หน้าแรก บันเทิง ‘ทราย สก๊อต’ ...

‘ทราย สก๊อต’ เปิดใจถึง #คนหัวใจสิงห์ ชี้เป็นการเบี่ยงประเด็น ยืนยันเดินหน้าตามกระบวนการยุติธรรม

30.05.26 | 20:59 น.

‘ทราย สก๊อต’ เปิดใจถึง #คนหัวใจสิงห์ ชี้เป็นการเบี่ยงประเด็น ยืนยันเดินหน้าตามกระบวนการยุติธรรม

ยังคงเป็นบุคคลที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่องสำหรับ “ทราย สิรณัฐ สก๊อต” ที่ก่อนหน้านี้ได้ออกมาเปิดเผยปมปัญหาภายในครอบครัว และยืนยันให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้พิสูจน์ข้อเท็จจริง ขณะที่คดีความยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

ล่าสุด ทรายได้เปิดใจในรอบตัดสินของการประกวด “MGI All Stars” ที่จัดขึ้น ณ ชั้น 6 MGI Hall ศูนย์การค้า Bravo BKK ถึงประเด็น #คนหัวใจสิงห์ ที่มีบุคคลในองค์กรและผู้เกี่ยวข้องหลายรายออกมาโพสต์ข้อความสนับสนุนกันในช่วงที่ประเด็นดังกล่าวกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ โดยยอมรับว่ารู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และมองว่าวิธีการรับมือดังกล่าวอาจทำให้สาระสำคัญของปัญหาถูกเบี่ยงเบนไปจากเรื่องการคุกคามทางเพศ

“ทรายไม่รู้ว่าเบื้องหลังมาจากใครหรือเป็นคำสั่งของใคร แต่รู้สึกเสียใจถ้านี่คือแนวทางการรับมือกับบุคคลคนหนึ่ง แทนที่เรื่องนี้จะเป็นประเด็นของการคุกคามทางเพศ กลับกลายเป็นการโฆษณาหรือการสร้างภาพบางอย่าง มันน่าผิดหวังครับ”

“การที่มีคนในองค์กร ซึ่งคุณตาของเราเคยมีส่วนช่วยก่อตั้งและขับเคลื่อน ออกมาพูดในลักษณะนี้ ทั้งที่เราเองก็เคยช่วยปกปิดเรื่องเหล่านี้ไว้เป็นความลับเพื่อปกป้ององค์กร กลับกลายเป็นว่าถูกโจมตีเสียเอง มันสะท้อนภาพบางอย่างที่ไม่น่ามอง”

เมื่อถูกถามว่ากระทบความรู้สึกมากน้อยเพียงใด ทรายกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกเศร้า ตอนเด็กเรารอดตายมาแล้ว ตอนโตเราก็ต้องมาออกสนามรบกับเรื่องที่ไม่ควรต้องมารบอีก หากเป็นครอบครัวหรือองค์กรที่มีความอบอุ่นจริง ๆ ก็คงไม่ควรมีใครต้องรับมือกับสถานการณ์แบบนี้

Advertisement

“สิ่งที่เราคิดถึงมากที่สุดคือเหยื่อหรือเด็กคนอื่น ๆ ที่อาจเคยเผชิญเหตุการณ์คล้ายกัน หากวันหนึ่งพวกเขาตัดสินใจออกมาพูดความจริง แต่กลับถูกโจมตีหรือถล่มเหมือนที่เราเจอ พวกเขาจะรับมือกับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร”

เจ้าตัวยังกล่าวถึงกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความพาดพิงถึงคุณตาของตน พร้อมตั้งคำถามว่าหากยังมีชีวิตอยู่จะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยทรายยืนยันว่า หากคุณตายังอยู่คงไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ และไม่ทำให้ตนต้องเผชิญกับการถูกล่วงละเมิด

นอกจากนี้ ทรายเปิดเผยว่า มีนัดขึ้นศาลในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นการนัดหมายระหว่างฝั่งตนกับมารดา โดยมีพี่ชาย (พาย สุนิษฐ์ สก๊อต) เข้าร่วมในฐานะพยาน พร้อมยืนยันว่าต้องการให้ทุกอย่างจบลงด้วยความยุติธรรม และพร้อมเดินหน้าตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ส่วนกรณีที่ “ลีน่า จัง” ได้ออกมาพาดพิงถึงตนว่ามีการนำทรัพย์สินออกจากบ้าน หรือขโมยของในบ้าน ทรายปฏิเสธที่จะให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าว พร้อมชี้ว่าบ้านหลังดังกล่าวมีชื่อตนเป็นเจ้าของอยู่แล้ว จึงไม่เข้าใจว่าจะเข้าข่ายการขโมยได้อย่างไร อีกทั้งยังย้ำว่าไม่คิดดำเนินคดี เพราะได้รับการสั่งสอนจากคุณตาว่าไม่ให้รังแกผู้ที่มีปัญหาด้านสติ

ขณะเดียวกัน ทรายยังได้เปิดใจในอีกบทบาทหนึ่ง หลังได้รับเชิญให้เป็นกรรมการตัดสินการประกวด MGI All Stars รอบตัดสิน โดยเผยแนวคิดการให้คะแนนที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะกรณีที่แฟนนางงามบางส่วนไม่เห็นด้วยกับคะแนนรอบหน้าสดที่เจ้าตัวมอบให้ผู้เข้าประกวดบางราย

ทรายยืนยันว่าไม่รู้สึกกดดันกับกระแสดราม่า เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาต้องเผชิญเรื่องที่หนักหนากว่านี้มาแล้ว พร้อมย้ำว่าหลักสำคัญในการตัดสินคือ “คุณภาพของคน” และการเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม

“เราอยากเลือกคนที่ไม่มีความทุกข์ในแววตา เวลาเด็กมองแล้วรู้สึกดี เพราะเชื่อว่ามีทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายที่อยากเป็นแบบนางงาม”

เจ้าตัวยังมองอีกว่า ความงามไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก และไม่สนับสนุนค่านิยมที่ผลักดันให้ผู้หญิงต้องอดอาหารหรือกดดันตัวเองจนเกินไปเพื่อให้ได้รูปร่างตามมาตรฐานการประกวด

“เราไม่อยากเลือกนางงามที่สวยแต่แววตาดูทรมาน หรือผอมจนเกินไป เพราะไม่อยากให้เด็กเห็นแล้วรู้สึกว่าต้องอดอาหารตาม”

ทรายยังกล่าวถึงผู้เข้าประกวดรายหนึ่งจากประเทศอินเดียที่มีรูปร่างแตกต่างจากมาตรฐานนางงามกระแสหลัก โดยมองว่านั่นคือเสน่ห์และความกล้าหาญในการเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งควรได้รับการยอมรับ

อีกหนึ่งประเด็นที่ทรายพูดถึงคือมุมมองต่อการตัดสินความงาม โดยยอมรับว่าการให้คะแนนผู้หญิงจาก 1-10 อาจถูกมองว่าเป็นการตีคุณค่าผู้หญิง แต่ในฐานะกรรมการ ตนไม่ได้ตัดสินจากรูปร่างหน้าตาเพียงอย่างเดียว หากมองไปถึงบุคลิก ความมั่นใจ และพลังงานที่ส่งออกมาบนเวที

“คนที่เราให้คะแนนเยอะคือคนที่เดินแล้วสนุก กล้าชน กล้าเดิน ดูมีความสุขกับตัวเอง ทรายคิดว่าความสวยคือความหลากหลาย”

สำหรับโอกาสในการกลับมารับหน้าที่กรรมการประกวดอีกครั้งในอนาคต ทรายระบุว่าเป็นเรื่องของผู้จัดงานและเสียงตอบรับจากสังคม พร้อมย้ำว่าตนไม่สามารถเป็นผู้ตัดสินเรื่องดังกล่าวได้เพียงลำพัง

“ถ้าสังคมรู้สึกว่าทรายเหมาะสม ก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่ทรายเลือกเองไม่ได้ครับ”