เจนนี่ อวย ยิว เชื่อเลือกสามีได้ถูกต้อง เผยจ่ายภาษีเกือบ 100 ล้าน แจงปมโดนฟ้อง 70 ล้าน
เรียกว่าทั้งเรื่องงานและชีวิตครอบครัวกำลังไปได้สวย สำหรับ เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ หรือ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ที่ล่าสุดออกมาอัพเดตความเคลื่อนไหว ระหว่างมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ Xpress Clinic วันนี้(3มิ.ย.69) ที่ Aura xpress สาขาสยามสแควร์ ทั้งธุรกิจส่วนตัว โปรเจ็กต์ภาพยนตร์ที่กำกับและแสดงเอง รวมถึงธุรกิจใหม่ของสามีอย่างแพลตฟอร์ม YJ Mall ที่กำลังได้รับความสนใจ
นอกจากนี้ เจนนี่ ยังเผยด้วยว่าตนกับสามีใช้ระบบ “เงินใครเงินมัน” มาตั้งแต่เริ่มต้นความสัมพันธ์ แต่พร้อมซัพพอร์ตกันเสมอหากมีปัญหา พร้อมย้ำว่าสามีเป็นคนรักศักดิ์ศรีและพยายามพิสูจน์ตัวเองมาตลอด พร้อมกันนี้ สาวเจนนี่ ได้ชี้แจงประเด็นที่เคยพูดถึงการจ่ายภาษีเกือบ 100 ล้านบาทอีกด้วย
ชีวิตตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เห็นทำอะไรหลายอย่าง?
“ธุรกิจตอนนี้ก็ดีค่ะ ขายของออนไลน์ก็โอเค ต่อเนื่องเรื่อยๆ ค่ะ แล้วก็จะมีธุรกิจของสามีเป็นแพลตฟอร์มชื่อ YJ Mall ค่ะ แล้วก็ปีนี้จะมีภาพยนตร์ที่กำกับเอง เล่นเอง เกี่ยวกับหนังทางภาคใต้ อยากให้ทุกคนรอติดตามค่ะ ลงทุนหลายอย่างเพราะว่าเป็นสิ่งที่เราอยากทำมากตั้งแต่เด็กๆ แต่ตอนนั้นเรายังไม่มีทุน พอโตขึ้นเราก็รู้สึกว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นแค่นักร้อง แต่เราทำได้ทุกอย่างที่เราอยากทำแล้ว แล้วก็ยังมีร้านอาหาร ได้หมดถ้าสดชื่น ที่อยากจะเปิดในกรุงเทพฯ เร็วๆ นี้ เป็นร้านอาหารใต้-อีสาน ยังคิดอยู่ว่าจะให้คุณแม่มาดูดีมั้ย เพราะตอนนี้ทุกอย่างเริ่มลงตัว อยากให้คุณแม่มาอยู่ใกล้ๆ ค่ะ”
แพลตฟอร์ม YJ Mall ลงทุนไปเท่าไหร่ ดูใหญ่โตมาก?
“หนูไม่ทราบเลยค่ะ YJ Mall เป็นความคิดของยิว 100% หนูก็รู้พร้อมทุกคนเลย เขาซุ่มทำแบบไม่ได้บอกอะไรเลย มารู้อีกทีเขาไม่ได้ทำแค่รับไลฟ์สด แต่กำลังทำแพลตฟอร์มขายของสำหรับคนไทย เพื่อให้ค่าคอมมิชชั่นดีต่อทั้งนายหน้าและลูกค้า ส่วนเรื่องลงทุนหนูคิดว่าถ้าสเกลใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็คงต้องใช้เงินทุนเรื่อยๆ ค่ะ ถามว่าเขามีความกังวลอะไรมั้ย ยิวเป็นคนที่หนักแน่นมากๆ แล้วก็มั่นใจในตัวเองสูง หนูเชื่อว่าเขารับมือได้กับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าอนาคต YJ Mall จะสำเร็จตามที่ยิวคิดไว้หรือเปล่า สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนจะได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ก็คือการที่เขาได้เติบโตไปอีกขั้นหนึ่ง ว่าคนไทยเองก็สามารถที่จะทำแพลตฟอร์มได้ไม่แพ้ต่างชาติ“
ผลตอบรับของแพลตฟอร์มเป็นยังไงบ้าง?
”ดีมากค่ะ หนูเองก็ขนลุก ตอนแรกไม่ได้ใส่ใจเลย เขาอยากทำอะไรก็ทำเลย แต่พอรู้ว่ามีนายหน้าสมัครมากกว่า 100,000 คน ในเวลาแค่ 2 วัน แพลตฟอร์มคนไทยแล้วนี่คือสามีเรา เราภูมิใจมากค่ะ ส่วนรายละเอียดหนูไม่ค่อยรู้เรื่องเลย ภาษาอังกฤษฉ่ำ(หัวเราะ) ยิวเขาทำงานหนักมาก ประชุมถึงตี 4 ตี 5 ทุกวัน เราก็ขอให้มันสำเร็จ แล้วก็ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน เพราะตั้งแต่เปิดตัวไปพี่ๆ ทุกคนก็พร้อมสนับสนุนแพลตฟอร์มคนไทย ขอแค่ไม่คิดค่านายหน้าเยอะ ค่าคอมมิชชั่นไม่โหดร้ายเกินไป อยู่ได้กันทุกฝ่าย หนูก็มองว่าเป็นอะไรที่แฮปปี้และวินวินกับทุกคน“
ในฐานะแม่ค้าออนไลน์ คิดว่าจะโตไปได้ไกลแต่ไหน ถ้าเรามีแพลตฟอร์มของตัวเอง?
”ถ้าพูดวันนี้มันจะดูเป็นการสปอยล์ แต่บอกเลยว่าถ้าหนูไม่ใช่ภรรยาเขาหนูก็จะอุดหนุนจะอยู่ในแพลตฟอร์มนี้เหมือนกัน เพราะฟังจากที่เขาเล่าให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นค่านายหน้าหรือการทำงานทุกอย่างของเขา มันได้เปรียบหมดเลย มันดีกว่าในเรื่องของกำไร อย่างสินค้าชิ้นหนึ่งเราได้กำไร 30% แต่ถ้าคุณอยู่ใน YJ Mall คุณจะได้ 50-80% เลย เขาสามารถทำได้เพราะเขาไม่ได้หวังว่าจะเอากำไรจากแม่ค้าทุกคน แต่หวังแค่ว่าให้สินค้าของพวกเราเองก็สามารถอยู่ในแพลตฟอร์มได้โดยที่ไม่โดนหักใดใดแม้แต่บาทเดียว“

เรื่องเงินล่ะ เห็นว่าใช้เงินคนละกระเป๋า?
”ใช่ค่ะ เงินคนละกระเป๋าแบบ 100% คุยกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เจนนี่เป็นคนขี้งกนิดนึง(หัวเราะ) แล้วพอจะมีสามีใช่มั้ย ช่วงแรกๆ เราก็มานั่งจับเข่าคุยกันว่าจะเอายังไงกันเรื่องเงิน หมายถึงว่ารายได้ที่จะเข้ามา เขาก็แฟร์มาก บอกว่าตัวเองหาตัวเองจ่าย เขาหาเขาจ่าย แต่สมมติไปกินข้าว ยิวอยากเลี้ยงยิวเลี้ยง เจนอยากเลี้ยงเจนเลี้ยง ส่วนของลูกใครอยากซื้ออะไรให้ก็ซื้อเต็มที่เลย ส่วนมากถ้ากินข้าวหรูๆ ยิวจะเลี้ยง แต่ถ้ากินน้ำชา ขนมจีน เจนนี่เลี้ยงได้ค่ะ(ยิ้ม)“
แสดงว่าที่ผ่านมาคนเข้าใจผิดว่าเราเป็นฝ่ายเปย์ผู้ชายตลอด?
”ไม่ใช่ค่ะ ไม่ได้เปย์ ของใครของมัน แต่ถ้ามีเทศกาลวันเกิด วาเลนไทน์ เราก็จะมีเปย์ของขวัญให้บ้าง ให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้งกจนเกินไป จริงๆ เราก็ดูแลสามีดี ในฐานะครอบครัวเขาก็ไม่ได้ต่างจากแม่หรือน้อง ถ้าเขาขัดสนตรงไหนเราก็ยินดีซัพพอร์ตเต็มที่ แต่บังเอิญว่าเขาเองก็เป็นคนทำงาน มีหัวธุรกิจ เราก็เลยสบายใจไป“
เหมือนเขาพิสูจน์ตัวเองจากคำครหาต่างๆ ว่าเข้ามาเกาะเรา?
”เขาก็พิสูจน์ตัวเองค่อนข้างเยอะ แล้วยิวก็เป็นผู้ชายที่รักในศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ชอบให้ใครมองว่าเขาโดนผู้หญิงเปย์หรือเกาะผู้หญิงกิน เขาพยายามแสดงทุกอย่างให้คนเห็นเสมอว่าเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แต่เจนนี่ก็พูดกับเขาเสมอว่าจริงๆ แล้วตัวเองไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับใครเลย เพราะแค่เขารู้จักตัวเองดีพอ เราก็แฮปปี้แล้ว”
แสดงว่าที่เราอวยสามีตลอดเวลามันคือเรื่องจริง?
“หนูเป็นคนอวยเรื่องจริง ถึงหนูจะเป็นคนขี้โม้แต่ขี้โม้เรื่องจริง (บางคนมองว่าเราหลงไง?) ผัวเราเราก็ต้องหลง(ยิ้ม) เราเองรู้ดีที่สุดค่ะ หรือถ้าเราจะโง่มานั่งแสดงเสแสร้งให้ทุกคนเห็นว่าผัวฉันดีทั้งที่ผัวเลว หนูว่าคนที่รับผลกรรมก็คือตัวหนู ฉะนั้นวันนี้ทุกคนสบายใจได้เลย เพราะหนูคิดว่าหนูก็เลือกสามีที่แบบถูกต้องที่สุด(หัวเราะ)”

ถามถึงเรื่องจ่ายภาษี 100 ล้านล่ะ?
“ว้าย ไม่ถึง 100 ล้านค่ะ แต่มันก็จุกนิดนึง วันนั้นที่พูดเรื่องจ่ายภาษีเพราะชอบโดนแซะว่าจ่ายภาษีหรือเปล่า ทั้งที่มันเป็นหน้าที่ที่คนมีรายได้ทุกคนต้องรู้อยู่แล้ว หนูเคยผ่านช่วงที่ไม่เคยจ่ายจนโดนย้อนหลังมาแล้ว เลยเรียนรู้ว่าต้องทำยังไงให้ถูกต้อง วันนั้นที่เซ็นไปประมาณ 4 บริษัทก็เกือบ 100 ล้านค่ะ แต่สิ่งที่พูดไปวันนั้นก็ไม่ได้นำพา คนก็ยังจะเข้ามาแซะอยู่เรื่อยๆ วันนี้หนูเลยพิสูจน์ได้ว่าคนที่เขาอคติต่อให้เราพิสูจน์ตัวเองแค่ไหน เราเองจะเหนื่อย หนูอยากเป็นตัวอย่างที่ดีว่าถ้าอยากจะเติบโตก็ต้องทำหน้าที่ให้ถูกต้องในหน้าที่คนไทย ส่วนภาษีจะปรับจะลดมากน้อยแค่ไหนก็เป็นเรื่องของทางรัฐบาล”
ช่วงนี้ดูครอบครัวสุขสันต์พร้อมหน้าพร้อมตา?
”ประมาณนั้นค่ะ เจนนี่กับแม่กับน้องก็เจอได้ปกติ ตอนนี้ถ้าเป็นเรื่องของเจนนี่กับแม่ก็ดีขึ้น มันก็มีแซวกันนะว่าช่วงนั้นแม่โดนทัวร์ลงเป็นยังไงบ้าง แกก็บอกว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียคือแกก็เสียใจแหละเพราะว่าเราออกมาพูดเรื่องในบ้าน แต่ข้อดีคือพอคนคอมเมนต์เยอะๆ แกก็เข้าใจว่าบางทีแกก็ผิดเรื่องอะไร ตรงนี้มันก็เหมือนเป็นบทเรียนให้แกได้เติบโต“
ช่วงนี้คุณแม่ดูมีความสุขมาก?
”อ๋อ…ตอนนี้แม่มีแฟนค่ะ เป็นคุณลุงสวนทุเรียน ตอนแรกหนูก็ตั้งสเปซนะ แต่พอไปกินข้าวด้วยกันเห็นเขาตัวติดกันตลอด เลยต้องเจอกัน คุณลุงเป็นคนใจดี เรียบง่าย ถ่อมตัว เขาบอกว่าไม่ได้เป็นคนรวยอะไรนะ เป็นคนทำงานทำสวนทุเรียน แต่ไม่มีหนี้สิน มีลูกกี่คน (เช็กประวัติเลย?) ไม่ได้ค่ะ แม่เราอยู่ในจุดที่คนจะเข้าหาเมื่อไหร่ก็ได้ เราไม่ได้บอกว่าแม่เราสวยหรือรวยขนาดนั้น แต่ความเป็นแม่เจนนี่ลิลลี่มันก็จะมีคนอยากเข้ามาเยอะมาก เพราะฉะนั้นถ้าใครจะเข้ามาหาแม่เราก็ต้องสแกนนิดหนึ่ง อย่างที่พอจะรู้กันว่าแม่เรามีปัญหาเรื่องเงิน ถ้าคนเข้ามาแล้วมีปัญหาเรื่องเงินอีก มันจะซูเปอร์เลยนะ เราก็เลยรู้สึกว่าอย่างน้อยเข้ามาก็ไม่เป็นภาระและต้องทำให้คุณแม่สบายใจขึ้น ถามว่าคุณลุงผ่านมั้ย เราก็ยังไม่ชัวร์ แต่ถ้า ณ วันนี้ก็รู้สึกว่าดีค่ะ สองคนนั่งไลฟ์ทุกวัน ทำงานทุกวัน แล้วข้อดีของการที่คุณแม่มีแฟนก็คือเขาไม่เหงา แล้วเขาก็ไม่เข้ามารบกวนเรื่องเงินเหมือนที่ผ่านมา พอเขาพากันทำงาน เช้าถึงเที่ยงเขาอยู่สวนทุเรียนกันทั้งคู่ บ่ายถึงเย็นก็มานั่งไลฟ์ขายของกัน เรามองว่าคู่รักถ้าเกิดนำพาไปในทางที่ดีขึ้นก็โอเคค่ะ“
เห็นไปยื่นข้อเสนอกับคุณแม่ว่าถ้าขายของได้ 3 ล้าน จะจัดงานแต่งงานให้?
“ใช่ค่ะ แม่กับลุงอยากแต่งงานกัน หนูเลยบอกว่าถ้าอยากแต่งก็ขายของให้ได้ 3 ล้านก่อน หนึ่งก็เหมือนเป็นการยืดเวลาไปก่อน เขาต้องดูใจกันอีกนิดนึง แต่ถ้าทำได้จริงหนูจะจัดงานให้เอง ตอนนี้แม่ขายได้เกือบ 2 ล้านแล้ว แม่เริ่มถามแล้วว่าจะแต่งวันเกิดเลยมั้ย ซึ่งคือเดือนกันยายนนี้ เราก็เลยบอกไปว่างั้นขอดูว่าจะเอากันยายนหรือมีนาคม”

ทุกวันนี้ยังซัพพอร์ตหรือมีอะไรเป็นห่วงแม่อยู่ไหม?
“ซัพพอร์ตแม่ปรึกษาหรือปกติค่ะ เรื่องเงินสายแม่จะไม่ขอแล้ว แต่เราก็ยังมีให้อยู่เรื่อยๆ ส่วนเรื่องอื่นๆ ถ้าแม่อยากคุยเรื่องอะไร เขาก็คงคุยมา เพราะเขารู้อยู่แล้วว่ากับหนูคือคุยได้ทุกเรื่อง”
แสดงว่าวันนี้ก็คือ…วันนี้ที่รอคอย?
“หนูว่ายังไม่ถึงขั้นนั้นค่ะ ถ้าวันนี้ที่รอคอยจริงๆ คือครอบครัวใหญ่ต้องเจอกัน ซึ่งวันนี้มันยังไม่ใช่ อาจจะขอเวลาอีกสักแป๊บนึง ขอให้ต่างฝ่ายต่างพิสูจน์ตัวเองกัน ซึ่งตอนนี้มันก็เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทุกคนถามหากันว่าเป็นยังไงกันบ้าง เราก็อยากให้มันกลับมาเป็นแบบนั้น แต่สุดท้ายแล้วทุกฝ่ายก็ต้องพัฒนาตัวเองในทางที่ดีขึ้น”
ถามเรื่องสุขภาพที่บอกว่าตรวจเจอเชื้อ HPV คือยังไง?
“ตรวจเจอมา 5 ปีแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้เคยถามคุณหมอว่าออกมาพูดเรื่องนี้ดีมั้ย คุณหมอบอกว่าถ้าคนเข้าใจเขาก็จะเข้าใจ แต่คนที่ไม่เข้าใจจะคิดว่าเราเป็นมะเร็ง จนกระทั่งเวลาผ่านไปและไปตรวจรอบที่3 เชื้อมันยังอยู่ เลยคิดว่างั้นเราออกมาพูดเรื่องนี้แล้วกัน ว่าเราตรวจเจอเชื้อ HPV เป็นสายพันธุ์รุนแรง(สายพันธุ์ 16) แต่คุณหมอบอกว่าเราใช้ชีวิตปกติได้เลย เพราะผู้หญิงถ้าไม่ได้ฉีดวัคซีน 80% ติดเชื้อ HPV กันเยอะมากแค่เป็นสายพันธุ์ไหน ส่วนสิ่งที่เจนนี่ต้องทำหลังจากนี้ก็คือเสริมภูมิคุ้มกัน นอนไว ออกกำลังกาย กินน้ำเยอะๆ กินอาหารดีๆ ซึ่งเราก็ทำแบบนั้นมาตลอด แล้วที่ออกมาพูดเพราะอยากเชิญชวนให้ทุกคนไปตรวจและฉีดวัคซีนป้องกันค่ะ“
อัพเดตเรื่องโดนฟ้อง 70 ล้าน?
”ล่าสุดหนูส่งทนายไปแล้วค่ะ แต่เหมือนเรื่องยังไม่จบ ถ้ามีโอกาสหนูอยากคุยกับคู่กรณีที่ฟ้องเหมือนกันว่าอยากให้ไปในทิศทางไหน เพราะทางคู่กรณีทราบอยู่แล้วว่าแบรนด์ขนมเปี๊ยะนั้นไม่ใช่แบรนด์หนู หนูแค่รับจ้างขาย นำเสนอขายอย่างเดียว โอเคการรับจ้างของเราก็ไม่ทราบหรอกว่ามันส่งผลกระทบต่อใครยังไงบ้าง เพราะเราทำหน้าที่ขายของ แต่ถ้าคู่กรณีได้รับผลกระทบด้านไหนและอยากให้เราซัพพอร์ตด้านไหนก็ยินดีที่จะคุยกัน ก่อนที่เรื่องมันจะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้ หนูอยากจับมือคุยกันทุกฝ่ายด้วยซ้ำแต่ยังไม่มีโอกาสนั้น แต่ถ้าสมมติว่ามันไม่ลงตัวใดใด แล้วเราต้องสู้ด้วยกฎจริงๆ เราเองก็พร้อมสู้อยู่แล้ว เพราะเราไม่อยากโดนรังแก อยู่ๆ มาต้องจ่ายเงินจากเรื่องที่เราไม่ได้ผิด ทุกฝ่ายรู้เจตนากันดีอยู่แล้วว่าเราทำกันไปเพื่ออะไร แล้วสาเหตุที่เรารับงานตอนนั้นก็คือขนมเปี๊ยะแบรนด์นี้ดังที่สุดใน TikTok ดารานักร้องขายกันพรึ่บ แต่พอเป็นเจนนี่แจ๊กพอตเลยโดนฟ้อง 70 ล้าน ทั้งที่เรารับงานแค่ 50,000 บาท ยอดขายแค่แสนกว่าบาท แต่โดนฟ้อง 70 ล้าน มันเกิดขึ้นได้ยังไง“
ปิดท้ายเรื่องน้องลิลลี่ สรุปเลิกหรือไม่เลิกกับแฟน?
”เคยบอกพวกพี่แล้วไงว่าถ้าจะทำข่าวว่าเลิกกันอ่ะเดือนนึงคงได้สัก 20 คิวค่ะ(หัวเราะ) แต่แค่รอบนี้งอนกันหนักจนถึงขั้นอันฟอลโลว์กัน แล้วถ้าให้พูด ณ วันนี้คือพอกันทั้งคู่ เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็รัก เดี๋ยวก็เลิก แต่ไปว่าน้องเยอะก็ไม่ได้เพราะสมัยเราเป็นวัยรุ่นก็ไม่เบาเหมือนกัน แต่ว่าเลิกกันครั้งนี้ข้อดีคือเจนนี่มีโอกาสได้เปิดใจคุยกับทั้งคู่ ใครมีข้อเสียตรงไหนก็ให้ปรับจูนกัน ถ้าลิลลี่ยังแฮปปี้กับบอลก็ไปต่อในทางที่ดี แต่ถ้าอยากเลิกกัน ทั้งคู่ก็ยังคงเป็นน้องเจนนี่เหมือนเดิม แล้วการที่อยู่ในจุดที่สังคมให้ความสนใจเรื่องการวางตัวเป็นเรื่องสำคัญมาก”
พอได้เปิดใจคุยกับทั้งคู่แล้วเป็นยังไงบ้าง?
“เจนนี่ก็ได้เรียกทั้งคู่มาคุย ลิลลี่ก็บอกว่าเหนื่อย เสียใจ บอลก็บอกว่าทำเต็มที่แล้ว สรุปคือเขายังรักกันแต่ยังมีความเป็นเด็ก ตอนนี้เขาดีกันแล้วค่ะ นั่งกินข้าวด้วยกันอยู่ที่บ้านหนู หนูบอกลิลลี่ว่าขอพี่ๆ ลงข่าวเรื่องคลินิกก่อน อย่าเพิ่งเลิกกันตอนนี้ ถ้าจะทะเลาะกันขอหลังปีใหม่นะ ขอให้มีข่าวบ้านอื่นบ้าง“


