล่าเรื่องจากคนใกล้ตัว จากความกดดัน สภาวะของนักศึกษาในยุคนี้ ก็ผสานเข้าไปกับเรื่องสยองขวัญจนค่อยๆ ออกมา แล้วรู้สึกว่าเสน่ห์หลังจากที่เราทำงานชิ้นนี้เสร็จแล้วพึ่งเห็น คือเรารู้สึกว่ามันประกอบสร้างมากๆ ทุกอย่างถูกปลอมไปหมดเลย ทั้งความสัมพันธ์นี้ ทั้งหลายๆ อย่างที่ดูฉูดฉาดมากๆ แต่ความรู้สึกของทั้ง 2 คนมันจริงมากๆ เราก็เลยรู้สึกว่าน่ากลัวเหมือนกันในการที่คนเราไม่ได้เผยในสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่ รวมถึงอะไรที่อยู่ข้างในนั้นด้วย ที่ยังไม่ได้เผยออกมา ต้องลองไปชมดู”

ต่อกันที่ตอน ‘คืนดีเดย์’ เป็นเรื่องราวของมหา’ลัยหนึ่งทางภาคใต้ มีรุ่นพี่ที่จะไปรับปริญญาอีกวิทยาเขตหนึ่งแล้วก็ประสบอุบัติเหตุ จากนั้นในทุกๆ การรับน้อง ถ้ามีรุ่นน้องคนไหนไม่เข้าบูมก็จะมีรุ่นพี่ที่เสียชีวิตไปแล้วมาบูมให้เอง ตอนนี้กำกับโดย ก่อ-ชาคร ไชยปรีชา นำแสดงโดย แทด-ฐาปนา จงกลรัตนาภรณ์, เจน- กุลจิราณัฐ วรรักษา และ ตังโก้-ฐิตินันต์ รัตนฐิตินันต์ โดยผู้กำกับได้นิยามความหลอนในตอน คืนดีเดย์ ไว้ว่า
“ลุ้นระทึก มันส์ๆ ไปพร้อมกับความหลอน ภายใต้เงื่อนไขเวลา 1 วัน 1 คืน”
ซึ่งเขาได้หยิบเอาความถนัดในการเล่าเรื่องชีวิตวัยรุ่นมหาวิทยาลัยมาผสมผสานกับหนังสยองขวัญโดยใช้ฉากหลังเป็นพิธีกรรมรับน้อง พร้อมทั้งตั้งถามอย่างแหลมคมเกี่ยวกับการเลือกที่จะ ‘เชื่อหรือไม่เชื่อ’ ในความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรม ซึ่งสะท้อนไปถึงความเชื่อเรื่องผีสาง โดยเสน่ห์ของตอนนี้คือความคลุมเครือที่นำไปสู่ความกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้
“ด้วยความที่เป็นเรื่องพิธีกรรมรับน้อง ผมรู้สึกว่าความน่าสนใจตอนแรก มันคือเรื่องพิธีกรรมและความเชื่อ เพราะยุคนี้ด้วยความที่โลกมีโซเชียล ความศักดิ์สิทธิ์มันก็อาจจะน้อยลง ความเชื่อที่เด็กรุ่นใหม่มีต่อพิธีกรรมรับน้องก็น้อยลง ซึ่งเราไม่ได้อยากทำหนังเพื่อเชิดชูพิธีกรรมรับน้องหรือพิธีกรรมอะไรแบบนั้น เรามีการตั้งคำถามเรื่องความเชื่อ ว่าเราควรเลือกเชื่อสิ่งไหน อะไรจริงไม่จริง”
“ซึ่งผมว่าการเลือกเชื่อหรือไม่เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรม มันคือสิ่งเดียวกับความที่เราจะเชื่อว่าผีมีตัวตนจริงไหม หรือผีเกิดขึ้นเพราะอะไร ผีมีจุดประสงค์อะไรกับเรา ผมว่าความคลุมเครือ ความไม่รู้ว่าคืออะไรแน่ คือคนเราจะกลัวในสิ่งที่เราไม่รู้ เพราะฉะนั้นมันก็ลิงก์ไปสู่เรื่องผีได้ด้วย แล้วก็เป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับความเชื่อต่างๆ รอบตัวเรา”
สำหรับไฮไลต์และความท้าทายขั้นสุดของตอน คืนดีเดย์ คือการปรากฏตัวของผีแบบหมู่คณะ ทำให้การถ่ายทำฉากที่ตัวละครถูกรุมไล่ล่าต้องอาศัยการบริหารจัดการที่แม่นยำมาก ทั้งเรื่องคิวบู๊ บล็อกกิ้งนักแสดงจำนวนมาก รวมถึงคิวแต่งหน้าเอฟเฟกต์ผีแต่ละตัวที่ไม่ซ้ำกันเลย
สำหรับเรื่องนี้แม้จะไม่มีเรื่องลี้ลับในกองถ่าย แต่กลับมีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้น “มีถ่ายคิวสุดท้ายมีเบรก 3-4 วัน ช่วงระหว่าง 3-4 วันนั้นมีทีมงานประมาณ 4-5 คนประสบอุบัติเหตุทางข้อเท้าเหมือนกัน คนนึงนักแสดงวิ่งเลือดอาบเป็นแผล อีกคนตกบันไดกระดูกข้อเท้าแตก เอ็นพลิก ผมก็เจ็บ มันบังเอิญที่คิวสุดท้ายมีนักแสดงเจ็บต้องมีซีนที่เดิน ต้องมีบล็อกกิ้งเดินวิ่ง ก็เลยต้องปรับเปลี่ยนหน้างานนิดนึง อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญครับ ไม่ได้ต้องไปไหว้แก้เคล็ดอะไร”
และด้วยความที่แต่ละตอนมีความยาวเพียง 30 นาที เจ้าตัวก็ได้เผยวิธีจัดการกับบทและการเล่าเรื่องเพื่อให้คนดูยังคงเต็มอิ่ม ทั้งในแง่ของความสยองขวัญและดราม่าเอาไว้ว่า
“เป็นเรื่องของการบาลานซ์เหมือนกันครับ ซึ่งทดลองกันมาตั้งแต่บทแล้ว ดีไซน์กันมาตั้งแต่บทว่าเรามี 30 นาที ไม่ว่าเราอยากเล่าอะไรมากมาย เราต้องสโคปสิ่งที่สอดคล้องกัน มันอาจจะมีหลายประเด็นหน่อย แต่สโคปสิ่งที่มีจุดเชื่อมโยงกันได้ แล้วก็กลมกลืนอยู่ในนั้น ซึ่งตอนทำบทก็ดีไซน์มาแล้ว แล้วตอนตัดต่อก็ลองมาดีไซน์ใหม่กันดูไหม เพราะอันนี้ก็ต้องปรับตัว เปลี่ยนโหมดอยู่เหมือนกัน เมื่อก่อนมีทำหนังสั้นมา แล้วเรื่องที่แล้วมาทำหนังยาว แล้วเปลี่ยนโหมดกลับไปอีกรอบนึง ก็บาลานซ์ดู เป็นการทดลอง”

ปิดท้ายกันที่ภาคอีสานในตอน ‘สะพานขาว’ โศกนาฏกรรมของสะพานอาถรรพ์ที่สร้างทับสมรภูมิเลือดในอดีต ซึ่งมีกฎเหล็กว่าห้ามคู่รักมาบอกเลิกกันที่สถานที่แห่งนี้ โดยตอนนี้จัดเต็มความโหดสไตล์เลือดสาดผ่านฝีมือผู้กำกับมือฉมังอย่าง ตั้ม-พุฒิพงศ์ สายศรีแก้ว นำแสดงโดยคู่รักในชีวิตจริง เก้า จิรายุ ละอองมณี และ วี-วิโอเลต วอเทียร์ ซึ่งผู้กำกับได้นิยามความหลอนในตอนนี้เอาไว้ว่า
“รสชาติดี เข้มข้น จัดจ้าน สยองขวัญสไตล์แอ็กชัน”
โดยเป็นการถ่ายทอดเรื่องเล่าชื่อดังของภาคอีสานที่มีภาพจำสุดสยองคือ มอเตอร์ไซค์ขี่ชนลวดขึงกลางสะพานจนหัวขาด ซึ่งตัวหนังถูกตีความให้เป็นเส้นเรื่องคู่ขนานระหว่าง ความหลอน และ ความรัก ของหนุ่มสาว โดยใช้ทางลัดในการเล่าเรื่องความยาว 30 นาทีด้วยการแคสต์คู่รักนักแสดงอย่าง เก้า-วี มาเล่นคู่กัน เพื่อให้คนดูอินกับความสัมพันธ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องปูเรื่องนาน และสามารถเข้าสู่จุดพีคของเรื่องได้เลย
“นอกเหนือจากที่เรารู้สึกว่าสองคนนี้เป็นคู่รักแล้วเขาสามารถถ่ายทอดความสัมพันธ์ได้ดี พอเป็นคู่นี้มาเล่นกันจริงๆ เราแทบไม่ต้องบิลด์ให้รู้สึกใช้เวลานานว่าเขารักกัน เพราะถ้าไม่ใช่คู่นี้บางทีคนดูอาจจะรู้สึกว่าทำยังไงให้อินกับคู่นี้ตั้งแต่แรก แต่การได้คู่นี้มาเป็นวิธีลัดอย่างนึงที่ทำให้เรารู้สึกว่าจะได้แบ่งสัดส่วนแล้วโฟกัสเข้าประเด็นสิ่งที่เราอยากเล่าเลย ก็เป็นวิธีการในหนัง 30 นาที ในหนึ่งในสี่เรื่อง”
โดยผู้กำกับได้เผยถึงเสน่ห์ของตอนนี้ว่า “เสน่ห์คือมันเป็นเรื่องเล่าที่ค่อนข้างจะเป็นที่แพร่หลายในกลุ่มทางอีสานที่เขาจะรู้จักกัน แล้วเขาอยากเห็นภาพ การที่เขาอยากเห็นว่าเราจะทำให้เห็นภาพอะไรที่อยู่ในหัว พอมันออกมาเป็นภาพแล้วเป็นยังไง อันนี้ก็เลยเป็นสิ่งที่เราตั้งใจว่าจะต้องถ่ายทอดช็อตแบบนี้ ดีไซน์ภาพแบบนี้ให้เห็นกับตา ให้เห็นเป็นภาพออกมาว่าเป็นยังไง คือสิ่งที่เราพยายามตั้งใจดีไซน์แล้วเล่าอย่างตรงไปตรงมา ให้คนที่ฟังเรื่องเล่าเรื่องนี้แล้วกลัว แล้วจินตนาการกันไป ให้เห็นภาพจริงๆ อันนี้คือวิธีการที่เราจะทำยังไงก็ได้ให้เห็นภาพออกมาแบบตรงไปตรงมา แล้วดูจริงจัง ดูให้คนกลัวจริงๆ ให้รู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ พยายามใช้วิธีแบบนี้”
“แล้วในเรื่องของบท เราก็พัฒนาบทให้รู้สึกว่ามีเหตุมีผลของตัวละคร ทั้งที่เป็นคู่รัก แล้วก็รวมถึงผี คล้ายๆ กับที่ก่อบอกว่าผีมันก็จะมีวัตถุประสงค์ ไม่ได้มาแค่ผีหลอกเฉยๆ แต่มีที่มาที่ไปของมัน ทุกอย่างจะถูกคิดพัฒนาให้กลมกลืนอยู่ในเรื่อง ให้ออกมาเป็นภาพได้แบบให้คนเห็นแล้วรู้สึกเชื่อแล้วอินไปกับมัน”
แน่นอนว่าไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอยคือฉากมอเตอร์ไซค์และลวดขึงคอ รวมถึงดีไซน์ของผีคู่รัก ทว่าความยากระดับปราบเซียนคือการถ่ายทำฉากแอ็กชันสยองขวัญบน สะพานขาวสถานที่จริง ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ ซึ่งนักแสดงต้องขี่รถจริงและหนีผีจริง ถือเป็นงานหินที่กินเวลาและกดดันสุดๆ
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีประสบการณ์ชวนขนลุกในกองถ่ายเนื่องจากไปถ่ายทำในสถานที่จริง ทางกองจึงมีผู้เชี่ยวชาญมาทำพิธีไหว้ขอขมาล่วงหน้า แต่ถึงอย่างนั้น หลังจากถ่ายทำเสร็จสิ้น ผู้เชี่ยวชาญก็แอบมากระซิบผู้กำกับแบบเงียบๆ ว่า “มีบางอย่างมาดูการถ่ายทำด้วยนะ” แต่ต้องเก็บเงียบไว้ไม่บอกใครในตอนนั้นเพราะกลัวทีมงานจะแตกตื่น
“เราไปดูโลเกชั่นแล้วรู้สึกว่าน่าจะหลอกถ่ายที่อื่นยาก เพราะสะพานขาวมันเป็นแลนด์มาร์กของเขา ภาพจำ เราถ่ายหนังมาเยอะรู้ว่าไปหลอกถ่ายที่อื่นน่าจะยาก ก็เลยตัดสินใจไปถ่ายที่จริงเลย พอไปถึงปุ๊บ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าที่จริงนี่นา ก็เริ่มนึกประเด็นนี้เลย แต่เราอุ่นใจที่มีผู้เชี่ยวชาญ เมจิกไดเรกเตอร์ คอยทำพิธีไหว้หน้าสะพานให้ ก่อนถ่ายโฟกัสกับงาน แต่พอถ่ายเสร็จเมจิกไดเรกเตอร์กระซิบว่ามีบางอย่างมาดูนะ แต่ไม่ได้บอกใครเพราะกลัวคนจะกลัว”
เตรียมพบกับประสบการณ์สยองขวัญ 4 รสชาติ จาก 4 ภูมิภาค ที่จะมาทวีความหลอนให้เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม พร้อมทัพนักแสดงมากฝีมือในภาพยนตร์เรื่อง “เทอม 4” วันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์


